เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยเน้นความจำเป็นในการแยกตัวจากข้าราชการเพื่อให้ได้รับอิสระในการบริหารจัดการและรองรับการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน ทั้งจากการสร้างรายได้ผ่านการวิจัยและหลักสูตรที่ตอบโจทย์สังคม รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านประชากร การเปลี่ยนแปลงการศึกษา และความจำเป็นในการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพและทักษะเฉพาะทาง พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ค่าครองชีพนักศึกษา และสิทธิประโยชน์ของคณาจารย์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและโอกาสในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยในอนาคต
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอโอกาสอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่จะออกไปเปึนมหาวิทยาลัยในกำกับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมลองไปดูมหาวิทยาลัย ที่จะออกนอกระบบนี้ ครั้งแรก ๆ มหาวิทยาลัยที่เกิดใหม่ก็ออกไปทันที แล้วหลังจากนั้น ก็ไปที่มหาวิทยาลัยที่มีอยู่เดิม เขาเรียกว่าเปลี่ยนสถานภาพไป แล้วถ้าไปดูในมหาวิทยาลัย ที่พัฒนาอยู่ต่างจังหวัด ก็เริ่มที่ เชียงใหม่ก่อน แล้วก็ขอนแก่น ที่เหลือก็ยังไม่มีที่จะออกนอกระบบ ยังอยู่ในระบบนะครับ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนี้นะครับ ที่มี พ.ร.บ. จัดตั้งขึ้น ประมาณป้ ๒๕๓๓ แล้วก็ยังอยู่ในระบบ มาถึงป้นี้กี่ป้แล้วครับ ก็อยากจะออกนอกระบบ ท่านประธานที่เคารพครับ ทำไมต้องออกนอกระบบครับ อันนี้เปึนเหตุการณ์ตั้งแต่สมัยเก่า ทุกคนก็ไปอ้างว่าโลกมันเปลี่ยนแปลงไป เพราะฉะนั้นต้องให้อิสระแก่มหาวิทยาลัย ที่จะบริหารตัวเอง ก็คือเพื่อให้เกิดความคล่องตัว มีอิสระในการทำงาน โดยเฉพาะผู้บริหาร ชอบมากนะครับ แล้วมหาวิทยาลัยก็จะมีสภามหาวิทยาลัยเปึนองค์กรสูงสุดที่จะรับผิดชอบ ตัดสินทุกอย่างในการแบ่งส่วน หรือยุบ หรือให้อำนาจต่าง ๆ ของหน่วยงานในมหาวิทยาลัยนั้น ๆ แล้วแถมก็ยังได้เงินจากรัฐบาลเหมือนเดิม แต่เปึนลักษณะ เขาเรียกว่า Block Grant ก็คือเปึนเงินอุดหนุนทั่วไป แล้วก็ถ้าเหลือแล้วของอุบลราชธานีนี่บอกว่าไม่ต้องส่งคืนคลัง แล้วที่สำคัญก็คือก็ไปอ้างว่า บุคลากรที่ออกนอกระบบไปแล้วจะได้รับสิทธิประโยชน์ ไม่น้อยกว่าที่เปึนข้าราชการอยู่ แล้วก็มักจะต้องให้สมัครใจ ท่านประธานครับ ก็มีการสร้าง แรงจูงใจเข้าไปให้คนเข้ามาสู่ระบบอย่างนี้ ก็คืออาจจะให้ค่าตอบแทนที่คิดเปึนเงินได้ ประมาณ ๑.๕-๑.๗ เท่า ซึ่งในปัจจุบันนี้ถึงหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยถึง หรอกครับ แล้วก็ยังมีบอกว่าจะมีการบริหารงานโดยหลักของธรรมาภิบาล ประมาณอย่างนั้น และทุกคนก็เปึนพนักงานของมหาวิทยาลัย
ท่านประธานครับ นอกจากคล่องตัวแล้วต้องพึ่งตัวเองได้ พึ่งตัวเองได้ เปึนเรื่องสำคัญมาก ทุกคนก็ว่ามีโอกาสที่จะไปหาเงินหาทองได้ เพราะมหาวิทยาลัย ก็มีหลักการทำงานอยู่แล้วว่า คือต้องเก่ง แล้วก็ชำนาญทางวิชาการ แต่ก็ควบกันไป กับต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ ที่ผ่านมาเราได้จากงบประมาณแผ่นดิน แล้วก็เห็นหลาย ๆ มหาวิทยาลัยงบประมาณก็ขอเพิ่มทุกป้ พอไปดูรายได้แล้วบางแห่งหลาย ๆ ที่ก็ใช้เงินรายได้ ถ้าเปึนกระทรวงสาธารณสุข เขาเรียกว่า เงินบำรุงนะครับ แต่มหาวิทยาลัยเขาเรียก เงินรายได้เพิ่มขึ้น แล้วเอามาใช้จ่าย ใช้สอย โดยการหารายได้ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัย ถ้าในต่างประเทศหลาย ๆ ที่ก็จะมาจากงานวิจัยถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็มี ที่จะพึ่งตัวเองได้ อีกอันหนึ่งก็คือพวกหลักสูตรต่าง ๆ ต้องมีนักศึกษามาเรียน มีคนมาเรียนเยอะ และหลักสูตรนั้น ต้องตรงกับความต้องการของสังคม เพราะว่าในปัจจุบันนี้การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทางสังคม แล้วก็เทคโนโลยีรวดเร็วมากนะครับ เพราะฉะนั้นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่นั่นจะมีถึง ๕,๐๐๐ ไร่ ที่ท่านต้องเก็บไว้ แล้วก็หาที่จะพัฒนาเพื่อให้มีงบประมาณ มาจุนเจือเหมือนอย่างกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนะครับ
ท่านประธานครับ การแสดงเจตจำนงที่จะออกนอกระบบ อธิการบดี ต้องแสดงเจตจำนงก่อนนะครับ จากการเปึนข้าราชการแล้วก็ไปเปึนพนักงานของ มหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นต้องทำหนังสือแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพของตัวเองภายใน ๑๕ วัน อันนี้เปึนตัวอย่างที่ดีนะครับ เพราะจะได้ทำตัว ทำใจได้
ท่านประธานครับ ความเปึนเลิศทางวิชาการเปึนเรื่องสำคัญนะครับ เพราะทุกมหาวิทยาลัยต้องการจะผลิตบุคลากรที่ออกไปรับใช้สังคม ถ้าปัจจุบันนี้อาจจะต้อง ผลิตคนที่ไปเปึนพลเมืองโลกนะครับ ไม่ใช่เฉพาะเปึนพลเมืองของประเทศไทย เพราะว่า ทุกอย่างมันต่อเนื่องกันทั่วโลก เพราะฉะนั้นความที่ถ้าคนเชื่อ โดยเฉพาะวิจัยหลักสูตรที่เปึน ความต้องการของสังคม ก็จะมีคนมาเรียนเยอะนะครับ ท่านประธานก็อย่าลืมนะครับ ตอนนี้ พลเมืองเกิดน้อยลง คนเรียนก็น้อยลง ในช่วงป้ ๒๕๖๑ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ มหาวิทยาลัยในอเมริกาป่ดไปตั้ง ๕๐๐ แห่ง จาก ๔,๕๐๐ แห่ง แล้วก็คาดการณ์ว่ามันจะป่ด เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในประเทศไทยตอนนี้ประชากรก็ลดลงเช่นเดียวกันนะครับ เพราะอะไรครับ ขาดผู้เรียน แล้วก็ยังมีปัญหาที่ว่า เยาวชนเราหลุดออกจากนอกระบบเปึนล้านกว่าคนนะครับ ๑,๐๒๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ต้องคำนึงด้วย ในอเมริกาป่ดได้เพราะว่า ส่วนใหญ่เปึนเอกชน แต่ถ้ารัฐบาลป่ดยากนะครับ เพราะฉะนั้นของพวกนี้ทางมหาวิทยาลัย อุบลราชธานีต้องคำนึงถึงให้มาก ๆ เดี๋ยวนี้การเรียนก็ต้องเปลี่ยนไป ที่จะไปเรียนในห้องเรียนไม่ได้แล้ว ต้องเปึนเรื่องของ e-Learning หรือว่าต่าง ๆ นะครับ แล้วก็แน่นอนครับ เพื่อคนน้อย แล้วก็เพื่อความอยู่รอด ของมหาวิทยาลัยอาจจะต้องมีค่าเทอมแพงขึ้น อันนี้ก็เปึนอุปสรรคอันหนึ่งต้องให้ทาง มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีคำนึงถึงคนไปเรียนด้วย โดยเฉพาะทางอีสานใต้เราก็ต้องการ พัฒนาบุคคลในชาติให้มีความรู้ดีขึ้น การดูแลนักศึกษา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องความสะดวกในมหาวิทยาลัยก็ต้องทำให้ดี ความปลอดภัยด้วย แล้วก็ที่สำคัญคือพวก คณาจารย์ทั้งหลายเขาก็ต้องการสิทธิประโยชน์คล้าย ๆ กับข้าราชการหรือมากกว่านั้นจริง ๆ ทางมหาวิทยาลัยต้องช่วยเขา ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้บริษัทเอกชนเขาจะรับพวกที่ ไม่ต้องจบปริญญาก็ได้ อย่างเช่นที่มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่า ปัจจุบันนี้เขา ยกตัวอย่างที่อเมริกา คนที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ มีงานทำนะครับ โดยเฉพาะบริษัทเอกชน แล้วถ้าไปดูในรายละเอียดก็อาจจะเปึนพวก SMEs ที่ไม่ได้สนใจ เรื่องปริญญา หรือวุฒิบัตรพวกนี้นะครับ เขาเอาเรื่อง Skill เรื่องความถนัดที่เขาจะมีอยู่ เพราะฉะนั้นอยากให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีต้องมีจุดเด่นที่ท่านจะผลิตกำลังคนคือ อาจารย์ หรือบุคลากรที่เปึนนักศึกษาที่จบออกมา แล้วก็ต้องมีความเปึนเลิศ แล้วก็เฉพาะทาง จริง ๆ มันถึงจะไปแข่งขันกับต่างประเทศได้ เพราะฉะนั้นขอให้กำลังใจชาวอุบลราชธานี ที่จะทำให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียง ผมก็เปึนคนอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครั้งแรก ๆ ที่ตั้งขึ้นก็เปึนพวกอาจารย์ในมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปช่วยร่วมกับที่สุรนารี ก็ทำให้พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบันนี้ความเข้มแข็งทางวิชาการก็ดีขึ้น การออกเปึน ม. ในกำกับของ ม. อุบลราชธานีครั้งนี้ก็จะเปึนเครื่องพิสูจน์ว่าจะทำได้ดีจริงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย แล้วก็ขอให้กรรมาธิการช่วยดูแลเรื่องข้อบังคับที่จะออกต่อเนื่องไปว่า มันเหมาะกับวัตถุประสงค์หรือเปล่า ก็ขอให้กำลังใจนะครับ ขอบพระคุณครับ