ก่อแก้ว พิกุลทอง พูดถึงการสร้างโอกาสให้ธุรกิจแอลกอฮอล์รายย่อยได้เติบโต โดยอ้างถึงกรณีของเบียร์เยอรมัน และผลิตไวน์ในประเทศฝรั่งเศส และอิตาลี และวิจารณ์เกี่ยวกับระบบการผลิตแอลกอฮอล์ในประเทศไทยที่จำกัดโอกาสให้ธุรกิจรายย่อย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ หลักใหญ่ใจความที่ผมฟังจากเพื่อนสมาชิกทั้งหมดไม่มีใครคัดค้านร่างพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิตสักคน ทุกคนล้วนแต่เห็นด้วยในภาพรวม แต่จะมีความแตกต่าง ในรายละเอียดนะครับ ท่านประธานครับ เวลาเราไปเที่ยวเยอรมัน เราจะเห็นเบียร์เยอรมัน หลายร้อยยี่ห้อ มีงานเทศกาลเบียร์ หรือว่า Oktoberfest มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยว ไปชิมเบียร์ กันเปึนล้านคนนะครับ ไปญี่ปุ์นก็มี Sake นับพันยี่ห้อ ไปประเทศจีนก็มีเหล้าขาวคล้าย ๆ กับ Moutai นับหมื่นยี่ห้อ ราคาไม่กี่ร้อยจนถึงหลักล้านบาท ไปประเทศฝรั่งเศส ทุก ๆ ครั้ง ไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศสต้องไปเที่ยวไวน์ Chateau ซึ่งประเทศฝรั่งเศสมีผู้ผลิตไวน์ถึงกว่า ๓๐,๐๐๐ ราย แล้วกรณีประเทศอิตาลีซึ่งเปึนผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ที่สุดในโลก มีการจ้างงาน ในระบบอุตสาหกรรมผลิตไวน์ รวมทั้งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไวน์ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมแล้วกว่า ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ ประเทศเหล่านั้น ที่มีการผลิตแอลกอฮอล์กันหลากหลายมากมายเปึนเพราะว่ารัฐบาลเป่ดโอกาสให้เขาได้ทำธุรกิจ ได้โดยง่าย ให้เขาสามารถผลิตเพื่อมาแข่งขันกันเอง แข่งขันในประเทศจากท้องถิ่นมา ระดับชาติ แล้วค่อยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ สร้างรายได้ให้กับประเทศเหล่านั้น เยอะแยะไปหมด ท่านประธานครับ ของประเทศไทยมันแปลก ผมดูข้อมูลอย่าง Craft Beer ที่ขายในเมืองไทย เจ้าของเปึนคนไทยแต่บางยี่ห้อไปผลิตที่ออสเตรเลีย บางยี่ห้อไปผลิตที่ไต้หวัน บางยี่ห้อ ไปผลิตที่เวียดนาม บางยี่ห้อไปผลิตที่ สปป. ลาว บางยี่ห้อไปผลิตที่กัมพูชา มันผิดปกติหรือไม่ สินค้าไทยแต่ต้องผลิตต่างประเทศ ส่งกลับมาขายในประเทศไทย ต้นทุนที่สูงขึ้น และประเทศ ที่ไปผลิตก็ใช่ว่าจะมีความอุดมสมบูรณ์ หรือว่าความทันสมัยในเรื่องการผลิตดีกว่าประเทศไทย ตั้งคำถามว่าทำไมเขาต้องทำอย่างไร ก็เปึนเพราะว่าประเทศไทยไปตั้งกฎเกณฑ์เงื่อนไขให้เขา ไม่สามารถเริ่มจากธุรกิจเล็ก ๆ ได้ เปึนการกีดกันรายย่อย รายน้อย ทำให้เขาต้องไปที่ ต่างประเทศในจำนวนน้อย ๆ ก่อน ส่งมาขายแล้วถ้าขายดีเขาจึงค่อยผลิตมากขึ้น ถ้าถึงจุดหนึ่ง เขาติดตลาดแล้วเขาจึงจะมีปัญญามาผลิตในเมืองไทย ท่านประธานครับ วันนี้ตลาดแอลกอฮอล์ ประเทศไทยป้ละประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เบียร์เปึนหลัก เหล้ารองลงมา ไวน์ไม่เยอะ ผมดูข้อมูลยอดขายของ ๒ บริษัทใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ยอดขายป้ละประมาณเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท บุญรอดบริวเวอรี่ ประมาณเกือบ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท Regency ประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ รายใหญ่เขา ยอดขายเยอะแยะไปหมด ถ้าเราเป่ดโอกาสรายย่อยได้ผลิต ได้ขาย เริ่มจากการรับประทานเอง แล้วต่อมาถ้าอร่อยก็ไปขายให้คนโน้น คนนี้ได้ลองชิม ถ้ามีคนชอบบอกต่อ ๆ กันไป ก็ขยาย ฐานผลิตมากขึ้นเปึนโอกาสทางธุรกิจ ท่านประธานครับผมในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เราใช้ Slogan ในการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยคำว่า ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส เรื่องนี้เปึนเรื่องหนึ่งที่เราสามารถลดรายจ่ายชาวบ้าน ที่เขาสามารถผลิตเอง กินเอง ได้ขยาย โอกาส เนื่องจากว่าผลิตเองแล้วมีโอกาสขายได้ แล้วถ้าขายได้ก็เปึนการสร้างรายได้อย่างหนึ่ง ใครจะไปรู้ครับ จากรายเล็ก ๆ ที่ผลิตบนดอย วันนี้อีก ๒๐ ป้ข้างหน้าเขาอาจจะส่งขาย ทั่วโลกก็ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างเปึนไปได้หมดครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิตทั้ง ๓ ฉบับละครับ แต่ว่าเนื่องจากมีความแตกต่างในรายละเอียดก็ขอสงวนสิทธิ ในการโหวตแล้วกันนะครับ แต่สิ่งที่ต้องควรระวังท่านประธานครับเราจำเปึนต้องมีการ ควบคุมคุณภาพให้คงที่ แล้วก็รสชาติเหมือน ๆ กัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค รวมทั้งความสะอาด แล้วเราต้องมีการควบคุมไม่ให้เยาวชนมาเปึนผู้ผลิตรายย่อยต่าง ๆ รวมทั้งไม่ให้มาซื้อไปดื่ม ส่วนผู้จะผลิตรายย่อย รายเล็ก รายน้อย ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ควรจะมีการจดแจ้งเพื่อบันทึกไว้เปึนหลักฐานว่าจะขอผลิตอะไร เท่าไร โดยใคร วัตถุดิบ คืออะไร วิธีการแบบไหน แต่ทั้งนี้รัฐไม่ควรจะไปตีกรอบหรือสร้างเงื่อนไขให้เขาเริ่มธุรกิจรายเล็ก รายน้อยยาก ควรให้โอกาสเขาได้เริ่มสิ่งที่สร้างโอกาสให้เขา ก็ขอกราบเรียนไว้ตรงนี้ครับ