คุณากร มั่นนทีรัย หารือเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและเสนอให้ทบทวนโครงสร้างพนักงานมหาวิทยาลัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างพนักงานเงินงบประมาณและพนักงานเงินรายได้ โดยเน้นปัญหาความไม่ต่อเนื่องด้านรายได้ สวัสดิการ และโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ
เรียนประธานที่เคารพ ผม คุณากร มั่นนทีรัย ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี วันนี้นะครับมีร่างพระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณานะครับ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยของรัฐ ออกมาเปึนมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ซึ่งถ้าพิจารณาตามเอกสารประกอบจะมีจำนวนทั้งสิ้น ๒๘ มหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้กำกับของรัฐ วัตถุประสงค์นะครับที่มหาวิทยาลัยออกมาอยู่ ภายใต้กำกับของรัฐ ก็เปึนไปเพื่อให้เปลี่ยนจากการบริหารอย่างเคร่งครัดมาเปึนมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐ เพื่อประโยชน์ในการยืดหยุ่นของการบริหารงานมหาวิทยาลัย เช่น การบริหารรายได้ การบริหารบุคคล การบริหารงานด้านวิชาการ ทีนี้ผมขอไปเจาะจงที่ พนักงานมหาวิทยาลัยนะครับ ตามร่างฉบับนี้รวมถึงพระราชบัญญัติอื่น ๆ พนักงานมหาวิทยาลัย หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แต่ผมมีประเด็นที่จะพูดถึงพนักงาน มหาวิทยาลัยตรงนี้นิดหนึ่งนะครับ เมื่อเราไปพิจารณาประกอบเพิ่มเติม คำว่าผู้ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัยก็จะหมายความว่าพนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการ และลูกจ้างของ มหาวิทยาลัยทุกประเภท ทีนี้คำว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ในทางปฏิบัติผมเห็นว่า พนักงาน มหาวิทยาลัยยังมีการแบ่งออกเปึน ๒ ประเภท เปึนพนักงานเงินงบประมาณแผ่นดิน และพนักงาน เงินรายได้ ท่านประธานครับ มีเรื่องน่าคิดว่ารายได้ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตามวัตถุประสงค์ในบทวิเคราะห์ของเล่มนี้นะครับ คือบอกว่า รายได้ของมหาวิทยาลัย ในกำกับของรัฐไม่ต้องส่งคืนคลังเปึนรายได้แผ่นดินนะครับ แต่หากรายได้ของมหาวิทยาลัย ไม่เพียงพอ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย และค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม และมหาวิทยาลัยไม่สามารถที่จะหาเงินจากแหล่งอื่นได้ รัฐบาลพึงจัดสรรเงิน อุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยตามความจำเปึน เมื่อมาพิจารณาถึงคำว่า พนักงานมหาวิทยาลัยตามที่ผมเข้าใจนั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเปึน พนักงานเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือพนักงานเงินรายได้ก็ดี เมื่อออกมาเปึนมหาวิทยาลัย ของรัฐแล้ว มันก็เปึนพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐเหมือนกันนะครับ แต่ประธานที่เคารพครับ บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วที่ผมอธิบายมาทั้งหมดมันมีปัญหาตรงไหนกันแน่นะครับ ผมเรียนประธานอย่างนี้นะครับว่า เท่าที่ผมทราบพนักงานมหาวิทยาลัย (เงินงบประมาณ แผ่นดิน) ที่แม้ว่ามหาวิทยาลัยได้อยู่ภายใต้กำกับการของรัฐแล้ว ก็ยังใช้คำนี้อยู่นะครับ พนักงานมหาวิทยาลัย (เงินงบประมาณแผ่นดิน) ผม Bullet Point ไว้ให้ว่า พนักงานประเภทนี้ สอบเข้า ไม่ต้องต่ออายุการจ้าง มีรายได้เติบโตอย่างไม่ต้องกังวล เมื่อวัดจากเคพีไอแล้วแต่ละป้ ก็จะมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้น มีการเติบโตทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ทำตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ เชี่ยวชาญ ชำนาญการ ปฏิบัติการ และตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ นอกจากนั้นยังมีสวัสดิการ เบิกค่ารักษาพยาบาลอีก และสิ่งสุดท้ายก็คือ ความต่อเนื่องของการเปึนสมาชิกสหกรณ์ มหาวิทยาลัย แต่เมื่อเรามาพิจารณาอีกหนึ่งประเภทในทางปฏิบัติที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งใช้กัน ที่เรียกว่า พนักงานเงินรายได้ ต้องสอบเข้าเหมือนกันครับ แต่ต้องต่ออายุการจ้างทุกป้ ทุก ๒ ป้ ก็ว่าไป มีรายได้ที่ต่ำกว่า หากจะเปึนพนักงานมหาวิทยาลัย (เงินงบประมาณแผ่นดิน) ที่ผมเรียนไปข้างต้นก็ต้องสอบเข้าใหม่นะครับ แล้วต้องลาออกจากพนักงานเงินรายได้ เมื่อลาออกแล้วเกิดอะไรขึ้นครับ สอบเข้าเงินงบปุ็บ บางทีเราเปึนพนักงานเงินรายได้ เงินเดือนมันมากกว่าเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานเงินงบประมาณแผ่นดิน แปลว่าเราสอบเข้าใหม่ แม้จะมีความมั่นคงมากขึ้นนิดหนึ่ง แต่รายได้เราต้องไปเซ็ตใหม่ เริ่มที่ ๐ ใหม่นะครับ และนอกจากนั้นต้องลาออกจากสมาชิกสหกรณ์ก่อนอีก ลาออกจากสมาชิกสหกรณ์ แล้วเมื่อ มาเปึนพนักงานงบประมาณต้องทำอะไรรู้ไหมครับ สมัครสหกรณ์ใหม่ครับ มันลักลั่นนะครับ แล้วอันนี้ก็จะทำให้อายุการทำงานของพนักงานมหาวิทยาลัยไม่มีความต่อเนื่อง นอกจากนี้ ไม่มีสิทธิทำตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ ไม่มีสิทธิทำตำแหน่งเชี่ยวชาญ ไม่มีสิทธิทำตำแหน่ง ชำนาญการ ที่ผมอธิบายไปเราก็จะเห็นความเหลื่อมล้ำของบุคลากรทั้ง ๒ ประเภทนี้ อย่างชัดเจน ทั้ง ๆ ที่บุคลากรทั้ง ๒ ประเภทนี้ ก็มีการทำเคพีไอเหมือนกัน เปึนพนักงาน มหาวิทยาลัยตามคำนิยามของร่างพระราชบัญญัตินี้เหมือนกัน แต่การแบ่งออกเปึน ๒ ประเภทนี้ ก็ตั้งคำถามนะครับว่า มันเปึนการลดทอนกำลังใจในการทำงานของพนักงาน ที่เรียกว่า พนักงานเงินรายได้หรือเปล่า เรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อลดข้อครหา เราควรหรือไม่ที่จะพินิจพิเคราะห์เรื่องโครงสร้างบุคลากร ลดช่องว่างตรงส่วนนี้ ไม่ว่าจะเปึน คำนิยามของคำว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ที่ยังลักลั่นว่ามีกี่ประเภท มีแบบเดียวหรือเปล่า อีกทั้งยังทำให้เกิดช่องว่างในการใช้เส้นสาย อาจจะเปึนช่องว่างในการทำให้เกิดการใช้เส้นสาย ในการสอบพนักงานเงินงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่พนักงานเงินรายได้มีอยู่เต็มมหาวิทยาลัยนะครับ พนักงานเงินรายได้ไม่มีทางได้ขยับขยายอาชีพของตัวเองดังที่กล่าวไปแล้วนะครับ ก็อยากจะ ให้ทุกคนมาพิจารณาคำนิยามและการปฏิบัติในทางปฏิบัติของคำว่า พนักงานมหาวิทยาลัย ทั้ง ๒๘ แห่ง ไม่ใช่เฉพาะร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่เดียว แต่เปึนทั้ง ๒๘ แห่ง ที่อยู่ในกำกับของรัฐแล้วด้วย ผมจึงขอให้สภา เพื่อนสมาชิก และกรรมาธิการ วิสามัญในอนาคตพิจารณาเรื่องดังกล่าวเพื่อลดช่องว่างตรงนี้ เปึนขวัญและเปึนกำลังใจของ บุคลากรที่ทำงานอย่างทุ่มเท เพื่อประโยชน์ต่อสังคม ต่อมหาวิทยาลัย และต่อบรรดานิสิต นักศึกษาให้เปึนประชากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติในอนาคตอย่างยั่งยืน ผม ไวท์ คุณากร มั่นนทีรัย ผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ขอบคุณครับ