กิตติ์ธัญญา วาจาดี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗

กิตติ์ธัญญา วาจาดี อภิปรายรายงานเรื่องการปรับสถานะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจากส่วนราชการเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ โดยชี้ให้เห็นประโยชน์ของการบริหารจัดการอิสระและยกตัวอย่างกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ อำเภอวารินชำราบ เปึนอำเภอที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ตั้งอยู่ และเปึนมหาวิทยาลัยที่คนอุบลและประชาชนชาวอีสานใต้มีความภาคภูมิใจเปึนอย่างยิ่ง เพราะท่านได้ผลิตนิสิต นักศึกษาที่มากล้นด้วยคุณภาพให้กับสังคมและประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอร่วมอภิปรายรายงานเรื่องการนำมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ออกนอกระบบราชการ และเข้าเปึนสถาบันการศึกษาภายใต้การกำกับของรัฐค่ะ สถาบัน การศึกษาภายใต้การกำกับของรัฐ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า มหาวิทยาลัยนอกระบบ คือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีการบริหารจัดการอิสระแยกออกจากระบบราชการ แต่ยังได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปที่ภาครัฐจัดสรรให้โดยตรง เพื่อใช้จ่ายตามความจำเปึนในการ ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย หากมองไปในภาพใหญ่ การปรับสถานะ มหาวิทยาลัยของรัฐให้เปึนหน่วยงานในกำกับของรัฐที่มีฐานะเปึนนิติบุคคล ที่ไม่ขึ้นตรงกับ ส่วนราชการ มีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทยในปัจจุบันเปึนอย่างยิ่งค่ะท่านประธาน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทยทั้งหมด ๓๓ แห่ง ได้เปลี่ยนสถานะไปเปึน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้วทั้งหมด ๒๕ แห่ง เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการจากแบบมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไปเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เหลือเพียงอีก ๘ แห่งที่ยังอยู่ในระบบ นอกจากนั้นท่านประธาน มหาวิทยาลัยราชภัฏอีก ๔๐ แห่ง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีก ๙ แห่ง ยังคงมี สถานะเปึนส่วนราชการก็เริ่มกระบวนการการปรับเปลี่ยนสถานะไปเปึนมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐ เช่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่เปลี่ยนสถานะไปแล้วตั้งแต่ ป้ พ.ศ. ๒๕๕๘ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่ได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรี ไปแล้วในป้ พ.ศ. ๒๕๖๔ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดทำ พระราชบัญญัติเพื่อปรับเปลี่ยนสถานภาพจากมหาวิทยาลัยจากส่วนราชการไปเปึน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอีกเช่นเดียวกัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการปรับเปลี่ยนสภาพ มหาวิทยาลัยจากส่วนราชการไปเปึนมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐนั้นมีประสิทธิภาพต่อการ บริหารจัดการในภาครัฐแนวใหม่ และเปึนแนวทางที่รัฐบาลให้ความสำคัญและสนับสนุน ในการดำเนินงานมาโดยตลอด ดิฉันเห็นว่าหากปรับเปลี่ยนสภาพของมหาวิทยาลัย อุบลราชธานีให้อยู่ในกำกับของรัฐ จะมีประโยชน์โดยตรงกับมหาวิทยาลัยอยู่ทั้งหมด ๓ ประการ

ประการที่ ๑ การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเปึนการลดภาระค่าใช้จ่าย ของรัฐบาล และเพิ่มให้มหาวิทยาลัยสามารถมีรายได้ สร้างรายได้เปึนของตัวเอง ดังนั้น กล่าวข้างต้นได้ว่า เมื่อเปลี่ยนสภาพมหาวิทยาลัยแล้วสวัสดิการต่าง ๆ ของพนักงาน ในมหาวิทยาลัยตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเปึนเงินจัดสรรรายป้ในรูปแบบของเงินเดือน ค่าวัสดุ ค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสวัสดิการต่าง ๆ ของพนักงานในมหาวิทยาลัย ความเหมาะสม นอกจากรายได้รายป้ที่รัฐบาลให้แล้ว เมื่อเปลี่ยนสภาพจากส่วนราชการมาอยู่ในส่วนกำกับ ของรัฐ จะมีรายได้เพิ่มเติมอีก ๓ แห่ง รายได้จากการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเอง รายได้ หรือผลประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย และเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุน ให้กับมหาวิทยาลัย การทำแบบนี้ให้มหาวิทยาลัยสามารถปรับการบริหารงานงบประมาณ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดของมหาวิทยาลัยเอง ได้ผลกับนักศึกษา บุคลากร ของมหาวิทยาลัย

ประการที่ ๒ การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ จะเพิ่มความคล่องตัว ในการบริหารของมหาวิทยาลัย การบริหารงานในลักษณะนี้ การกำกับอุดมศึกษาลักษณะ การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยในฐานะที่มหาวิทยาลัยเองเปึนส่วนที่ผลิตบัณฑิต ระดับอุดมศึกษา เผยแพร่ความรู้หลักวิชาการ พัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยที่ต้องการ ความคล่องตัว ความเปึนอิสระ และความเปึนเสรีภาพทางวิชาการ เพื่อใช้เปึนเครื่องมือ ในการสร้างงานวิจัย งานนวัตกรรม และผลิตองค์ความรู้โดยไม่ถูกขัดขวางจากหน่วยงานราชการ

ประการที่ ๓ การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ทำให้มหาวิทยาลัยเอง สามารถเป่ดหลักสูตรเพื่อตอบสนองตลาดแรงงานได้โดยตรง ในปัจจุบันโลกของเรากำลัง หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว โอกาสและความเปึนไปได้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นในทุกวัน เนื่องจาก การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนโลก มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาอันดับต้น ๆ ของอีสาน เล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีความทัดเทียมกับนานาประเทศ พร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าร่วมกับประชาคมโลก แต่ถูกเหนี่ยวรั้งด้วยระบบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของทางราชการ ทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม ทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับโลกอย่างเท่าทัน มีหลายเสียงแสดงถึงความกังวล และข้อเสียที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้ามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีออกนอกระบบราชการ และเข้าสู่การกำกับของรัฐ โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง เรื่องของการให้อำนาจผู้บริหารมหาวิทยาลัยมากขึ้น เปึนความจริงค่ะ ที่ว่าการ ออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยเอง และผู้บริหารมีอำนาจมากขึ้น กว่าในสมัยที่บริหารงานภายใต้ระบบราชการ แต่ร่าง พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีฉบับนี้ ได้กำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกสภามหาวิทยาลัย สามารถ แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าตรวจสอบระบบบัญชี ในทุกรอบบัญชี และมีการกำหนดระบบประเมินการปฏิบัติงานของผู้บริหารอีกด้วย ด้วยเหตุผล ทั้งหมดนี้ ดิฉันจึงขอเปึนอีก ๑ เสียงที่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีความคล่องตัว ปลดพันธนาการจากหลักเกณฑ์ ของราชการที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่เท่าทันกับห่วงโซ่อุปทานของโลก กับองค์ความรู้และนวัตกรรม ระดับสากลให้ได้ ดิฉันขอสนับสนุนค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