แนน ชี้ห่วงออกนอกระบบมหาวิทยาลัย เสี่ยงแข่งขันนักศึกษาเพิ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๘ กันยายน ๒๕๖๗

แนน บุณย์ธิดา สมชัย หารือร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกนอกระบบการศึกษาของรัฐ โดยตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนทางการเงิน ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา และความสามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยในอนาคตภายใต้บริบทประชากรลดลง และการพึ่งพางบประมาณแผ่นดินอย่างต่อเนื่องแม้จะออกนอกระบบแล้ว

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทยค่ะ ในวันนี้วาระเรื่องของร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ถึงแม้ จะเปึนชื่อของมหาวิทยาลัยก็ตามแต่นะคะ แต่ทุกคนเข้าใจกันดีว่า ร่างพระราชบัญญัติตัวนี้ ก็คือการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวชี้แจงข้างต้นว่า การออกนอกระบบ หรือในกำกับของรัฐนั้นนี่ค่ะ เพื่อความคล่องตัว เพื่อการบริหารงาน ที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่างที่เราทราบกันดีค่ะประธาน ข้อความห่วงใยของการออกนอกระบบ ของมหาวิทยาลัย เราต้องการความคล่องตัว เราต้องการช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดิน แต่เท่าที่ผ่านมาท่านประธานท่านก็จะได้เห็นว่า ในการของบประมาณที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเปึน มหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศหลาย ๆ ที่ก็ยังอยู่ในระบบการของบประมาณแผ่นดิน อยู่เช่นเคยทุกป้ ถึงแม้บางแห่งนี้จะขอออกไปเปึนหลายสิบป้แล้วก็ตามค่ะท่านประธาน สิ่งที่น่าเปึนห่วงค่ะ อันนี้ต้องขอฝากไว้อาจจะไม่ใช่ของเฉพาะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แห่งเดียว ทราบมาว่าในชุดเดียวกันของท่านจะมีอีกประมาณ ๓-๔ มหาวิทยาลัยที่ใช้หลักการ ใช้ข้อความในมาตราใกล้เคียงกับของท่านเลย ที่เปึนห่วงค่ะท่านประธาน เปึนห่วงคือ ในความหมายที่ว่า เมื่อการออกนอกระบบนั้น ท่านมีความคล่องตัวในการจัดหลักสูตร ในการหารายได้ ในการพิจารณาบุคลากรต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย แต่ประเด็นที่สำคัญค่ะ ท่านประธาน ในอนาคตประเทศของเรานี่สิ่งหนึ่งที่จะต้องพบเจอที่แน่นอน ก็คือประชากร เมื่อประชากรของเราลดลง แน่นอนค่ะ ปัญหาต่อไปนี้ซึ่งจะกระทบหน่วยงานในด้าน การศึกษาโดยตรงแน่นอน และกระทบไปถึงมหาวิทยาลัยแน่นอนค่ะ เมื่อมาถึงจุดที่จำนวน ประชากรลดลง การแข่งขันแต่ละมหาวิทยาลัยในการที่จะให้นักศึกษามาเข้าเรียนของท่าน ก็จะมีการแข่งขันกันสูงขึ้น อันนี้ก็ต้องยอมรับนะคะว่า มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ แน่นอนละค่ะ แค่ชื่อของเขาก็เปึนที่ดึงดูดใจกับน้อง ๆ นักศึกษาหลาย ๆ ท่านที่อยากจะเข้าไปเปึน นักศึกษา อยากเข้าไปเปึนนักเรียนที่นั่น ทีนี้เมื่อเรามีมหาวิทยาลัยที่อยู่ในกำกับของรัฐ หรือที่เราทราบกันดีค่ะ เราเรียกกันง่าย ๆ ว่าออกนอกระบบมากขึ้น ในอนาคตอีก ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ข้างหน้า เราจะเอาชื่อเสียงไปแข่งกันเพื่อจะดึงเด็กเข้ามา มันมีข้อได้เปรียบ ข้อเสียเปรียบค่ะ เมื่อวันที่มีข้อได้เปรียบ ข้อเสียเปรียบนั้น ถ้าเราไม่สามารถควบคุมได้ แล้วเราไม่สามารถที่จำกัดว่ามหาวิทยาลัย ไม่ว่าคุณจะดังขนาดไหน ไม่ว่าคุณจะใหญ่ขนาดไหน ให้รับเท่าที่จำกัด เราก็ไม่สามารถคุมเขาได้ถึงเพียงนั้น เพียงแต่ว่าทาง อว. เอง ก็คือดูแล เรื่องคุณภาพ แต่เมื่อเราน้อยลง ปัญหาคือการหารายได้ของมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไป จะเปึนปัญหาหรือเปล่าในอนาคต เพราะอย่างที่บอกค่ะ ตั้งแต่ต้นเลยหลาย ๆ มหาวิทยาลัย ออกนอกระบบ เพื่อที่ท่านจะมีการบริหารงานได้คล่องตัว เพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดิน แต่จนถึงทุกวันนี้ค่ะ ทุกที่ที่ออกนอกระบบไปก็ยังพึ่งพาระบบงบประมาณแผ่นดินอยู่เช่นเคย ถึงแม้ท่านจะบอกว่ามีส่วนหนึ่งที่ท่านนำรายได้ของตนเอง ก็อย่างที่บอกค่ะ ถ้าดูในรายงาน การเงินของท่านย้อนหลัง ก็ไม่ได้เพียงพอหรือไม่ได้มากพอที่จะครอบคลุมไปทั้งหมด จนไม่ต้องไปของบประมาณ แผ่นดิน และที่สำคัญค่ะ เมื่อระยะเวลาผ่านไปเด็กไม่ได้มากขึ้น มหาวิทยาลัยหลาย ๆ ที่ แข่งกันมากขึ้น ท่านสามารถออกหลักสูตรเพื่อนำเด็กเข้ามาเรียน การหารายได้ท่านอาจจะมี หลักสูตรสำหรับเด็กบุคคลทั่วไปที่สอบเข้ามาได้ อีกหลักสูตรที่ท่านก็สามารถจะเพิ่ม ค่าเล่าเรียน เพื่อที่จะมา Cover ในส่วนต่าง ๆ รายจ่ายต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ตัวนี้ละคะ ที่จะเปึนปัญหาในอนาคตหรือเปล่าว่า ความเหลื่อมล้ำมันจะมากยิ่งขึ้น มันจะถ่างออกไป ใครที่กำลังทรัพย์ดีก็สามารถเลือกมหาวิทยาลัยที่เขาเข้าได้ในอนาคต และปัญหาต่อมาคือ มหาวิทยาลัยระดับกลางลงมานี่ละค่ะ เราจะทำอย่างไร เราจะพัฒนาแบบไหน เพื่อที่จะไปแข่ง กับมหาวิทยาลัยระดับชาติขนาดนั้นในการที่จะนำนักศึกษาเข้ามาเรียนของเราให้มากขึ้น แน่นอนค่ะ จำนวนของท่านมันผูกพันกับเรื่องรายได้ จำนวนนักศึกษาของท่านผูกพันกับ เรื่องรายได้ และที่สำคัญที่สุดบุคลากรของมหาวิทยาลัย ท่านออกนอกระบบ ช่วงหลัง ๆ คือ ท่านต้องอยู่ในกรอบของ พ.ร.บ. แรงงานแน่นอน ท่านจะต้องมีเงินบำเหน็จให้กับบุคลากรของ มหาวิทยาลัยตามตัวคูณที่เขาทำงานให้กับท่าน เงินตัวนี้แน่นอนในช่วงแรกท่านอาจจะบอกว่า พอเพียง แต่ท่านอยู่ไปสักระยะถ้าตัวนี้บริหารไม่ดี ไม่เพียงพอจะทำอย่างไร นี่เปึนประเด็น ที่ต้องบอกว่ามหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปก่อนหน้านี้ก็เคยมีการพูดคุยประเด็นนี้ใน คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณในเรื่องของการศึกษาแล้วนะคะ อันนี้ต้องฝากท่านประธานค่ะ เพราะว่าประเด็นนี้เปึนประเด็นที่สำคัญ เราไม่อยากให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แล้วอยู่ไม่ได้ เราอยากให้ทุกที่อยู่ได้ด้วยตนเองและอยู่แบบมีคุณภาพ เราอยากให้ไม่กระทบค่ะ ไม่กระทบ ความหมายคือไม่กระทบต่อนักเรียน นักศึกษาที่จะเข้ามาศึกษาเล่าเรียนใน มหาวิทยาลัยทุก ๆ ที่ที่เขาไป อันนี้ไม่ได้พูดถึงเฉพาะของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีอย่างเดียวค่ะ อีก ๓-๔ ที่ที่กำลังจะเข้าสู่สภาแห่งนี้เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และที่ที่ได้ออกมาก่อนแล้ว เราก็ยัง วนเวียนอยู่กับเรื่องงบประมาณของภาครัฐอยู่เหมือนเดิมนะคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรา อยากเห็นค่ะ เราไม่ได้อยากเห็นว่าการเป่ดหลักสูตรเพิ่มมากขึ้น มีหลักสูตร Inter มีหลักสูตร หลากหลายรูปแบบ เพื่อที่จะให้ได้เด็กเข้ามา และจบได้ใบปริญญาที่มีชื่อเสียงของ มหาวิทยาลัยนั้น ๆ เราต้องการคุณภาพ เพื่อให้ท่านยืนหยัดอยู่ในโซนของท่าน เช่น มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเราอยู่โซนอีสานใต้ เราจะได้ดูโซนของเราเพื่อรับรองนักเรียน นักศึกษา รับรองลูก ๆ หลาน ๆ ของเราใน ๔-๕ จังหวัด ดีไม่ดีไม่ใช่ ๔-๕ จังหวัดค่ะ เท่าที่ทราบก็คือ มีนักศึกษาจากในหลาย ๆ จังหวัดทั่วประเทศก็มาเรียนที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ที่พูดมาทั้งหมดก็คงไม่สามารถที่จะบอกว่าจะเจาะจงเฉพาะ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ แต่เปึนปัญหาที่เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นในทุก ๆ มหาวิทยาลัย ที่ออกนอกระบบ และเปึนมหาวิทยาลัยขนาดกลางไปจนถึงขนาดเล็กที่จะออกไปในการ กำกับดูแลของรัฐ ก็ต้องขออนุญาตฝากประเด็นไว้เท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน