ศุภณัฐ มีนชัยนันทัน คัดค้านการใช้งบประมาณขององค์กรรัฐที่ไม่เกิดประโยชน์และไม่สอดคล้องกับภารกิจหลัก โดยเฉพาะกรณีการเคหะแห่งชาติที่ใช้จ่ายงบประมาณในโครงการฟื้นฟูชุมชนอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการขอรับงบประมาณจำนวนมากจาก บขส. สำหรับการออกแบบปรับปรุงสถานีหมอชิต 2 ทั้งที่มีนโยบายย้ายศูนย์กลางการขนส่งไปบางซื่อ จึงตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งของแผนงานและนโยบายรัฐ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการใช้จ่าย ผลักดันการบูรณาการข้อมูล และยืนยันความจำเป็นในการตัดงบเพื่อส่งเสริมการดูแลชุมชนโดยนิติบุคคลแทนการพึ่งพารัฐอย่างเดิม
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๙ บางเขน จตุจักร หลักสี่ พรรคประชาชนครับ ผมขอสงวนคำแปรญัตติในการปรับลดงบของการเคหะแห่งชาติ ๕ เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าการเคหะแห่งชาติจะถูกตัดลดงบประมาณไปแล้ว ๑๐ ล้านบาทเหลือ ๘๖๘ ล้านบาทก็ตาม แต่เนื่องจากว่ามีหลายโครงการนะครับ ที่ยังใช้งบไม่มีประสิทธิภาพ และไม่ตรงกับพันธกิจของหน่วยงานอยู่
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ถ้าเกิดดูนะครับ โครงการแรก คือโครงการปรับปรุงอาคารที่พักข้าราชการของกรมมหาดเล็กนะครับ ซึ่งผมก็มองว่านี่เป็น การใช้งบประมาณที่ผิดวัตถุประสงค์ของการเคหะแห่งชาติ ที่ต้องช่วยเหลือดูแลพี่น้องผู้ที่มี รายได้น้อย หรือรายได้ปานกลางแทนที่จะไปช่วยในส่วนของข้าราชการที่มีหน่วยงานดูแล โดยตรงให้เขาอยู่แล้วนะครับ โครงการที่ ๒ หน้าต่อไปครับ อันที่ ๒ ครับ คือเรื่องของ การพัฒนาข้อมูลวิชาการด้านที่อยู่อาศัย ที่มีการของบประมาณ ๘.๔ ล้านบาทนะครับ ซึ่งโดนปรับลดไปแล้วโดยประมาณก็คือ ๖.๗ นะครับ เนื่องจากว่ามีกิจกรรมที่ค่อนข้าง สิ้นเปลือง กิจกรรมแรก ก็คือเรื่องของการพัฒนาเรื่องของข้อมูลระบบสารสนเทศนะครับ เราจะเห็นว่าหลัก ๆ ก็คือการเก็บข้อมูลชุมชนผู้ที่มีรายได้น้อยอย่าง ๕ จังหวัด ก็ ๒ ล้านบาท แล้วนะครับ ข้อมูลโครงการของที่อยู่อาศัยของภาคเอกชนซึ่งจริง ๆ ก็ขอภาคเอกชนได้ ตรงนี้ก็เสียเงินไปแล้วอีก ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท และเรื่องของการทำเรื่องของการวิเคราะห์ ด้วยเทคโนโลยี วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ก็เสียเงินไปอีก ๓,๒๐๐,๐๐๐ บาท และไปทำเรื่องของ ประชาสัมพันธ์อีก ๔๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งต้องบอกว่าข้อมูลที่การเคหะแห่งชาติอยากได้ ผมเชื่อว่าหน่วยงานต่าง ๆ ภาคเอกชนต่าง ๆ มีข้อมูลอยู่แล้วนะครับ และการเคหะแห่งชาติ ก็ไม่สามารถตอบได้ว่าข้อมูลที่อยากได้นั้นมีข้อมูลตรงไหนที่หน่วยงานอื่น ๆ รวมถึง ภาคเอกชนไม่สามารถให้การเคหะแห่งชาติได้นะครับ แล้วตรงนี้ผมต้องฝากไปถึงรัฐบาล ในเรื่องของการเน้นในเรื่องของการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานเพื่อป้องกันไม่ให้ หน่วยงานมาขอข้อมูลที่ไร้สาระแบบนี้อีก
อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งนะครับ ก็จะมีเรื่องของการทำสื่อขอทำแผนขอจัดงาน Event นะครับ ซึ่งก็สิ้นเปลืองงบประมาณอย่างไร้สาเหตุนะครับ โครงการนี้ก็ต้องบอกอย่างนี้ ครับว่า สำหรับโครงการฟื้นฟูชุมชน ชุมชนเมืองก็คือตรงเคหะดินแดงเดี๋ยว ท่าน สส. แรมโบ้ กัณตภณจะเข้าใจผิดตรงนี้ที่อยู่ สส. ดินแดง ผมไม่ได้ห้ามการช่วยเหลือนะครับ แล้วผมยินดี ที่ท่านจะช่วยเหลือ แต่ที่ว่าการเคหะแห่งชาติอาจจะใช้งบประมาณประเด็นสัมมนาอบรม มากเกินไป จะเห็นเลยครับว่า ที่มีการช่วยเหลือเกือบ ๔ ล้านบาทนั้น แต่ละรายการเป็นเรื่องของ การอบรม กินเลี้ยง จัดประชุม เช่นประชุมขึ้นบ้านใหม่ ขอมาจัดประชุมเรื่องของสัมมนาต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการจัด Big Cleaning ในพื้นที่ ซึ่งคนในชุมชนเหล่านั้น คนในเคหะเหล่านั้น จริง ๆ แล้วก็สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ หรือว่าช่วยกันรณรงค์ Big Cleaning ได้ ไม่จำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเอางบประมาณไปบอกว่าคุณต้องมาทำความสะอาดกัน หรือแม้กระทั่งเรื่องของการประชุมของคณะกรรมการเองก็ดี ก็ต้องมีการใช้งบประมาณของ รัฐไปช่วยในเรื่องของการประชุมนะครับ ซึ่งผมก็มองว่าจริง ๆ แล้วควรมีการจัดตั้งเรื่องของ นิติบุคคลให้ดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า ด้วยเหตุผลของการใช้งบ ที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่เหมาะสม ผิดวัตถุประสงค์ แล้วไม่ตรงกับพันธกิจ ผมก็เลยคิดว่า ควรตัดลดของการเคหะแห่งชาติ ๕ เปอร์เซ็นต์
อีกหน่วยงานหนึ่งครับ คือหน่วยงานของ บขส. ครับ หรือบริษัท ขนส่ง จำกัด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรัฐวิสาหกิจที่ต้องบอกว่าผมลำบากใจมาก ๆ ในการอภิปราย เพราะว่า ผมเองเป็นคนที่เรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขสถานีหมอชิต ๒ จนมีความคืบหน้า มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แล้วปีนี้ทาง บขส. เองก็ของบประมาณมา ๓๙ ล้านบาทนะครับ เดี๋ยวขอหน้าถัดไปครับ แต่ด้วยเหตุที่ว่าสิ่งที่ บขส. ขอมานั้นเป็นเรื่องของการจ้างเอกชน ในการศึกษาออกแบบสถานีเดิม ปรับปรุงสถานีใหม่ เป็นเรื่องของการปรับปรุงระบบขายตั๋ว เป็นเรื่องของการออกแบบชานชาลาใหม่ ผมย้ำนะครับว่า นี่คืองบในการศึกษาและออกแบบทำแบบก่อสร้างเท่านั้น ไม่ใช่งบในการ ปรับปรุงใด ๆ ทั้งสิ้นเลยแม้แต่บาทเดียว ๓๙ ล้านบาทนี้ ใช้สำหรับศึกษาอย่างเดียว ออกแบบ ทำแบบก่อสร้างเท่านั้น แต่ถ้าเกิดเราไปดูคำแถลงข่าวของท่านรัฐมนตรีสุริยะก่อนหน้านี้ จะพบว่า ท่านแจ้งว่าท่านจะมีการย้ายตัวสถานีหมอชิต ๒ รวมถึงตรงเอกมัยด้วยไปรวมกันที่ สถานีกลางบางซื่อหรือกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งตรงนั้นจะเป็นศูนย์รวมด้านคมนาคมเลย แต่ผมก็งงครับ เพราะว่ามันมีความย้อนแย้งกันในการของบประมาณของ บขส. ผมก็เลย อยากจะตั้งคำถามถึงกรรมาธิการ ๘ ข้อนะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าในกรรมาธิการก็มีทั้งท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและมีถึงเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อยู่ด้วยในกรรมาธิการ ผมก็ขอถามท่าน ๘ ข้อครับ
ข้อที่ ๑ จากที่ท่านรัฐมนตรีสุริยะบอกว่าจะย้ายสถานีไปรวมกันที่สถานีกลาง บางซื่อและจะสร้างอาคารใหม่มี Inspiration มาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ทาง บขส. มาของบเพื่อไม่ใช่แค่ปรับปรุงอาคารเดิม ชานชาลาเดิม แต่ท่านของบเพื่อออกแบบสร้าง ชานชาลาใหม่ที่เดิมตรงนั้น ผมถามว่ามันจะเป็นการย้อนแย้งไม่ตรงกับสิ่งที่ท่านรัฐมนตรี ประกาศกลางสภานี้หรือไม่
