จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงการรับร่าง พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐเพื่อพิจารณาในกรอบ 60 วัน โดยย้ำความสำคัญของการตรวจสอบความเหมาะสมและความขัดแย้งของกฎหมายอย่างมีเหตุผล พร้อมยืนยันความโปร่งใสในการบริหารหนี้สาธารณะและการเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเหตุผลความจำเป็นในการใช้เงินนอกงบประมาณในหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีกรอบกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว จึงไม่ควรถูกยกเลิกโดยพลการโดยไม่เตรียมระบบรองรับอย่างรอบคอบ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐที่ท่านวิโรจน์ได้นำเสนอมา ทางคณะรัฐมนตรีรับไป ๖๐ วัน ผมต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับ ไม่ใช่การอุ้ม ไม่ใช่การ ที่เราจะเอากฎหมายไปทำอะไรผิดกติกา ไปอ่านข้อบังคับครับ ข้อบังคับเขียนชัดเจนนะครับ ข้อ ๑๑๘ ว่าเปึนอำนาจของทางคณะรัฐมนตรีที่จะสามารถรับร่างพระราชบัญญัติไปพิจารณา ก่อนลงมติ ซึ่งเราก็ดำเนินการตามนั้น ๖๐ วัน การที่เราต้องรับ ๖๐ วัน เพื่อเอาข้อมูล มาให้กับสภาครับ เปึนสิ่งซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องไปดูความเหมาะสม ความถูกต้อง ความชอบ ความขัดกันของกฎหมาย และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้สมาชิก มีข้อมูลครับ ไม่อยากให้ท่านลงมติด้วยอารมณ์ว่าไม่ชอบอะไร เกลียดอะไร แล้วก็จะลงมติ เพื่อที่จะมีการปรับแก้ไข ซึ่งในเรื่องนี้เปึนตัวอย่างที่ชัดเจน ซึ่งทางคณะรัฐมนตรีขออนุญาต นำเรียนต่อท่านสมาชิกผ่านท่านประธาน
ในประเด็นแรกครับ มีการแก้ไขหลัก ๆ จริง ๆ ๓ เรื่องนะครับ เรื่องแรก เปึนการแก้ไขในวรรคสามของมาตรา ๒๘ เรื่องของเงินตามมาตรา ๒๘ ให้มีการส่งยอด คงค้างต่อสาธารณะผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตหยิบยกมาก่อนนะครับ ก็คือในเรื่องของการทำรายงาน หนี้สาธารณะ แล้วก็ให้เป่ดเผยรายงานต่อสาธารณะตามสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจากการฟัง ท่านสมาชิกได้อภิปรายหลังจากมีคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีแล้ว ดูเหมือนประเด็น ๒ ประเด็นนี้จะไม่ได้มีการติดใจอะไรนะครับ โดยเฉพาะสำคัญที่สุดคำชี้แจงก็ค่อนข้างชัดเจน อย่างเช่น มาตรา ๒๘ ทางหน่วยงานนี้จะต้องทำเปึนส่วนหนึ่งของรายงานความเสี่ยงทางการคลัง ประจำป้ ซึ่งกระทรวงการคลังมีหน้าที่ดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนมีนาคมของทุกป้ นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการเงินของรัฐเพื่อประกอบการพิจารณาแผนระยะการคลัง ระยะปานกลาง แล้วก็เสนอ ครม. เพื่อทราบหลังจากเสนอ ครม. เพื่อทราบนะครับ รายงานเหล่านี้เปึนที่เป่ดเผย มีการเป่ดเผยทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้วซึ่งยอดภาระคงค้าง ของการชดเชยค่าใช้จ่ายของรัฐบาลตามมาตรา ๒๘ ที่ปรากฏอยู่ ณ วันสิ้นป้งบประมาณ กลไกที่มีอยู่ดำเนินการตามที่ได้เปึนปกติท่านในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านก็เห็นอยู่ ทุกป้นะครับ ไม่ใช่ความลับ แล้วก็ไม่ใช่ตัวเลขอะไรที่เปึนสิ่งซึ่งไม่ควรเป่ดเผย มันมีทุกคน ก็รู้กันอยู่ เพราะฉะนั้นเรียนด้วยความเคารพว่าในประเด็นของการแก้ไข เพื่อให้เป่ดเผย ต่อสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้ง ๒ รายการคงเข้าใจตรงกันว่าไม่มีความจำเปึนจะต้องแก้ไขนะครับ ประเด็นซึ่งมีการอภิปรายกันค่อนข้างมากเปึนประเด็นในเรื่องของการแก้ไขมาตรา ๖๑ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐครับ ซึ่งบอกว่าเงินนอกงบประมาณให้นำฝากไว้ที่ กระทรวงการคลัง เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดเปึนอย่างอื่น โดยไม่ให้ทำข้อตกลง เพื่อให้หน่วยงาน สามารถมีเงินนอกงบประมาณไปบริหารจัดการได้ ซึ่งตรงจุดนี้หน่วยงานของรัฐก็ได้ดำเนินการ ให้ข้อสังเกตมาเปึนจำนวนมาก ยกตัวอย่างที่สำคัญ ก็บอกว่าการเสนอแก้ไขนี้ ต้องเรียน อย่างนี้ครับว่า การที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐสามารถทำข้อตกลง ในเรื่องของเงินนอก งบประมาณได้ เปึนไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐครับ เพราะว่ากลไกตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ เราเน้นเอาผลสัมฤทธิ์ คือการปฏิบัติ ภารกิจของหน่วยงาน ของส่วนงานให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งการที่ต้องมีเงินบางส่วนในการ บริหารจัดการนี้เปึนความจำเปึนสำหรับการบริหารสภาพคล่อง เกิดความคล่องตัว เกิดความ สะดวกรวดเร็ว อันนี้ผมว่าเข้าใจตรงกันไม่น่ามีประเด็นปัญหาอะไรนะครับ ส่วนข้อห่วงใย ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่า หลาย ๆ ประเด็นครับ อย่างเช่นประเด็นแรกมีการพูดว่าเงิน นอกงบประมาณมีจำนวนมหาศาลหลายล้าน ล้าน ล้าน ผมก็ต้องเรียนอย่างนี้ว่าส่วนใหญ่ ของมันคือเงินที่อยู่ในกองทุนหมุนเวียน เช่น กบข. เช่น กองทุนประกันสังคมเหล่านี้เปึนเงิน ซึ่งแม้แต่รัฐบาลเองก็ไม่สามารถที่จะล้วงเข้าไปบริหารจัดการได้ เพราะความเปึนเจ้าของไม่ใช่ เราครับแต่เปึนข้าราชการ แต่เปึนพี่น้องประชาชนที่เขาฝาก ที่เขาดำเนินการประกอบอาชีพ แล้วก็เข้ามาสู่ในเรื่องของกองทุนประกันสังคมบ้าง ในเรื่องของกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการบ้างนะครับ กลไกต่าง ๆ ที่เราดำเนินการผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่ท่านจะ ทำถ้าให้เปรียบเทียบ เหมือนกับว่าจะจับปลา เพราะท่านเองก็พูดในเจตจำนง ในสิ่งที่ได้อภิปรายมาก็เข้าใจกันชัดเจนว่าท่านพูดถึง อย่างเช่น ยกตัวอย่างกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีการพูดถึงกันมากแม้แต่ในชั้นของกรรมาธิการ งบประมาณ รวมถึงในชั้นของที่ประชุมในวันนี้นะครับ ก็มีการพูดถึงในประเด็นของ กระทรวงกลาโหม แต่ว่าสิ่งที่ผมในฐานะ ครม. ต้องหยิบยกมาเปึนตัวอย่างให้กับท่านสมาชิก ทุกคน มันไม่ได้มีเพียงแค่นั้นครับ แต่สิ่งที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ในเรื่องของเงินนอก งบประมาณ มันมีอยู่ในหลายส่วนงานยกตัวอย่าง เช่น เงินบำรุงของโรงพยาบาล ซึ่งคุณหมอ เชิดชัยก็ได้พูดนะครับ เงินบำรุงของโรงพยาบาลเปึนรายได้ที่เขาเก็บมา เช่น ค่าบริการ ค่าที่คนไปเจ็บป์วยรักษาแล้วต้องจ่ายเงินให้ เหล่านี้สามารถเอาไปบริหารจัดการอยู่ใน โรงพยาบาลตามต่างจังหวัด โรงพยาบาลในชุมชนโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาผ่านกระบวนการ เข้ามาสู่ส่วนกลาง มาที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะไปจัดสรรแล้วก็ ตั้งงบประมาณกลับไป การแบ่งสันปันส่วนอย่างนี้ทำให้สัดส่วนในเรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องงบเปึนไปตามสภาพที่แท้จริง หากเราจะต้องเก็บทั้งหมดแล้วก็เอามาอยู่ที่กระทรวงการคลัง ผ่านกระบวนการตั้งงบประมาณหมายความว่า การพัฒนาโรงพยาบาล การที่จะต้องจ่ายเงิน ไปให้เปึนเงินของพี่น้องข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุขจะต้องล่าช้า เพราะว่ามันต้อง ไปผ่านกระบวนการงบประมาณ ๑ ป้ ๑ รอบทุกครั้งไปนะครับ มันจะทำให้กระบวนการ จัดการและการบริหารงานเปึนไปด้วยความยากลำบากนะครับ
ในอีกส่วนหนึ่งก็คือในส่วนของโรงเรียน เช่น การเก็บค่าเทอมของ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ อันนี้เช่นเดียวกันครับ ก็เปึนส่วนซึ่งเขาสามารถเก็บมาแล้วก็บริหาร จัดการได้อยู่ภายในกรอบของเงินนอกงบประมาณเช่นเดียวกัน อันนี้เปึนประโยชน์ ถ้าวันนี้ เราจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า บอกว่าตัดทิ้งเลิกแล้ว กระบวนการบริหารจัดการของภาครัฐ ในส่วนนี้ซึ่งเปึนประโยชน์ เช่น โรงพยาบาล เรื่องของโรงเรียน เรื่องของมหาวิทยาลัย จะสะดุดติดขัดทันที เพราะฉะนั้นกระบวนการที่เดินมาเปึนกรอบซึ่งเราบริหารจัดการอยู่แล้ว การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลาจะไม่สามารถที่จะเปลี่ยนชั่วข้ามคืน โดยที่ไม่มีการศึกษา ให้รอบคอบ ไม่มีการเตรียมการรองรับได้ ส่วนการตรวจสอบต้องเรียนว่าเงินลักษณะนี้ ไม่ใช่เงินที่ไม่มีที่มาที่ไป ทั้งหมดต้องมีการรายงานผ่านกระบวนการตามงานของราชการ สิ่งที่เราจะรู้ในเบื้องต้นเลยก็คือสำนักงบประมาณครับ สำนักงบประมาณจะเห็นก่อน เพราะว่าในกระบวนการจัดทำงบประมาณประจำป้ สำนักงบประมาณจะต้องนำเอาเงิน นอกงบประมาณเหล่านี้มาพิจารณาร่วมด้วยว่า มีภารกิจใดที่อยู่ในส่วนของเงินนอก งบประมาณ ภารกิจใดที่จะต้องมาเปึนภาระของงบประมาณแผ่นดินนะครับ ส่วนขั้นตอน ต่อมาเมื่อเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกเอง ท่านกรรมาธิการงบประมาณที่ไปเปึน จากการตั้งของพวกเราทุกครั้งก็เห็นมาโดยตลอดว่ามีเงินนอกงบประมาณเท่าไร และจะสามารถนำไปบริหารจัดการ มีภารกิจอะไรบ้างนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จึงเปึน ความจำเปึน กลไกในการใช้มันก็มีกฎหมายกำกับครับคือจะต้องเปึนไปตาม พ.ร.บ. จัดซื้อ จัดจ้างทุกครั้งไป ทั้งหมดโปร่งใส ตรวจสอบได้มีหน่วยงานที่เปึนหน่วยงานตรวจสอบ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ป.ป.ท. ไม่ว่าจะเปึนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เขาก็ตรวจสอบกันอยู่ โดยตลอดนะครับ สุดท้ายทั้งหมดนี้ก็ต้องมารายงานให้กับกรมบัญชีกลางทราบในรายป้ ไม่มีกระบวนการใดที่เปึนที่ลึกลับซับซ้อนและมองไม่เห็น ผมก็ต้องเรียนว่าวันนี้ผมเข้าใจครับ ท่านอยากจับปลาครับ ท่านก็มองเห็นหน่วยงานที่อาจจะเปึนจุดซึ่งท่านมองว่าควรจะต้องมี การปรับแก้ในเรื่องของเงินนอกงบประมาณ อันนั้นเปึนความห่วงใยถูกต้อง แต่มีกลไกอื่น และมีกลไกที่ท่านจะสามารถเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เสนอต่อหน่วยงานที่อยู่ในส่วนงาน ที่เกี่ยวข้อง ในการไปปรับแก้ ในการไปกำกับแก้ไข ด้วยอำนาจของนิติบัญญัติสามารถ ดำเนินการได้อยู่แล้ว วันนี้ท่านไปห่วงในเรื่องของเงินนอกงบประมาณ อย่างเช่น เงินนอก งบประมาณที่เรียกว่า ประเภทที่ ๒ ผมต้องเรียนว่าเงินนอกงบประมาณประเภทที่ ๒ ไม่ได้รวมอยู่ตามมาตรา ๖๑ นี้ด้วยซ้ำนะครับ ท่านกำลังจะจับปลา ท่านบอกว่าจับปลา ท่านไม่ใช้ตาข่าย ท่านใช้ไฟฟัาช็อต ปรากฏว่าปลาไม่ได้อยู่ในบ่อนี้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ความเห็นของคณะรัฐมนตรีก็คือการแก้ไขในส่วนนี้ ในหลายส่วนยังไม่มีความจำเปึน เพราะว่ามีกลไกรองรับอยู่แล้ว ๒. ก็คือการปรับแก้ในเรื่อง ของเงินนอกงบประมาณที่ท่านได้เรียนนะครับ ผมเข้าใจในความห่วงใย แต่อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ เพราะว่ายังมีความจำเปึน โดยเฉพาะในเรื่องของความคล่องตัว ในเรื่องของการบริหารจัดการรายวันของข้าราชการ โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ในส่วนของ โรงพยาบาล ในส่วนของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็เปึนความจำเปึน ก็ยืนยันตามสิ่งที่ คณะรัฐมนตรีได้นำเรียนครับ