อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณรัฐวิสาหกิจ 2 เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำไปจัดทำโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวและเมืองใหญ่ พร้อมเสนอแนวทางให้ NT สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและลดต้นทุนให้เอกชนเข้าร่วมได้สะดวกยิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้อภิปราย ในมาตราที่ปรับลดงบประมาณของรัฐวิสาหกิจ ๒ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งได้ขออนุญาต ท่านประธานได้ใช้สิทธิในการแปรญัตติ ในส่วนของรัฐวิสาหกิจนั้นนะครับ อย่างที่ ท่านอาจารย์วีระได้บอกนะครับว่า รัฐวิสาหกิจก็มีทั้งรัฐวิสาหกิจที่มีกำไร แล้วก็รัฐวิสาหกิจ ที่อยู่ไม่ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือขาดทุนนะครับท่านประธาน ทีนี้รัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่ที่มีกำไร ส่วนใหญ่ก็คือ Monopoly ครับ คือเป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งมาตาม พ.ร.บ. พูดง่าย ๆ คือผูกขาด อย่างกรณีค่าไฟจะคิดเท่าไรก็ได้ เพราะว่าก็ต้องซื้อ ก็ไม่มีการแข่งขัน อันนี้ก็ถือว่า รัฐวิสาหกิจของไทยมีทั้งที่มีกำไร แล้วก็ไม่มีกำไร ทีนี้ในส่วนของที่ไม่มีกำไรนั้นก็เป็นหน้าที่ ของทางภาครัฐ โดยเฉพาะ สคร. สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจของ กระทรวงการคลังก็ต้องไปดำเนินการแก้ไขให้มีกำไร ทีนี้เมื่อมีกำไรรัฐวิสาหกิจก็ต้องอยู่ได้ ด้วยตัวเอง ผมเองก็คิดครับว่า จริง ๆ แล้วรัฐวิสาหกิจควรจะต้องเป็นหน่วยงานที่สร้าง เม็ดเงิน แล้วก็นำเงินส่งให้กับทางภาครัฐ แต่ก็มีหลายรัฐวิสาหกิจครับท่านประธานที่ยังต้อง ใช้เงินงบประมาณไปจุนเจืออยู่ ท่านประธานครับ ที่ผมขออนุญาตเสนอปรับลดไป ๒ เปอร์เซ็นต์ มันมีอยู่หน่วยงานหนึ่ง ก็คือโทรคมนาคมแห่งชาติ ในอดีตโทรคมนาคมแห่งชาติ แบ่งออกเป็น ๒ หน่วยงานนะครับ ตอนหลังมารวมกัน ก็คือองค์การโทรศัพท์ แล้วก็การสื่อสาร ซึ่งทั้ง CAT แล้วก็ TOT ปัจจุบันนี้มา Merge รวมกันเป็น NT หรือโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ผมขออนุญาตปรับลดงบประมาณภาพรวมของทุกรัฐวิสาหกิจ รวมกัน ๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่เยอะหรอกครับท่านประธาน เอามาทำอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ เอามาทำ โครงการสายสื่อสารลงใต้ดินครับ จริง ๆ แล้วสภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ ในสมัยที่แล้ว ผมเองเป็นผู้ที่ยื่นญัตติในการศึกษาด้วยการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา นำสายสื่อสารลงใต้ดิน ที่ท่านประธานเห็นที่มันยุ่งเหยิงกันอยู่นี่ ที่เขาบอกว่า Unseen Thailand เวลาฝรั่งมาเมืองไทย ไม่ว่าจะไปเกาะภูเก็ต จะไปเกาะสมุยของท่าน สส. กานสินี สส. สุราษฎร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาตินะครับ หรือไปที่ชะอำของ สส. ธิวัลรัตน์ ที่จังหวัดเพชรบุรี