เอกราช อุดมอำนวย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยเสนอให้เพิ่มการกำกับดูแลโรงพยาบาลในกำกับของคณะแพทยศาสตร์ เพื่อความชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการบริหาร พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อหลายประเด็นในร่างกฎหมาย ทั้งสัดส่วนผู้แทน ความขัดแย้งภายใน บทบาทอำนาจส่วนกลาง คุณสมบัติอธิการบดี และประเด็นคุณวุฒิการศึกษา รวมถึงข้อข้องใจเรื่องงบประมาณ การใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวน การปลูกป่าทดแทน การจัดการหอพักนักศึกษา และการบริหารพื้นที่โดยรอบเพื่อความยั่งยืน จึงเรียกร้องให้กรรมาธิการทบทวนร่างกฎหมายอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมืองจาก พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ก็คือร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มี ๒-๓ ประเด็นนะครับ ที่ผมจะขออภิปราย ในหลักการเขาบอกว่าปรับปรุงกฎหมายว่าด้วย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แต่จริง ๆ แล้วในการออกไปเปึนมหาวิทยาลัยในกำกับเราก็จะทราบ กันดีอยู่แล้วว่า แทบจะไม่ได้แตกต่างในเรื่องของการอยู่ภายใต้ระบบราชการแบบเดิม เพียงแต่ว่าจะมีความคล่องตัวในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งเปึนเรื่องที่ดี ก็จะมีการบริหาร จัดการของตนเอง แล้วก็มหาวิทยาลัยก็พัฒนาได้ แต่ว่ามองอีกแง่มุมก็คือขอรับเงินอุดหนุน แล้วก็ไปใช้เงินอุดหนุนนั้นในการพัฒนาการศึกษา แล้วก็มีเงินเก็บสะสมของตนเอง ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือการกำกับดูแล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการในฐานะที่ท่านจะต้องกำกับอย่างดี ดังนั้นในเรื่องของการออกกฎหมาย ถือว่าเปึนพื้นฐาน รากฐานขั้นต้นที่จะไปสู่การกำกับที่ดี ผมก็มาดูในร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งจริง ๆ ที่ทำขึ้นมาก็มีอยู่ ๒-๓ ประเด็น ที่อาจจะเปึน ข้อสังเกตเพื่อฝากไปถึงท่านกรรมาธิการที่อาจจะตั้งขึ้น
ประเด็นแรก ก็คือในมาตรา ๑๖ (๓) เรื่องของการดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ เพื่อการศึกษาตรงนี้ไม่แน่ใจว่ามีภารกิจอย่างไร แต่ว่าที่ตกหล่น ที่ขาดไป ที่ผมสอบถามก็คืออยากจะให้เปึนข้อสังเกต ก็คือเรื่องของโรงพยาบาลในกำกับ ซึ่งเข้าใจว่า ที่อุบลราชธานีมีโรงพยาบาลฝ๊กหัดเล็ก ๆ ที่ดูแลผู้ป์วยแล้วก็อยู่ในคณะแพทย์ศาสตร์นะครับ ซึ่งก็ไม่ได้มีรายละเอียดเขียนเอาไว้ว่าจะดูแล จะจัดการในส่วนของสาขาด้านการแพทย์ตรงนี้ อย่างไรนะครับ อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการดำเนินการในหมวด ๒ ครับท่านประธาน การดำเนินการในหมวด ๒ ตามมาตรา ๒๒ อยากจะสอบถามว่า ถ้าหากว่าการร่างกฎหมายมา เปึนการเลือกจำนวน ผมเรียกว่าสัดส่วนคนในกับคนนอกแล้วกันนะครับ เมื่อเวลาดูตัวเลข ในร่างนี้แล้วก็มีความประหลาดใจมากครับ ก็คือว่าคนในจำนวนน้อยมาก ถ้าเทียบกับ หลักการกระจายอำนาจ เขาก็คือท้องถิ่นของการศึกษาหนึ่ง คนข้างในมหาวิทยาลัยที่อยู่ เปึนพนักงาน เปึนข้าราชการ ลูกจ้างอะไรต่าง ๆ ควรจะมีส่วน แล้วมีบทบาทในสภา ที่จะกำหนดทิศทางของมหาวิทยาลัย แล้วก็ไม่แน่ใจคือปัจจุบันนี้มีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่มีความขัดแย้งในสภามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเปึนขัดแย้งกับอธิการบดีจนบริหารไม่ได้ ขัดแย้ง กับคณะกรรมการสรรหาจนสรรหาไม่ได้ อย่าให้ผมเอ่ยชื่อมหาวิทยาลัยเลยครับ ดังนั้น รัฐมนตรีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมก็พยายามอยากจะให้บทบาทของอำนาจส่วนกลาง ที่มาจากประชาชนเข้าไปกำกับให้มากขึ้น คือคำว่าทำอะไรไม่ได้กับไม่ทำอะไรเลย มันมีเส้นบาง ๆ ดังนั้นผมก็กลัวว่ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในอนาคตก็จะซ้ำรอยกับมหาวิทยาลัยอื่น อยากจะให้กรรมาธิการพิจารณาในส่วนตรงนี้ด้วยนะครับ
