ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือเรื่องการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางไซเบอร์และการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้ได้ผล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการส่งโทรศัพท์ไปต่างประเทศ และการป้องกันการหลอกลวงจากต่างประเทศ โดยถามว่าผู้บริหารได้มีมาตรการป้องกันหรือไม่
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ขออนุญาตถาม กระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ได้กรุณามาตอบแทน ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับในเรื่องของการปัองกันปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีมันเปึนเรื่องที่ประชาชนชาวไทย และประชาชนทั่วโลกกำลังประสบอยู่ ในส่วนแก๊งที่มาหลอกลวงทางเทคโนโลยีทางไซเบอร์ว่า การโทรหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน หลอกลวงทำงาน หลอกให้กู้เงิน ลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ ให้กดแอปพลิเคชันแล้วก็ดูดเงิน พนันออนไลน์มีเยอะแยะไปหมดเลย มูลค่าไม่น้อยกว่าป้ละ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ป้ ๒๕๖๔ ป้ ๒๕๖๕ มาถึงปัจจุบันก็ไม่น้อยกว่านั้น ในหลายประเทศเขามีระบบการปัองกันที่ค่อนข้าง รัดกุม สำหรับประเทศไทยนั้นท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ก็เคยแถลงเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๗ ก็ได้บอกมาหลายเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น จะต้องการแก้กฎหมายเร่งด่วน เพื่อช่วยผู้เสียหายปัองกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเปึนการคืนเงินผู้เสียหาย เพิ่มสิทธิผู้เสียหาย เพิ่มความรับผิดชอบการบริการเครือข่ายและสังคม หรือเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมก็บอกว่า ปราบปรามอาชญากรรมได้ลดลง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ และการป่ด Social Media อีกหลายกรณี รวมถึงการแก้ปัญหาบัญชีม้า ลบบัญชีม้า ทั้งบัญชีของทางออนไลน์ และในส่วนของบัญชีฝากเงิน การแก้ไข SIM ต่าง ๆ ลบ SIM ต่าง ๆ นี่คือเปึนประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงดังกล่าวนะครับ ประชาชนได้ฟังครับ แต่สิ่งที่เราได้คิดกันคือว่า ทำไมมันถึงไม่ได้ลดลงเท่าไรนักเลย ทุกวันนี้ยังมีการที่หลอกลวง อยู่เสมอ ผู้สูงอายุนะครับบางทีเงินเก็บก็ได้ถูกหลอกลวงไปหมดทั้งที่เก็บเงินมา ทั้งที่ไม่โอน หนุ่มสาวถูกหลอกให้รักแล้วก็โอนเงิน นักธุรกิจก็ถูกหลอกเพื่อที่จะให้ลงทุนต่าง ๆ แล้วเงิน ก็สูญเบิกไม่ได้ นี่คือความรับผิดชอบมันอยู่ตรงไหน และใครจะเปึนคนที่รับผิดชอบ และใคร จะปัองกัน ผมกล่าวถึงในส่วนของ ๒ เรื่องนะครับ
เรื่องที่ ๑ คือในตัวของระบบที่แก้ที่ต้นเหตุ ที่ท่านรัฐมนตรีได้แถลงต่อ สื่อมวลชนนั้นมันแก้ที่ค่อนข้างจะเปึนปลายเหตุ ไปติดตามลบบัญชีม้า บัญชีโทรศัพท์เกินกว่า ๙๙-๑๐๕ เลขหมาย ไม่มารายงานตัวก็ตัด เกินกว่า ๑๐๐ เลขหมาย ๒ ล้านบัญชีก็ตัด มันช่วยได้ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุเลยครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ สิ่งที่สำคัญก็คือ ในส่วนที่ท่านบอกว่าจะดูในส่วนของบัญชีต่าง ๆ นั้น ท่านได้ตรวจสอบ บัญชีที่เหลือนะครับ ตรวจสอบลงลึกไหมว่า มันใช่บัญชีของพวกอาชญากรรมหรือไม่ ผมอยู่ คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ได้ตรวจสอบตามชายแดนนะครับ ไปเห็นการโยงสายออกต่างประเทศ ไปเห็น การ Debased โทรศัพท์ Based ของอินเทอร์เน็ตส่งไปต่างประเทศ ระยะไกลถึงเท่าไรรู้ไหมครับ ๓๐ กิโลเมตร แล้วก็ติดในส่วนของตัวหวังผลประมาณ ๘ กิโลเมตร อาชญากรรม รอบประเทศไทย ไม่ว่าเปึนพม่า เปึนกัมพูชา เปึนมาเลเซีย หรือลาวแถบนี้นะครับ อยู่ตาม ตะเข็บชายแดน ๖-๘ กิโลเมตร มากมาย แต่ถามว่าเราได้แก้ไขปัญหาอะไรไหมครับ กับผู้ประกอบการในการให้บริการโทรศัพท์ต่าง ๆ นั้น ซึ่งได้กำไรจากการส่งไปแล้วเขาซื้อ SIM เหล่านี้ไปใช้ต่างประเทศและเหมือนกับ SIM ไทย แล้วมาหลอกลวงคนไทย ท่านได้มี มาตรการแก้ไขตรงนี้หรือไม่ ทราบว่าไปทำที่จังหวัดมุกดาหารที่ท่านแถลงไว้แล้ว แต่ก็แค่ จุดเดียวเท่านั้นเอง ท่านทำทั่วประเทศไหมครับ ผมถามว่าท่านได้ทำทั่วประเทศหรือไม่ เพื่อระงับไม่ให้ส่งไป ๖-๘ กิโลเมตร สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือในเรื่องของการที่เจรจา กับในส่วนของตัวรัฐบาลต่างประเทศ เพื่อจะร่วมกันปราบปราม เพราะเปึนอาชญากรรม ร่วมกันในส่วนนี้ ท่านได้ทำหรือไม่ ผมดูที่ท่านแถลงไม่มีตรงนี้เลย แล้วจะแก้ปัญหาได้อย่างไร ต้นเหตุไม่ได้ถูกขจัดขึ้นไปที่ส่วนนี้
คำถามแรกผมถามท่านนะครับ ในส่วนการปัองกันการหลอกลวงจาก ต่างประเทศ ท่านได้มีมาตรการอะไรไหมครับ ที่ไปเจรจาต่างประเทศในการปราบปราม ต้นเหตุ ก็คือตัวแหล่งอาชญากรรมได้ไปปราบปรามตามตะเข็บชายแดนหรือไม่ ท่านได้ให้ บริษัทผู้ประกอบการรับผิดชอบร่วมกันหรือไม่ ที่ส่ง Based ออกไป ส่งสายออกไป ๓๐ กิโลเมตรนี่ให้เขามา เขาต้องรับผิดชอบอะไรหรือไม่ ท่านไม่เคยคิดตรงนี้เลย ท่านผลักภาระ ให้ประชาชนรับผิดชอบเอง ไม่ว่าในส่วนอินเทอร์เน็ต เอาคำถามแรกตรงนี้ก่อนนะครับ ขอให้ท่านตอบตรงนี้ก่อนครับ เชิญครับ