สุรวาท ทองบุ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ที่เปลี่ยนสถานะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นนิติบุคคลในกำกับรัฐ โดยเน้นถึงประโยชน์ในการเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ สร้างรายได้ และร่วมมือกับภาคีทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งชี้แจงว่าการจัดตั้งดังกล่าวไม่ทำให้รัฐลดภาระการอุดหนุนหรือส่งผลต่อค่าเล่าเรียนและสิทธิข้าราชการ แต่ควรมีการทบทวนโครงสร้างสภามหาวิทยาลัยให้สมดุลตามหลักไตรภาคี เพื่อแก้ปัญหาธรรมาภิบาลและข้อพิพาทที่เกิดจากการแต่งตั้งผู้บริหารและการมีกรรมการภายนอกมากเกินไป
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สส. แบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้ถูกบัญญัติขึ้นมา เพื่อให้มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสามารถดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัย เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
ร่างพระราชบัญญัตินี้ ส่งผลให้เปลี่ยนสถานะของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จากเดิมที่เปึนส่วนราชการให้เปึน มหาวิทยาลัย หรือเปึนหน่วยงานในกำกับของรัฐ หรือเรียกง่าย ๆ ว่านอกระบบราชการ เปึนนิติบุคคล ก็เปึนเรื่องที่เดินมาถูกต้องและถูกทิศทางนะครับ
ท่านประธานครับ เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านได้พูดถึงข้อดีของการออกนอก ระบบราชการ ผมขอทบทวนครับว่า มหาวิทยาลัยนี้จะเปึนมหาวิทยาลัยที่เปึนนิติบุคคล มีอิสระคล่องตัว สามารถดำเนินกิจการอะไร เปลี่ยนแปลงอะไรได้ทันท่วงที จากเดิมที่อยู่ใน ระบบราชการที่มีความอุ้ยอ้าย มีขั้นตอนเยอะแยะไปหมดนะครับ แล้วข้อดีอีกหลาย ๆ ข้อ ซึ่งผมอาจจะไม่ได้ลงลึกนะครับ มหาวิทยาลัยยังจะสามารถจัดตั้งนิติบุคคล เช่น เปึนบริษัท เพื่อดำเนินกิจการอะไรที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ เพื่อนำไปสู่ การค้าในเชิงพาณิชย์หรือในเชิงอุตสาหกรรมด้วยนะครับ อันนี้ก็จะก่อให้เกิดรายได้มากขึ้น มหาวิทยาลัยยังสามารถร่วมมือกับสถาบันองค์กร สถานประกอบการทั้งในและต่างประเทศ ได้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะเพื่อร่วมกันในการพัฒนา และร่างพระราชบัญญัตินี้ก็มีความ ชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีให้ตอบโจทย์เพื่อพัฒนาพื้นที่ที่เปึนเขตอีสานใต้ และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งมีความชัดเจนในหน้าที่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เรียกว่า อาจจะเปึนแห่งแรกที่เขียนเช่นนี้ มหาวิทยาลัยจะสามารถจัดหารายได้และจัดเก็บรายได้ ใช้ตามข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัยของตัวเองได้อย่างเปึนอิสระ ไม่ต้องส่งคืนคลัง ของแผ่นดิน จะได้รับเงินอุดหนุนที่เปึน Block Grant อย่างเพียงพอ และถ้ารายได้อื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยหาได้ไม่พอต่อการดำเนินกิจการ ในพระราชบัญญัตินี้ยังกำหนดให้รัฐจะต้อง จัดสรรเพิ่มเติมให้เพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นข้อกังวลต่าง ๆ นั้น โดยเฉพาะเรื่อง งบประมาณนี้ก็ไม่น่าจะกังวล อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ที่ได้มาโดยการซื้อหรือการได้รับบริจาค อะไรทั้งหลายก็ไม่ถือเปึนที่ราชพัสดุและให้เปึนกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย เหล่านี้เปึน สิทธิประโยชน์ เปึนสิ่งที่เปึนปัจจัยที่จะทำให้มหาวิทยาลัยดำเนินกิจการได้อย่างดีนะครับ
ต่อข้อกังวลของการเปึนมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐที่เราเคยได้ยิน ได้รับฟัง มาตลอดนะครับว่า มหาวิทยาลัยจะต้องหารายได้เองเพื่อดำเนินกิจการ รัฐจะลดภาระ งบประมาณ หรือลดการจัดตั้งงบประมาณสนับสนุนมหาวิทยาลัย ให้มหาวิทยาลัยหารายได้เอง มีความกังวลว่าถ้าหาไม่ได้เองก็จะดำเนินกิจการไม่ได้ อันนี้ผมขอเรียนเลยนะครับว่า ในข้อบัญญัติก็กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐจะต้องอุดหนุนงบประมาณให้อย่างเพียงพอ ถ้าหาไม่ได้ก็จัดให้เพิ่มเติม แล้วก็ที่บอกว่าจะเปึนการลดภาระงบประมาณของรัฐ อันนี้ที่ผ่านมา คือไม่จริงนะครับ รัฐยังดูแลอยู่จากการที่มีมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจำนวนมากที่ออกมา