ชนินทร จี้ปรับ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต เพื่อลดสุราเถื่อนและยกระดับมาตรฐานชุมชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗

ชนินทร รุ่งธนเกียรติ หารือเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมสุราและปัญหาสังคม พร้อมเสนอให้ปรับปรุงพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตเพื่อสร้างหลักประกันโอกาสในการประกอบธุรกิจสุราชุมชนและยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างปลอดภัย โดยระบุว่าร่างกฎหมายปัจจุบันไม่สอดคล้องกับหลักการเดิมที่สมาชิกฝ่ายค้านเคยเสนอ ชนินทร รุ่งธนเกียรติ ยืนยันว่าการยกเลิกการขออนุญาตเครื่องกลั่นสุราเพื่อผลิตบริโภคในครัวเรือนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อสุราเถื่อนที่ไม่ได้มาตรฐานและสารเคมีอันตราย จึงขอให้สภาพิจารณาเห็นชอบหลักการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสังคม

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะตัวแทนพรรคครับ ผู้เสนอร่างแก้ไข พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาไม่นาน ในการสรุปหลักการและเหตุผลร่างที่ผมเสนอนี้ และชี้ให้เห็นความแตกต่างกับร่างปัจจุบัน และร่างของพรรคฝ์ายค้านที่ร่วมพิจารณาไปพร้อมกันในขณะนี้ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ของเพื่อนสมาชิกครับว่าจะรับหลักการหรือไม่

ท่านประธานครับ วัฒนธรรมสุรากับสังคมไทยปฏิเสธไม่ได้ครับว่ามี ความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นมาเปึนเวลานาน แยกกันไม่ขาดครับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ว่าพฤติกรรมการดื่มสุราอย่างขาดความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดปัญหาสังคมได้ในหลายระดับ จึงเปึนเหตุผลว่าทำไมเราต้องมี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นเพื่อควบคุมการซื้อ การขาย และการเข้าถึงแอลกอฮอล์สำหรับกลุ่มที่ไม่เหมาะสม และปัจจุบันสภาของเราก็ได้มี การรับหลักการร่างกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อปรับปรุงให้มี ความทันสมัยมากขึ้น อยู่ในระหว่างการพิจารณาของชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตัวผมเองในฐานะผู้เสนอ ร่างฉบับนั้น ก็ได้ร่วมเปึนกรรมาธิการในการพิจารณากฎหมายฉบับนั้นด้วย แต่กฎหมาย อีกฉบับหนึ่งครับที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมหรือควบคุมอุตสาหกรรมสุรา ก็คือ ร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตที่เรากำลังพิจารณาอยู่ ณ ขณะนี้ โดยเจตนาของพรรคเพื่อไทยครับ เราเห็นว่า ควรต้องมีการปรับปรุงให้มีการระบุหลักประกันในการเข้าถึงโอกาสในการเปึนผู้ผลิต ของผู้ประกอบการรายย่อย ให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม ตามนโยบายของรัฐบาล ในอดีตรัฐบาลไทยรักไทย ได้ดำเนินนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายสุราแช่พื้นเมือง สุราผลไม้ และสุรากลั่น หรือที่เราคุ้นเคย กันในชื่อสุราชุมชนครับ โดยนโยบายนี้เป่ดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยในท้องถิ่นสามารถผลิต สุราพื้นเมืองและจำหน่ายได้อย่างเสรี ทำให้ในขณะนั้นมีผู้ผลิตสุราชุมชนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ในประเทศไทย มีผู้ประกอบการที่เปึนชาวบ้านทั่วไปจำนวนไม่น้อยเข้าไปติดต่อกับหน่วยงานรัฐ เพื่อเสียภาษีให้รัฐ นำเอาแสตมปีอากรมาติดขวดสุราที่ตนผลิตอย่างภาคภูมิใจ ซึ่งถือว่า เปึนยุคที่สุราเสรีได้รับการส่งเสริมอย่างกว้างขวางเปึนครั้งแรก ถึงขนาดที่มีการจัดงาน มหกรรมสุราไทย ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเปึนเวทีในการนำเสนอของดีจาก แต่ละท้องถิ่น รวมถึงเปึนพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนพัฒนาองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐาน การผลิตสุราแช่ของไทยให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ครับ รัฐบาลในตอนนั้นยังดำเนิน นโยบายด้านกฎหมาย แก้ไขประกาศและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้มีการผ่อนปรนกฎระเบียบ เพื่อให้การประกอบธุรกิจสุราในประเทศไทยเปึนเรื่องง่ายที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งเปึนตัวอย่างการดำเนินนโยบายที่สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ สร้างรายได้ให้กับ ผู้ประกอบการรายย่อย ส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก พร้อมทั้งลดการขาดดุล ทางการค้าระหว่างประเทศผ่านการลดการนำเข้าสุราต่างชาติอีกด้วย ที่สำคัญครับท่านประธาน สุราชุมชนเหล่านี้ก็เปึนหนึ่งกลไกในการแปรรูปสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่า เพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร และช่วยบรรเทาปัญหาในขณะที่สินค้าเกษตร ล้นตลาดในบางโอกาสได้ด้วย ผมขอยกตัวอย่างหนึ่งที่ผมประสบเองในพื้นที่ของผมเอง ก็คือเมื่อประมาณ ๒ ป้ที่แล้วครับ ผมได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับพี่ไนท์ครับ เจ้าของโรงบ่มไวน์ชุมชนแห่งหนึ่งที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ครับ ในช่วงเวลานั้น เปึนช่วงหลังโควิดครับท่านประธาน ยังมีปัญหาเรื่องของการส่งออกไปนอกประเทศ แล้วก็ยังมีปัญหาในการเป่ดรับนักท่องเที่ยวเข้ามา แต่สินค้าเกษตรประเภทผลไม้ยังออก ตามฤดูกาลครับ และขายไม่หมด ส่งออกไม่ได้ มีแต่จะรอวันเน่าเสียครับ โรงบ่มไวน์แห่งนี้ จึงตัดสินใจช่วยรับผลผลิตทางการเกษตรของเครือข่ายเกษตรกรในหลายพื้นที่ที่ระบายสินค้า ไม่ทัน ทั้งมะม่วง มังคุด ลำไยมาบ่มเปึนไวน์ผลไม้ แล้วนำไวน์ผลไม้ที่ได้นี้แบ่งกันครับ ส่วนหนึ่งพี่ไนท์เก็บเองไว้ขายเพื่อเปึนค่าแปรรูปผลไม้ อีกส่วนหนึ่งส่งคืนให้เกษตรกรครับ ให้เขานำไวน์ไปเก็บหรือไปขายต่อเปึนรายได้ แทนที่จะต้องทิ้งผลไม้ให้เน่าเสีย โดยไม่มีรายได้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนครับว่าสุราชุมชนนอกจากจะเปึนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ให้เกิดมูลค่าเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเปึนส่วนช่วยพยุงเศรษฐกิจของชุมชนผ่านช่วงที่เปราะบางได้ด้วย ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีการพัฒนาปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการผลิตแอลกอฮอล์ มาโดยตลอดครับ กฎกระทรวงของกรมสรรพสามิตเองก็มีการปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ ครับ แต่เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยต้องยื่นร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เพื่อสร้างหลักประกันครับ หลักประกันโอกาสทางธุรกิจของพี่น้องประชาชน ทั้งผู้ผลิตรายเล็กรายน้อย กลุ่มภูมิปัญญา ชาวบ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ให้ระบุไว้ในกฎหมายในระดับ พ.ร.บ. ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามา เปึนรัฐบาลหลังจากนี้ก็ต้องให้ความสำคัญเสมือนกัน และในขณะเดียวกันก็ต้องยังสามารถ เป่ดช่องให้มีการควบคุมมาตรฐานคุณภาพสุราที่ผลิตขึ้นได้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ในสังคม ดังนั้นในร่างที่ผมเสนอจึงมีหลักการสั้น ๆ ครับ เพียงว่าเปึนการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๕๓ เพื่อให้การขออนุญาต ผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสุราไว้ในครอบครอง มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ คำว่า เหมาะสมยิ่งขึ้นนี้ในร่างแก้ไขของผมกำหนดเพิ่มเติมในมาตรา ๑๕๓ ไว้ใน ๒ ประเด็นหลักครับ

ประเด็นแรก คือกฎกระทรวงที่ออกตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ต้องมีสาระในการส่งเสริม ผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งสถาบันเกษตรกร SMEs และวิสาหกิจชุมชน รวมไปถึงบุคคล ทั่วไปครับ ให้สามารถเข้าถึงใบอนุญาตโดยไม่สร้างภาระเกินความจำเปึน

ประเด็นที่ ๒ เงื่อนไขในการพิจารณาให้ใบอนุญาตต่าง ๆ ต้องไม่นำกำลังการผลิต และทุนจดทะเบียนมาเปึนเงื่อนไข แต่ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัย เปึนหลัก

