สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือเรื่องปัญหาการเดินทางไปฮัจย์ โดยชี้ว่าการจัดเก็บเงินหลักประกันไม่เหมาะสม และขอให้รัฐบาลปรับโครงสร้างให้การทำฮัจย์เป็นเอกชน และกำกับดูแลเพื่อให้ผู้แสวงบุญมีโอกาสไปได้มากขึ้น

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ท่านประธานครับ ในกระทู้วันนี้ก็เปึนกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง ปัญหาเกี่ยวข้องกับ การเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบกระทู้นี้นะครับ เนื่องจากว่าในเขตเลือกตั้งผม หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง มีพี่น้องมุสลิมอยู่จำนวนมาก ในหนองจอกมีประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ มีนบุรีประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ลาดกระบัง ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือพี่น้องมุสลิมค่อนข้างเยอะ พิธีฮัจย์เปึนพิธีของพี่น้องมุสลิม ทั่วโลก ที่เปึนกิจกรรมศาสนาขนาดใหญ่ของโลกก็ว่าได้ ที่พี่น้องมุสลิมหลายล้านคน ประมาณ ๒.๘ ล้านคนต่อป้ ที่จะต้องไปประกอบพิธีที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย สำหรับประเทศไทยนั้นปัญหาการประกอบพิธีฮัจย์นั้นค่อนข้างมีเยอะ ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการไป ราคาของการไปประกอบพิธีฮัจย์ค่อนข้างจะสูงกว่าประเทศอื่น ยกตัวอย่างเช่น ประเทศไทยในขณะนี้ ผู้ที่จะดำเนินการไปประกอบพิธีฮัจย์นั้น จะต้องเสียค่าเดินทาง ประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ คนที่เดินทางไป ของมาเลเซียประมาณ ๒๑๐,๐๐๐ บาท ราคาแบบนี้เปึนราคาที่ค่อนข้างจะต่างกันมาก ในส่วนของการเดินทางไป ของเรานั้นค่อนข้าง ใช้ระบบที่แตกต่างจากประเทศมุสลิมอื่น เราใช้ระบบรัฐเปึนผู้อนุมัติ แล้วก็ควบคุมการดำเนินการ แต่ของหลายประเทศเปึน ๒ ระบบ ก็มีรัฐบางส่วน เอกชนบางส่วน ในส่วนของประเทศ ซาอุดีอาระเบีย เขามี Vision 2030 คือกำหนดของมีการทดลองการไปทำอุมเราะห์ อุมเราะห์ หมายถึง ฮัจย์เล็ก ไปประกอบพิธีขนาดเล็กขึ้นมาและได้ผล นั่นคือเมื่อป้ ๒๕๖๖ เป่ดให้เอกชน ๑๕ บริษัท สามารถจัด Package เหมือนท่องเที่ยวเลย ให้คนไป ค่าเดินทาง ไปฮัจย์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ถึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ของฮัจย์ ๑๐๐,๐๐๐- ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท นี่คืออยู่โรงแรม ๕ ดาวเลยนะครับ แต่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าตั๋วเครื่องบินนั้นถ้าจอง ณ วันนี้นะครับของประเทศไทย ประมาณ ๒๓,๐๐๐ บาท ถ้าไปใกล้ ๆ ประมาณสัก ๓๕,๐๐๐ บาท ไปกลับ แต่ของเรามีการเจรจา ของรัฐไทย ซึ่งเปึนระบบเดียวไม่ใช่ระบบของเอกชนไปแข่งขันด้วยนะครับ ไปเจรจาไว้ ให้เปึนใช้เที่ยวบินเหมาลำ ระบบเที่ยวบินเหมาลำนั้นหมายถึงว่า การบินไทย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ การบินไทยได้ประโยชน์เหมาลำ ซาอุดีอาระเบีย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เหมาลำ ค่าเครื่องบินเท่าไร รู้ไหมครับ ๖๘,๐๐๐ บาท ตั๋วเครื่องบินพาณิชย์ ๒๓,๐๐๐ บาท จองขณะนี้ครับ ถ้าใกล้ ๆ ประมาณ ๓๕,๐๐๐ บาท มันแพงถึง ๒-๓ เท่าตัวในขณะนี้ นี่คือค่าไปฮัจย์ไม่ได้ ตัวโควตา ที่เราจะไปทำฮัจย์ได้พี่น้องของคนไทยประมาณ ๑๓,๐๐๐ คน ป้ที่แล้วไปได้เพียงแค่ ๗,๐๐๐ คนเท่านั้นเอง พี่น้องที่ไม่มีสตางค์ ไม่มีโอกาสได้ไปมาก นี่คือค่าเสียโอกาส นั่นคือ ความแพงของระบบที่ไปใช้ระบบไม่แข่งขัน ทำไมประเทศเราถึงไปเจรจาตกลงแบบนั้น ในป้ ๒๕๖๘ ที่จะทำฮัจย์ Vision 2030 ของซาอุดิอาระเบียเขาเป่ดให้บริษัทประกอบกิจการฮัจย์ ประมาณ ๓๓ บริษัทนะครับ ๓๓ บริษัท เราสามารถเลือก Package แต่ของไทยไปทำไว้ กับบริษัทเดียวใน ๓๓ บริษัท นั่นคือบริษัท มาซาริก ทำให้ทางเลือกไม่มี ไม่มีการแข่งขันครับ สิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องชาวไทยนั้นไม่มีโอกาส จาก ๑๓,๐๐๐ คน เราไปได้แค่ ๗,๐๐๐ คน เท่านั้นเอง เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราน่าจะมีการปรับปรุงเปึนระบบแข่งขันดีหรือไม่ นี่ผมเรียน นะครับให้บริษัทเอกชนเข้าไป

ประการที่ ๒ ในเรื่องของระบบการวางเงินหลักประกันในการไปฮัจย์ ในป้นี้ มีการกำหนดไว้จะต้องวางเงินไว้ทั้งหมด ๑๔๒,๕๔๐ บาท ซึ่งเงินเหล่านี้จะป่ดวันที่ ๑๕ ตุลาคมนี้ ป้ ๒๕๖๗ จะไปเดือนมิถุนายน จะป่ด ๑๕ มิถุนายน ถามว่าถ้าคนมีความพร้อม เดือนธันวาคมไม่มีโอกาสได้ไปเลยใช่ไหม และการเก็บเงิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เอาไปเข้า ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย แต่บอกว่ามีค่าตอบแทนร้อยละ ๑.๕ ค่าตอบแทนนั้น ตามหลักศาสนาอิสลามไม่ใช่เงินลงทุน แต่ไปตีความว่าเปึนเงินลงทุน เปึนดอกเบี้ย มันขัดต่อ ศาสนาอิสลาม แล้วเงินตรงนี้ไปไหนครับ คนตั้ง ๗,๐๐๐ คน ป้นี้ทราบว่ามีลงทะเบียน เพียงแค่ ๒,๐๐๐ คน ในขณะนี้ เรามีโควตา ๑๓,๐๐๐ คน ลงทะเบียน ๓,๐๐๐ คน ทำให้ โอกาสของพี่น้องมุสลิมที่จะไปมันยากขึ้น ผมอยากถามคำถามแรกท่านรัฐมนตรีก่อน นั่นก็คือ ทำอย่างไรให้ราคาฮัจย์นั้นถูกลง จะปรับโครงสร้างให้การทำฮัจย์คือ เปึนแบบเอกชน เข้ามาแข่งขันจริง โดยฝ์ายรัฐไปกำกับเท่านั้นเองได้ไหมครับ อย่าให้ไปเอาเปรียบแซะห์ หรือว่าในส่วนของผู้ประกอบการที่ไปฮัจย์แซะห์ ไม่เอาเปรียบผู้แสวงบุญหรือฮุจญาจ มันจะทำให้ฮุจญาจเรา หรือผู้แสวงบุญเรามีโอกาสไปได้มากขึ้น ไม่ใช่ไปแค่ป้ละ ๗,๐๐๐ คน ให้เปึนเต็ม ๑๓,๐๐๐ คน ท่านจะมีวิธีการอย่างไร จะทำอย่างนี้ได้หรือไม่ คำถามแรกครับ