สุรวาท ชี้ขาดแคลนครูโรงเรียนเล็ก ขอทบทวนนโยบายคืนอัตรา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

สุรวาท ทองบุ หารือปัญหาขาดแคลนครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายไม่คืนอัตราครูที่เกษียณ ทำให้คุณภาพการเรียนการสอนลดลงและเพิ่มภาระให้ผู้ปกครอง จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและยกระดับการศึกษาอย่างยั่งยืน

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เรื่องอัตรากำลัง หรือเรื่องครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่ามีความสำคัญสูงสุดในเรื่องการที่จะทำให้การพัฒนาประเทศสำเร็จได้ ก็ต้อง คนมีคุณภาพ จะมีคุณภาพได้ก็ต้องอยู่กับครูและบุคลากรที่มีคุณภาพ แต่ปัญหาตอนนี้คือ เรื่องของการมีครูและบุคลากรไม่เพียงพอ ไม่เหมาะสมต่อการจะพัฒนาคุณภาพ การศึกษาได้ครับ โจทย์ใหญ่ว่าวันนี้คุณภาพการศึกษาตกต่ำ การแก้โจทย์สำคัญที่สุดก็คือ มีครูสอน และผู้เรียนได้เรียน ครูได้สอน มีครูได้สอนและนักเรียนได้เรียนครับ เรื่อง PISA เรื่องอะไรต่าง ๆ นั้น รับรองว่าเราไม่ตกต่ำแน่นอน ถ้ามีครูและครูได้สอน ผู้เรียนได้เรียน อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขอสไลด์ที่หน้า ๒ เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)