นอกจากนี้ครับก็คือเพื่อนสมาชิกหลายคนอภิปรายไปแล้ว เรื่องของเงินนอก งบประมาณ และเรื่องของการกำหนดคุณสมบัติของอธิการบดีหรือว่าบุคลากรก็ดี เรื่องของ อายุตรงนี้ก็ฝากไปดูดี ๆ นะครับว่า ควรจะกำหนดอย่างไรให้เหมาะสม ถี่ถ้วน
สุดท้ายครับท่านประธาน ก็คือในมาตรา ๑๔ เรื่องของคุณสมบัติ ในถ้อยคำ จริง ๆ ผมเข้าใจว่าปรับแก้ได้ แต่ว่าผมกลัวจะพลาด ก็เลยขออภิปรายบันทึกเอาไว้ครับว่า ถ้าไปเขียนว่า สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาเอกหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย พอเขียนแค่นี้แบบนี้มันจะกลายเปึนว่า จากมหาวิทยาลัยนี้ คือต้องจบจากที่นี่เท่านั้น อันนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าจุดประสงค์ของการร่างกฎหมาย ผู้เสนอร่างต้องการให้เปึนแบบนี้หรือเปล่า หรือในชั้นกรรมาธิการจะถกเถียงพูดคุยกันอย่างไร เพราะว่ามันก็จะผิดไปจากมาตรฐาน จากร่างพระราชบัญญัติในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่เขาเขียนกันนะครับ
นอกจากนี้ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของงบประมาณ สุดท้ายแล้วก็คือ ผมได้ดูคำของบประมาณเนื่องจากอดีตก็เปึนกรรมาธิการงบประมาณป้ ๒๕๖๘ ด้วย แล้วก็ เปึนห่วงพอสมควรในเรื่องของการบริหารจัดการนะครับ เรื่องของในท้ายพระราชบัญญัตินี้ ก็มีเขียนเอาไว้อยู่แล้วนะครับ จริง ๆ มีสัดส่วนของเงินงบประมาณที่จะถ่ายโอนอะไรต่าง ๆ ก็ฝากไว้เปึนประเด็นอยู่ ๒-๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของมหาวิทยาลัยได้รับใบอนุญาตจากกรมป์าไม้ในการใช้ พื้นที่ในเขตป์าสงวนแห่งชาติ แล้วก็เปึนเขตป์าที่คณะรัฐมนตรีให้รักษาไว้เปึนสมบัติของชาติ ซึ่งที่ตั้งของมหาวิทยาลัยประมาณ ๕,๑๑๑ ไร่ แล้วก็ระยะเวลาใช้พื้นที่ ๓๐ ป้ จะครบการใช้ ในป้ ๒๕๖๗ ๔,๒๒๑ ไร่ แล้วในป้งบประมาณ ๒๕๖๘ นี้ ๘๙๐ ไร่ ก็มีการคำนวณ ตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่องของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปลูกป์า ทดแทนในอัตราไร่ละ ๑๐,๙๖๐ บาท ทีนี้ในเรื่องของการปลูกป์าทดแทน ในการจัดหาพื้นที่ ตรงนี้ก็อยากให้ทางคณะ เขาเรียกว่าเรื่องของมาตราที่เกี่ยวข้อง ลองดูด้วยว่าต่อไปในอนาคต เรื่องของพื้นที่ของมหาวิทยาลัยจะเปึนอย่างไร เพราะว่าไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดวันหนึ่งต้องถูกเอาคืน หรือแบบนี้ก็จะมีปัญหาในเรื่องของที่ที่มันทับซ้อนกันนะครับ แล้วก็ฝากไปถึงหอพักของ นักศึกษาด้วยนะครับ เพราะว่าจะมีนักเรียนในโครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน ใช่ไหมครับ ซึ่งเปึนการกำกับดูแลประมาณ ๑,๒๐๐ กว่าคนนะครับ แล้วก็นักศึกษาทุกชั้นป้ ๑๗,๐๐๐ กว่าคนก็มีหอพักคิดไปแล้วแค่สัดส่วนนิดเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นนักศึกษาก็อยู่รอบ มหาวิทยาลัย แล้วก็พื้นที่ที่อำเภอวารินชำราบซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัยกว่า ๑๐ กิโลเมตร ก็ลองดูเรื่องของการบริหารจัดการในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยว่า ถ้าใส่ลงไปแล้วครอบคลุมได้ หรือว่า ให้อำนาจคณะกรรมการในการจัดการตรงนี้ก็จะเปึนประโยชน์มากขึ้น ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