ร่วมหลายสิบป้ไม่เคยลดงบประมาณแต่อย่างไร มีแต่จะเพิ่มขึ้น ต่างจากมหาวิทยาลัย ที่เปึนส่วนราชการที่ลดลงเรื่อย ๆ นะครับ ท่านประธานครับ มีข้อกังวลอีกอันหนึ่งคือเรื่อง ค่าเล่าเรียน หรือค่าธรรมเนียมการศึกษาอื่น ๆ จะสูงขึ้นหรือไม่ จะเปึนภาระให้กับผู้เรียน หรือผู้ปกครองหรือไม่ อันนี้ก็เรียนว่าโดยทั่วไปมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐแล้ว ไม่ได้ขึ้น เกินความเหมาะสมแต่อย่างใดที่ผ่านมา แต่ว่ามีการกำหนดค่าเล่าเรียนที่เปึนโครงการพิเศษ เยอะแยะไปหมดที่ค่อนข้างจะสูง อันนี้หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
เรื่องที่ ๓ บุคลากรในมหาวิทยาลัยที่เปึนข้าราชการ เมื่อก่อนนี้อาจจะกังวล ว่าจะถูกลดทอนสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และสวัสดิภาพลง ผมเรียนอย่างนี้ว่า บทบัญญัติ แห่งมหาวิทยาลัยนี้ พระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้บุคลากรที่เปึนข้าราชการสามารถเลือก ที่จะเปึนข้าราชการต่อไป อันนี้ก็ไม่กังวล แต่ว่าจากเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายเรื่องของ ความเหลื่อมล้ำ ลักลั่นกันของบุคลากรในมหาวิทยาลัยที่เปึนงบประมาณแผ่นดินบ้าง อะไรทั้งหลาย อันนี้ก็หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อาจารย์ทุกกลุ่ม ทุกประเภท ควรที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ ความมั่นคงในหน้าที่การงานอะไรทั้งหลาย ไม่แตกต่างกันนะครับ
จากตัวอย่างที่ผมเรียนว่า ในมหาวิทยาลัยที่เปึนกำกับรัฐนี้ปัญหาต่าง ๆ นั้น ก็มีน้อยลงนะครับ แต่จะมีมากในมหาวิทยาลัยที่เปึนส่วนราชการ เพราะฉะนั้นจึงมาถูกทางแล้ว
สุดท้ายครับท่านประธานอีกนิดหนึ่ง ข้อสังเกตในการที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ ที่ผมเห็น แล้วก็เพื่อนสมาชิกคนต่อไปจะได้มาขยายว่า ปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย ตอนนี้มีการฟัองร้องกันมากนะครับ ไม่ว่าจะเปึนมหาวิทยาลัยประเภทไหน กลุ่มไหน เขาบอกว่านับหมื่นคดีในศาลที่มหาวิทยาลัยมีการฟัองร้องกัน เนื่องจากว่าเกี่ยวกับการสรรหา แต่งตั้งผู้บริหารทั้งหลายที่ขาดธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะเปึนอธิการบดี นายกสภา เกิดสภาเกาหลัง เพราะฉะนั้นก็ฝากกรรมาธิการให้พิจารณาตรงนี้ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้มันเกาหลังกัน เลือกกัน หมายถึงว่าสภามหาวิทยาลัยเลือกอธิการบดี อธิการบดีกับบุคคลากรภายในเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งกันไปตั้งกันมา เรียกว่าสภาเกาหลัง การรักษาราชการในตำแหน่งอธิการบดีที่เปึนกรณี ที่ว่างลง เราไม่กำหนดว่าต้องอยู่กี่ป้ วันนี้คนที่รักษาการอยู่มากกว่าคนที่ได้รับพระมหากรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้อยู่ได้แค่ ๔ ป้ แต่ว่าสภาแต่งตั้งผู้รักษาการเขาบอกว่า ๗-๘ ป้แล้วก็มี เพราะฉะนั้นเดิมทีเราเคยกำหนดว่าอยู่คนละ ๖ เดือนรักษาการ แต่ว่ามีคำสั่ง คสช. แต่เราก็ ควรจะไปยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้วไม่ควรมาบัญญัตินี้ให้สอดคล้องกับคำสั่งของ คสช. แล้วเรื่องที่ผมอยากจะเน้นพิเศษ เรื่องของจำนวนสัดส่วนของกรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่มาจากบุคคลภายนอก มันเยอะเหลือเกินนะครับ ประมาณ ๑๐ กว่าคน แต่ว่าบุคลากร ภายในนี้มีเพียง ๘ คน และเปึนผู้ปฏิบัติแค่ ๒ คน ตัวแทนคณาจารย์ ๑ คน และตัวแทน บุคลากรสายสนับสนุน ๑ คน ซึ่งตามหลักแล้วควรจะเปึนระบบไตรภาคีที่ควรจะมีสัดส่วนที่ เท่ากัน ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ผู้บริหารมหาวิทยาลัย แล้วก็ผู้ปฏิบัติ ๓ ส่วนนี้ควรจะเท่ากัน ผมเรียนว่าตรงนี้คือบ่อเหตุของการฟัองร้องกันทั้งหมดนะครับ เพราะผู้ทรงคุณวุฒิมาก ถูก Lobby ถูกอะไรต่าง ๆ แล้วก็ไม่ยึดโยงกับมหาวิทยาลัยนะครับ ไม่มีความรู้ความเข้าใจ แล้วก็ไม่เข้าใจบริบทที่แท้จริงของมหาวิทยาลัย แล้วเขาบอกว่าเวลาตัดสินใจทำอย่างไร ไปฟังพรายกระซิบว่าอย่างนั้น เสร็จแล้วก็ต้องฟัองร้องกันนะครับ ผิดฝาผิดตัวครับ ท่านประธานครับ ก็ขอฝากกรรมาธิการผ่านท่านประธานไปเพื่อพิจารณาให้มหาวิทยาลัย อุบลราชธานีแห่งนี้ได้ตอบโจทย์ปัญหา โดยเฉพาะอีสานใต้และอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงได้ ตามเจตนารมณ์ครับ ขอบพระคุณครับ