การบริหารจัดการ เรื่องครูและบุคลากรทางการศึกษา วันนี้เรามีองค์กร องค์คณะบุคคลบริหารบุคคลของ ข้าราชการครู นี่คือ ก.ค.ศ. ได้วางกรอบอัตรากำลังตามหนังสือของ ก.ค.ศ. ว๒๓ ที่เรียกว่า ว๒๓/๒๕๖๓ กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า สถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๑๑๙ คนลงมา นักเรียน ๑-๔๐ คน ให้มีครู ๑-๔ คน ตามสไลด์นะครับ ๔๑-๘๐ คน ให้มี ๖ คน ๘๑-๑๑๙ คน ให้มี ๘ คน หน้าต่อไปเลยครับ กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ถ้านักเรียน ๔๑-๑๑๙ คน ให้มีผู้บริหาร ๑ คน ถ้าถัดไปก็มีผู้บริหารหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา อย่างน้อย ๑ คนอยู่แล้ว แล้วก็มีรองผู้อำนวยการเพิ่มขึ้น ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อัตรา ตามสไลด์นะครับ สไลด์หน้าถัดไป ก.ค.ศ. ได้กำหนดให้มีสายงานสนับสนุนการศึกษา นักเรียนในสถานศึกษานั้น ถ้ามี ๑-๓๕๙ คน ให้มีพนักงานราชการ หรืออัตราจ้าง ๑ อัตรา ถ้าเกินจากนั้นไปก็จะเพิ่มขึ้นตามขั้นบันได คือมากขึ้นให้มีบุคลากรทางการศึกษาอื่น ๑ อัตรา หรือ ๒ อัตรา หรือ ๓ อัตรา หรือ ๔ อัตรา ตามขั้นบันไดของจำนวนนักเรียน ได้กำหนดไว้เช่นนี้ สไลด์หน้าสุดท้าย ครม. หรือ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการของคณะกรรมการ กำหนดเปัาหมายและนโยบาย กำลังคนภาครัฐ หรือที่เรียกย่อว่า คปร. กลายเปึนว่าไปกำหนดว่า เมื่อข้าราชการครู เกษียณอายุราชการให้คืนอัตราให้กับโรงเรียน หรือสถานศึกษาเหล่านั้น โดยมีเกณฑ์ดังนี้ว่า จะคืนก็ต่อเมื่อมีนักเรียน ๑๒๐ คนขึ้นไป นั่นก็หมายความว่า นักเรียน ๑๑๙ คน ลงมา จะไม่คืนอัตราให้ ก็ทำให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาไม่มีครูเมื่อเกษียณไปแล้ว ตอนนี้ขาดแคลน ขัดสน ยุ่งยากไปหมด ตามที่ท่านประธานและพี่น้องประชาชนได้ทราบดีว่า ต้องทำผ้าป์า จ้างครู จ้างเท่าไร ๓,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท เราก็เห็นกันกลาดเกลื่อนนะครับ จากกรอบอัตรากำลังตัวนี้ เราได้รับรายงานจากทางกระทรวงศึกษาธิการในหลายวาระ ในคณะกรรมาธิการพบว่า เมื่อคำนวณตามกรอบอัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนดนี่ขาดครู อยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน แต่ว่าก็มีเกินอยู่ในโรงเรียนที่เกินเพียง ๙,๐๐๐ คน ตีว่าขาดอยู่ ๓๐,๐๐๐ คน คิดดูว่าถ้าขาด ๓๐,๐๐๐ คนนี้ ครูคนหนึ่งรับผิดชอบเด็ก ๓๐ คน ๓๐,๐๐๐ คน คูณ ๓๐ คน ท่านประธานคิดดูว่าเด็กจำนวนกี่คนที่ไร้ผู้สอน แล้วก็ต้องเปึนภาระให้กับ ผู้ปกครอง ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยที่มาวันนี้ ในฐานะที่ท่านมาแทน ท่านนายกรัฐมนตรี เราจึงเรียกร้องมาโดยตลอดว่า ให้มีการทบทวนมาตรการนี้ คปร. นี้ อยู่ใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ท่านได้โปรดเห็นอกเห็นใจ และเมตตากับเด็ก เหล่านี้ด้วย ๑๑๙ คน เปึนคนไทยแท้ ๆ แต่เขาผิดอะไร ที่เขาไม่ได้เกิดในที่ที่มีคน ๑๒๐ คน ไม่มีครู ไม่ให้ครู ก็เปึนภาระของชาวบ้าน แล้วก็ไม่พอ เงินผ้าป์าอะไรทั้งหลายก็ไม่พออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ในฐานะที่ท่านรัฐมนตรีช่วยก็เห็นใจครับ ท่านมาตอบในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านก็เอาคำถามนี้ไป แต่วันนี้ท่านอาจจะยืนยันแทนนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ก็สุดแท้แต่ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะถามในช่วงแรกนี้ว่า ก.ค.ศ. ได้กำหนดไว้เช่นนี้ว่า อย่างไรเสีย มีนักเรียน มีโรงเรียน ก็ต้องมีผู้บริหาร มีครู รวมทั้งมีบุคลากรสายสนับสนุน วันนี้มาตรการ ท่านก็ไปกำหนดเช่นนั้นว่า ถ้า ๑๒๐ คน ไม่จัดสรรอัตราให้ ในขณะที่จัดสรรอัตราเกษียณ คืนมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คืนทั้งหมด แต่ไม่ให้คืนกับสถานศึกษาที่มีนักเรียน ๑๑๙ คน เราถือว่า ใจร้าย เลือดเย็นมากกับการทำร้ายนักเรียนเหล่านี้ ๑๑๙ คน เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนถามว่า คณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งที่เปึน คณะรัฐมนตรีที่เปึนพลเรือน ย่อมที่จะเห็นอกเห็นใจลูกหลานของพี่น้องประชาชนทั้งหลาย ที่จะโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร วันนี้เขาต้องกระเสือกกระสน หนีจากโรงเรียนเหล่านี้ ไป ก็ทำให้โรงเรียนเล็กลง ๆ จนกระทั่งจะฝ์อ แต่สำหรับคนที่ไม่สามารถไปได้ก็จำต้องอยู่ แล้วก็อยู่กับครูคนหนึ่งสอน ๔-๕ วิชา ก็มีนะครับ ก็สรุปเปึนคำถามว่า ท่านจะดำเนินการ อย่างไร เพื่อให้ลูกหลานเรามีครูผู้สอน มีผู้บริหาร มีบุคลากรสายสนับสนุนนะครับ ซึ่งบุคลากรสายสนับสนุนนี้ผมจะขออนุญาตเปึนคำถามที่ ๒ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน