ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ หารือเรื่องการประกอบพิธีฮัจย์ของชาวไทยมุสลิม โดยตอบคำถามที่ธีรัจชัย พันธุมาศ มอบหมายจากอนุทิน ชาญวีรกูล และเรียกร้องให้ตั้งราคากลางที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังอธิบายราคาค่าอาหารสำหรับฮัจย์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ช่วง และกล่าวถึงปัจจัยที่อาจทำให้จำนวนผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้น
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ให้มาตอบกระทู้ในประเด็นคำถาม เรื่อง ของการประกอบพิธีฮัจย์ ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ที่ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ได้ตั้งกระทู้ถามนะคะ ก่อนอื่นเลยดิฉัน ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่มีความห่วงใยในการไปประกอบพิธีฮัจย์ ของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ซึ่งตัวที่ดิฉันเองในฐานะมุสลิมคนหนึ่ง ดิฉันก็มีความเปึนห่วงเปึนใย แล้วก็มีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำเรื่องนี้เช่นกัน ต้องขอเรียนตามตรงว่า ดิฉันเพิ่งเข้า ดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึง ๑ เดือน ก็พยายามจะเข้ามาดูในเรื่องของการทำราคาฮัจย์ให้ถูกลง ว่าจะมีแนวโน้มอย่างไร มีทิศทางอย่างไร จะทำได้ไหมนะคะ ซึ่งสมัยที่แล้วในช่วงของ การประกอบพิธีฮัจย์ในป้ ๒๕๖๗ หรือว่าป้ฮิจเราะห์ ๑๔๔๕ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ท่านก็ได้พยายามที่จะผลักดันให้มีการ ตั้งราคากลางที่เปึนธรรม ไม่ว่าจะเปึนบริษัทที่มาติดต่อกับพี่น้องประชาชน หรือว่าพี่น้อง ฮุจญาจที่จะมาประกอบพิธีฮัจย์ ให้ตั้งราคากลาง แล้วก็เปึนธรรม ซึ่งจริง ๆ แล้วราคา ต้องเรียนให้ท่านทราบอย่างนี้ว่า จะมี ๒ ราคา ราคาแรก ก็คือเปึนราคาที่จะต้องมีการ ลงทะเบียนกับกรมการปกครอง โดยผ่านกองส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจย์ ในราคา ๑๔๖,๙๐๐ บาท ซึ่งราคานี้เปึนราคาที่รวมทั้งค่าอาหารใน ๒ ช่วง คือเหมือนที่ดิฉัน ได้ประเด็นมาเปึนเรื่องเกี่ยวกับค่าอาหาร ดิฉันก็ไปทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งต้องบอกว่า เรื่องของค่าอาหารที่ท่านเคยสงสัยตั้งประเด็นนี้ ขอตอบในส่วนนี้ก่อนว่า
เรื่องประเด็นค่าอาหาร มันมีค่าบริการอาหารพื้นฐานตลอดช่วงพำนักอยู่ ในที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย จะแบ่งออกเปึน ๒ ช่วง ช่วงแรก ก็คือช่วงประกอบพิธีฮัจย์ ก็คือระยะเวลาประมาณ ๗ วัน ซึ่งการทำสัญญาต้องทำกับบริษัท มาซาริก ซึ่งกลไกในการ ต่อรองและเจรจา บางทีทางประเทศไทยด้วยโควตาสัดส่วนของพี่น้องมุสลิมมีไม่เยอะ การต่อรองเปึนไปได้ค่ะ แต่ถามว่าเปึนไปตามที่เราตั้งเปัาไว้ทุกข้อไหม ก็อาจจะไม่ถึงกับ ทุกข้อ แต่ก็มีการขับเคลื่อนอยู่ตลอดว่า จะทำยังไงให้ราคาลดลง แต่ทั้งนี้ ทางบริษัท มาซาริก ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่ท่านเปึนอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านก็ได้ มีการติดต่อเจรจาเกี่ยวกับราคาค่าอาหารนะคะ ซึ่งอย่างที่ดิฉันบอกว่าค่าอาหารจะมี ๒ ช่วง ช่วงแรกจะเปึนช่วงประกอบพิธีฮัจย์ใช่ไหมคะ จะเก็บค่าบริการของ Package อยู่ที่ ๒๙,๙๐๐ บาท รวมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ๓ มื้อ ซึ่งราคาพวกนี้มีประกาศอยู่ใน ราชกิจจานุเบกษา ส่วนช่วงที่ ๒ เปึนช่วงของการพำนักอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียค่ะ แต่ว่าเปึนนอกช่วงพิธีฮัจย์ ซึ่งบางท่านก็อาจจะอยู่ ๓๕ วัน หรือว่า ๔๐ วันขึ้นไป อันนี้ ก็ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการเป่ดสนามบินของประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขาจะเปึนผู้กำหนด แล้วก็ค่าอาหารในช่วงนี้จะอยู่ที่ราคา ๑๐,๕๐๐ บาท โดยคำนวณเปึนค่าอาหารกล่อง วันละ ๓๐๐ บาท ๓๕ วัน ก็คูณไปเปึนตัวเลขกลม ๆ ๑๐,๕๐๐ บาท อันนี้ก็จะเปึนรวมราคา อยู่ที่ลงทะเบียนกับกรมการปกครองเรียบร้อยแล้ว แต่มีประเด็นเรื่องที่ว่า พอไปถึงแล้ว มันมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นว่า ค่าอาหารตรงนี้เพิ่มมาจากตรงไหน เพิ่มมาจากการที่ผู้เดินทาง หรือว่าฮุจญาจ ประสงค์ที่จะรับบริการอาหารเพิ่ม พูดง่าย ๆ ก็คือเปึนการ Upgrade เรื่องอาหาร อาจจะมีค่า Buffet อาจจะต้องการอาหารนานาชาติ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ขึ้นอยู่กับ ความสมัครใจของผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ซึ่งจำนวนเงินก็อย่างที่ดิฉันได้เรียนไป อยู่ในราคาที่ลงทะเบียนไปเรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วก็เรื่องของราคาต่าง ๆ อย่างที่ดิฉันบอกว่า พยายามที่จะตั้งให้มีราคากลาง และในการประกอบพิธีฮัจย์ ในฮิจเราะห์ที่ ๑๔๔๖ ที่จะถึงนี้ ก็มีการเป่ดลงทะเบียนไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกำหนดการเป่ดลงทะเบียนหรือว่าหมดเขต การลงทะเบียนต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเราจะต้องมีการประชุม และเรา ก็จะต้องเดินตามเงื่อนไขที่เขากำหนดไว้
อีกประการหนึ่งก็คือว่า ตอนนี้ผู้ลงทะเบียนก็มีราว ๆ ประมาณ ๔,๐๐๐ คน เพราะว่าอย่างท่านสมาชิกท่านแจ้งว่า ๒,๐๐๐ คน ณ ปัจจุบันอยู่ที่ราว ๆ ๔,๐๐๐ กว่าคน แล้วก็ประเด็นนี้จากการคาดเดา จากการคาดการณ์ ก็คือว่าอาจจะเกิดจาก ๑. ในเรื่องของ กลไกราคา ๒. อาจจะเปึนในเรื่องของภาวะสงครามในขณะนี้ที่พี่น้องประชาชนเริ่มคำนึงถึง ความปลอดภัยต่าง ๆ ค่ะ ขอบคุณค่ะ