ข้อที่ ๒ การจ้างออกแบบสร้างชานชาลาใหม่ตรงที่เดิม ที่หมอชิต ๒ ที่เดิม มันจะสอดคล้องกับภาพใหญ่ในการที่เราจะย้ายทุกอย่างรวมกันที่สถานีกลางบางซื่ออย่างไร แล้วถ้าเกิดตึกที่สถานีกลางบางซื่อที่ท่านรัฐมนตรีประกาศว่าอยากจะทำ มันเสร็จแล้ว ตรงชานชาลาใหม่ที่ท่านจะสร้างที่หมอชิต ๒ จะทิ้งร้างหรือจะทำอะไร
ข้อที่ ๓ หมอชิต ๒ ห่างกับกรุงเทพอภิวัฒน์ต้องบอกว่าจริง ๆ ค่อนข้างเยอะ ผมเลยอยากรู้ว่าอาคารใหม่ที่สถานีกลางบางซื่อที่ท่านรัฐมนตรีประกาศมันจะอยู่ตรงไหน ใกล้ ๆ กับสถานีตรงไหน อะไร อย่างไร
ข้อที่ ๔ ด้วยหมอชิต ๒ ต้องบอกว่าชานชาลาเดิมสามารถปรับปรุงได้อยู่ แล้วก็เพียงพอต่อความต้องการของปัจจุบันแล้ว และผู้บริหารของ บขส. เองก็เคยประกาศว่า สถานีจริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่ามันแออัดแล้ว มันเต็มที่แล้ว พื้นที่ของเขาที่เช่าจากการรถไฟ แห่งประเทศไทยมาไม่เพียงพอที่จะสร้างอะไรใหม่ ขยายอะไรใหม่แล้ว ผมก็เลยงงว่า ท่านจะไปสร้างชานชาลาที่ท่านของบประมาณมา ๓๙ ล้านบาท เพื่อไปออกแบบไปปรับปรุง ท่านจะไปสร้างอะไรตรงไหนอีกครับ ที่มันก็แน่นและเต็มหมดแล้วนะครับ
ข้อที่ ๕ งบประมาณ ๓๙ ล้านบาทนี้ ไม่ได้รวมค่าออกแบบอาคารใหม่ ที่สถานีกลางบางซื่อ อันนี้ผมขอย้ำนะครับว่า ๓๙ ล้านบาทนี้ ไม่ได้รวมค่าออกแบบอะไรใด ๆ ทั้งสิ้นที่เกี่ยวข้องกับสถานีกลางบางซื่อเลยใช่ไหมครับ
ข้อที่ ๖ การออกแบบและการศึกษาครั้งนี้ ไม่มีเรื่องของการศึกษาเพื่อ เรื่องของการเตรียมยุบนะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีประกาศว่าจะเตรียมยุบที่เอกมัย และเตรียม ยุบเรื่องของสายใต้ที่ถนนบรมราชชนนี ถ้ามันไม่มีเรื่องนี้เลย ต้องถามว่า ๓๙ ล้านบาทนี้ จะทำอะไร เพราะมันไม่ใช่ Vision ของท่านรัฐมนตรี แต่มันคือแผนงานของหน่วยงานอยู่แล้ว ซึ่งมันย้อนแย้งกันเอง
ข้อที่ ๗ ขอบเขตของการทำงานนี้จะมีระบุเรื่องของการจะมีการจ้างออกแบบ เรื่องของการปรับปรุงระบบจำหน่ายตั๋ว ซึ่งพอถึงเวลาตรงนี้ผมก็เลยงงว่าคนที่จะมารับ การออกแบบ คือคนหนึ่งต้องทำในเรื่องของการพัฒนาระบบจำหน่ายตั๋ว แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องของการปรับปรุงอาคารสถานที่ ซึ่งเป็น TOR เดียวกัน แล้วมันจะมีหน่วยงานเอกชน ไหนครับที่มีประสิทธิภาพที่รู้ว่าเราต้องพัฒนาระบบตั๋วแบบไหนและพัฒนาระบบเรื่องของ แบบในการก่อสร้างด้วย ผมคิดว่าจริง ๆ ควรต้องแยก TOR กันหรือเปล่านะครับ
แล้วข้อสุดท้ายครับ ข้อที่ ๘ คือปกติจะมีเกณฑ์ของสำนักงบประมาณที่บอกว่า การศึกษาการออกแบบควรอยู่ประมาณแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าของการก่อสร้างจริง ทีนี้ท่านของบประมาณมา ๓๙ ล้านบาท สำหรับในการออกแบบศึกษาต่าง ๆ นั่นหมายความว่า ท่านมีแผนหรือมี Vision ว่าเตรียมจะจ่ายเงินในการจ่ายค่าก่อสร้างชานชาลาใหม่ รวมถึง ปรับปรุงชานชาลาเก่าของหมอชิต ๒ เกือบ ๆ ๘๐๐ ล้านบาทเลยนะครับ ผมเลยงงว่า นี่อาจจะเป็น เพราะต้องบอกว่าสารตั้งต้นคือการออกแบบก่อน ออกแบบ ๓๙ ล้านบาท ก็ต้องมีเรื่องของการก่อสร้างจริง นี่คือสารตั้งต้นในการของบประมาณอันต่อไปอีกหลายร้อยล้าน ข้างหน้าแน่นอน ผมงงว่าอันนี้มันจะยิ่งย้อนแย้งกับสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีประกาศทั้งหมดเลย มันไม่สอดคล้องกับเจ้ากระทรวงที่หน่วยงานขอแบบ เจ้ากระทรวงขออีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านกรรมาธิการช่วยอธิบายให้ชัด ๆ หน่อยครับ ถ้าท่านอธิบาย ไม่ Clear ผมก็ขอยืนยันในการตัดลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของ บขส. ครับ ขอบคุณครับ