จิรัชยา สัพโส หารือประเด็นการผลิตสุราชุมชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย โดยชื่นชมร่างกฎหมายภาษีสรรพสามิตที่ส่งเสริมความเท่าเทียมและโอกาสในการพัฒนาสินค้าชุมชน พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดการผลิต ควบคู่กับการกำกับดูแลคุณภาพสินค้าเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมการสร้างแบรนด์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวจิรัชยา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณผู้ที่เสนอญัตติร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตทั้ง ๓ ฉบับ ที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างความเท่าเทียมในอุตสาหกรรมผลิตสุรา รวมไปถึง การส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน โดยเฉพาะสำหรับพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย โดยในวันนี้ดิฉันจะขอเน้น ถึงประเด็นสำคัญทั้ง ๒ ประการ คือ สิทธิ เสรีภาพในการ ประกอบอาชีพและการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น
ประการแรก สิทธิ เสรีภาพในการประกอบอาชีพ ปัจจุบันปัญหาหลักในการ ผลิตสุราถูกผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายใหญ่ ซึ่งเปึนการป่ดกั้นโอกาสของผู้ประกอบการ รายย่อย โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชนที่มีความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการผลิตสุรา จากที่ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบการสุราพื้นบ้านในพื้นที่ของดิฉันเอง ได้พบว่าปัญหาหลักคือการกำหนดกำลังการผลิต ซึ่งเปึนข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้การขยายตัว ของธุรกิจเหล้าชุมชนเปึนไปได้ยาก ผู้ประกอบการต้องเผชิญปัญหาของการผลิตเหล้าชุมชน ทั้งในด้านของกฎหมาย รวมทั้งการแข่งขันจากผู้ผลิตรายใหญ่ จากเดิมที่กฎกระทรวง ป้ ๒๕๖๕ กำหนดว่าผู้ผลิตกลุ่มนี้สามารถผลิตได้เพียงสุราขาวเท่านั้น แต่ไม่สามารถผลิต สุรากลั่นประเภทอื่น ๆ เช่น วิสกี้ บรั่นดี Cognac Vodka Gin Rum หรือ Tequila ได้ เพราะเนื่องจากมีการกำหนดให้มีการผลิตสุรากลั่นเหล่านี้ต้องมีกำลังการผลิตอย่างน้อย ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งเปึนการสร้างอุปสรรคให้กับผู้ผลิตรายย่อยค่ะ เพราะฉะนั้น การปลดล็อกเงื่อนไขที่เคยทำให้การขออนุญาตผลิตการประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากสุราขาว จะเปึนการเป่ดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยสามารถผลิตสุรากลั่นประเภทต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และเปึนการสร้าง Branding ให้กับผู้ประกอบการและตัวสินค้า ในทางกลับกันถึงแม้ว่าจะมีการอนุญาตให้ผลิตสุราขาวได้ แต่ผู้ประกอบการรายย่อย ก็ไม่สามารถขยายฐานการผลิตได้ เพราะยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนการผลิตที่ต้องไม่เกิน ๒๐๐ ลิตรต่อวัน นี่คือเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่ของดิฉันว่า หากจะขยายกำลัง การผลิตสุราขาวก็ขยายไม่ได้เพราะติดเรื่องข้อจำกัดการผลิต หากจะขยายไปทำสุรากลั่น ประเภทอื่น ๆ ก็เกินกำลังของผู้ประกอบการรายย่อย ข้อจำกัดตรงนี้ก็ทำให้ผู้ประกอบการ รายย่อยไม่เติบโตและป่ดโอกาสในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตสุรา
ประการที่ ๒ เศรษฐกิจท้องถิ่นจะได้รับการพัฒนา การเป่ดเสรีในการผลิต สุราจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพราะเมื่อชุมชนสามารถผลิตและจำหน่ายสุรา ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างถูกกฎหมาย รายได้เหล่านี้ก็จะกระจายสู่ท้องถิ่น สร้างงาน ให้กับครอบครัวและชุมชน ช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน สิ่งนี้คืออีก ๑ โอกาสในการ สร้างอาชีพและรายได้จากสิ่งที่พวกเขามีอยู่แล้ว นั่นก็คือวัตถุดิบท้องถิ่นและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ซึ่งเปึนสิ่งที่ควรค่าแก่การส่งเสริมไม่ใช่การป่ดกั้นค่ะ ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตประเทศไทย ของเรามีนโยบายเหล้าชุมชนนะคะ ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยที่ถือว่าเปึนก้าวแรกที่สำคัญ ในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและการสร้างเศรษฐกิจฐานราก ประเทศไทยมีความ อุดมสมบูรณ์ในเรื่องของด้านการเกษตรค่ะ โดยเฉพาะผลไม้และพืชผลต่าง ๆ ที่สามารถ นำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ อย่างจังหวัดสกลนครก็มีการนำวัตถุดิบท้องถิ่น ผลผลิตหลัก ทางการเกษตรอย่างอ้อยมาใช้ในการผลิตสุรา และอีกหลายจังหวัดที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ก็นำผลผลิตทางการเกษตรมาชูเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ด้วยเช่นกัน บางครั้งการใช้ผลผลิต ทางการเกษตรที่รูปลักษณ์อาจจะไม่ผ่านมาตรฐาน หรือเรามองภายนอกอาจจะไม่สวย แต่คุณภาพยังดียังนำมาผลิตสุราได้ ก็จะเปึนการช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ใหม่ ให้กับเกษตรกร ขออนุญาตยกตัวอย่างผลดีในทางเศรษฐกิจในการแก้ไขกฎหมายภาษีในการ ผลิตเบียร์ที่ประเทศเกาหลีใต้ในป้ ๒๕๖๒ ผลจากการแก้กฎหมายนี้ทำให้ตลาด Craft Beer เกาหลีใต้เติบโตขึ้นถึง ๓.๓ พันล้านบาทค่ะ ซึ่งคิดเปึน ๒ เท่าจากป้ ๒๕๖๑ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันก็ยังมีความกังวลค่ะ เพราะในร่าง พ.ร.บ. บางร่างมีผู้การพูดถึงปัญหาในเรื่องของคุณภาพ โดยเฉพาะการผลิตสุราที่ไม่ใช่การค้า โดยที่ไม่ขอใบอนุญาต เพราะภาครัฐจะไม่สามารถตรวจสอบได้ สุราอาจเปึนอันตรายต่อการ บริโภค จึงจำเปึนที่จะต้องมีการควบคุมการผลิตอย่างเข้มงวด หากไม่มีการกำกับดูแล ผ่านใบอนุญาตก็จะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้ผลิตมีความรู้เพียงพอกระบวนการผลิต ได้มาตรฐานหรือไม่ อาจจะมีกรณีเยาวชนผลิตสุราเองหรือใช้สารอันตรายอย่างเมทานอล ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ดังนั้นภาครัฐควรจะมีเครื่องมือทางกฎหมายในการควบคุม และแก้ไข ถ้าหากได้วาระ ๑ นี้ร่าง พ.ร.บ. นี้ได้ผ่านไปถึงชั้นกรรมาธิการ ดิฉันต้องขอฝากคณะ ให้มีการตรวจสอบคุณภาพสุราผ่านทางห้องแล็บเอกชนหรือกรมสรรพสามิตนะคะ ต้องมีการ ติดแสตมปีอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
สุดท้ายนี้ดิฉันเห็นด้วยและขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ของพรรคเพื่อไทย เพราะร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ใช่เพียงเปึนการเป่ดเสรีการผลิตสุรา แต่เพื่อ เปึนการให้โอกาสแก่คนตัวเล็ก ตัวน้อย ให้พวกเขาได้ใช้ศักยภาพในการสร้างสรรค์และพัฒนา ให้โอกาสแก่ผู้ประกอบการรายย่อย และสิ่งที่สำคัญคือการไม่ละเลยในเรื่องของคุณภาพ และสุขภาพของผู้บริโภค กราบขอบพระคุณค่ะ