ซึ่งความแตกต่างที่สำคัญมากอีกประเด็นหนึ่งในร่างของผมกับร่างของ เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ครับ ก็คือผมไม่ได้มีการปรับแก้ให้ผู้ถือครอง เครื่องกลั่นสุราที่ไม่ได้มีไว้เพื่อประโยชน์ทางการค้าไม่ต้องขออนุญาต ดังเช่นหลักการของ เพื่อนสมาชิกครับ ที่เท่ากับว่าการผลิตเพื่อบริโภคกันเองในกลุ่มเพื่อนหรือผลิตบริโภค ในครัวเรือนไม่ต้องขออนุญาตหรือแจ้งให้หน่วยงานรับทราบเลยอีกต่อไป ซึ่งหลักการนี้ เปึนหลักการเดิมในร่างที่เพื่อนสมาชิกเคยยื่นแล้วในการพิจารณาครั้งที่แล้วครับ ในสมัย รัฐบาลที่แล้ว แล้วก็มีการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการในครานั้น แต่ก็ได้มีความเห็นร่วมกัน ในชั้นกรรมาธิการไปเรียบร้อยแล้วครับว่า การถือครองเครื่องกลั่นสุราแม้เพียงเพื่อบริโภคกันเอง ก็ควรมีการแจ้งให้หน่วยงานรับทราบ เพื่อประโยชน์ในการประเมินติดตามและควบคุม ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมในอนาคตได้ และปัจจุบันครับ กรมสรรพสามิตเอง ก็ได้ออกกฎกระทรวงที่ให้มีใบอนุญาตขึ้นมาอีกประเภทหนึ่งครับท่านประธาน เรียกว่า ใบอนุญาตผลิตสุรา ที่มิใช่เพื่อการค้าออกมาเรียบร้อยแล้ว และมีเงื่อนไขในการอนุญาต เพียงแค่เปึนลักษณะของการจดแจ้งเพื่อทราบเท่านั้น ที่สามารถแจ้งได้ง่ายและไม่เปึนภาระ แก่ผู้ถือครองเครื่องกลั่นสุราเหล่านั้นจนเกินไป หรือหากจะมีการปรับปรุงเงื่อนไขในการได้ใบอนุญาตประเภทนี้เพิ่มเติม ก็เปึนเรื่องที่เรา สามารถเสนอดำเนินการได้ในลำดับต่อไปครับ แต่การยกเลิกการขออนุญาตการมีเครื่องกลั่น สำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครองไปเลยส่วนตัว ผมเองเห็นว่าเปึนเรื่องที่อันตรายครับ เพราะจะทำให้การกำกับดูแลการผลิตสุรามีความยากลำบากมากขึ้นในอนาคต และเพิ่ม ความเสี่ยงที่สุราใด ๆ ที่ถูกผลิตขึ้นแบบไม่ได้มาตรฐานอาจจะมีการถูกแจกจ่ายหรือว่า จำหน่ายออกไปแบบไม่ถูกต้อง ดังเช่นปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตเรื่องสุราเถื่อนที่ลักลอบผลิต แบบขาดการควบคุมและมีผลให้นำเอาสารเคมีเจือปนที่เปึนอันตรายต่อสุขภาพเข้ามาผสม ด้วยครับ แล้วก็เปึนผลให้เกิด Cluster ต่าง ๆ ที่ทำให้สภาพสังคมมีความหวั่นวิตกต่อการ บริโภคสุรา ต้องฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ที่ร่วมกันพิจารณาให้เห็นถึงความเหมาะสม ของการรับหลักการร่างต่าง ๆ แล้วก็พิจารณาแทนพี่น้องประชาชนในทุกกลุ่มด้วย

ท้ายที่สุดนี้ครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าผู้เสนอร่างทุกท่านคงคิดเห็นไม่ต่างกัน ที่ต้องการให้การผลิตสุราเปึนไปอย่างเสรีมากขึ้น เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมสุราของไทยครับ และใช้เปึนกลไกหนึ่งในการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ แต่การที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ ให้ขยายตัวขึ้น ก็ต้องคงไว้ซึ่งความห่วงใยเรื่องปัญหาสุขภาพและผลกระทบทางสังคมเช่นกัน เพราะหากคุมไม่ได้จะยังเปึนการทำลายชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของสุราพื้นบ้านของไทย ไปเสียเองด้วย ผมจึงขอเชิญชวนพี่น้องเพื่อน ๆ สมาชิกทุก ๆ ท่านร่วมกันรับหลักการ ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฉบับที่ผมเสนอนี้ของพรรคเพื่อไทย เพื่อยืนยัน ในหลักการและเจตนารมณ์ที่เราอยากจะมีกฎหมายที่มีความสมดุล ที่จะผ่อนคลาย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการควบคุมผลกระทบอย่างเหมาะสมในเรื่องของสังคม และสุขภาพไปพร้อมกัน ขอบคุณครับท่านประธาน