เวลาฝรั่งมา Unseen Thailand คือมาถ่ายรูปสายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงอยู่ ท่านประธานก็เห็นครับในกรุงเทพมหานคร ถามว่าวันนี้ทำไมเอาลงไม่ได้ จริง ๆ แล้ว สภาผู้แทนราษฎรเราศึกษาแล้วใช้งบประมาณไปเยอะมาก แล้วผลการศึกษาก็ชัดเจนครับว่า ตรงไหนบ้างที่ต้องเอาทั้งสายไฟ สายสื่อสารลงใต้ดินพร้อมกัน อย่างเช่นที่เป็น Landmark เป็นศูนย์กลางทางการค้า ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ Landmark อย่างเช่น พระบรมมหาราชวัง ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมาท่องเที่ยว ก็เอาทั้งสายสื่อสาร สายไฟลงใต้ดินพร้อมกันเลย จะได้ไม่บดบังทัศนียภาพ อย่างที่เกาะสมุย อย่างที่ผมยกตัวอย่างของท่าน สส. ตุ๊ก กานสินี ก็เอาลงไปเลยครับ ชายหาดจะได้ไม่ต้องมี สายไฟ สายสื่อสาร แต่เราเอาอย่างนี้ลงหมดไม่ได้ท่านประธาน เพราะว่างบประมาณ มันไม่พอครับ งบประมาณในการเอาสายไฟแล้วก็สายสื่อสารลงพร้อมกัน ๑ กิโลเมตร ๘๐ ล้านบาท แต่ถ้าเราเอาสายสื่อสารลงใต้ดินอย่างเดียว ๑ กิโลเมตร เหลือ ๘ ล้านบาท ฉะนั้นวิธีการคือเอาเฉพาะที่มันยุ่งเหยิง ก็คือสายสื่อสารลงใต้ดินอย่างเดียวเหลือ ๘ ล้านบาท แล้วมันใช้งบประมาณไม่เยอะครับ ผมก็ทำโครงการบ้านโป่ง Model สมัยที่แล้วก็ได้ ท่านอดีตรัฐมนตรีพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ต้องขอบคุณท่านด้วย ท่านก็ได้ให้ทาง TOT ในสมัยนั้น ก่อนจะแปลงร่างเป็น TOT ก็ไปทำโครงการนี้ที่อำเภอบ้านโป่ง ปัจจุบันนี้โครงการ ยังไม่สำเร็จนะครับท่านประธาน เพราะว่า NT เจาะร้อยท่อเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่าเอกชน ไม่ยอมเอาลงไป เพราะว่าต้นทุนในการดำเนินการเอาลงไปมันสูง เราจะทำอย่างไรครับ ที่จะสามารถให้เอกชนเอาลงไปได้ NT ก็ต้องไป Subsidize ครับ ไปทำอย่างไรให้ท่อลอดนี้ ค่าเช่ามันถูกลง เราก็ได้คิดวิธีการครับ ก็คือทำ Single Last Mile ครับท่านประธาน คือทำสายเดี่ยวไปเลย ต่อไปนี้เอกชนไม่ต้องมาพาดสาย ไม่ต้องมาเดินสายแล้ว ใช้สายเดี่ยวเลย เช่ากับ NT สายที่มันยุ่งเหยิงอยู่ที่มีทั้งหมดนี้มันก็จะไม่มี เราก็เอามุดลงไปใต้ดินแล้วเอกชน ก็มาเช่าไป ส่วนสายไฟเอาอยู่เหมือนเดิมครับ เพราะอะไรครับถ้าเราเอาสายไฟลงไปด้วย การไฟฟ้าเคยมาประชุมบอกว่า สายไฟฟ้าในประเทศไทยมีความยาวสามารถพันรอบโลก ได้ถึง ๘๐๐ รอบ ฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ครับที่จะเอาสายไฟฟ้าลงดินแล้วต้องใช้เวลาถึง ๔๐๐ ปี ในการจะเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินหมด ฉะนั้นเราก็เอาลงเฉพาะพื้นที่ที่จำเป็น แต่พื้นที่ไหนที่ไม่จำเป็นก็เอาเฉพาะสายสื่อสารลงใต้ดิน ผมก็เลยขออนุญาตครับท่านประธาน ปรับลดงบประมาณภาพรวมของรัฐวิสาหกิจลง ๒ เปอร์เซ็นต์ เอาไปทำอะไรครับ ไปตั้งกองทุนครับ เพื่อให้ทาง NT ไปทำการเอาสายสื่อสารลงใต้ดิน แล้วก็ทำให้มันสำเร็จครับ ในพื้นที่ไหนที่เทศบาลมีศักยภาพในการที่จะเอาลงใต้ดินได้เฉพาะสายสื่อสารโดยไม่รวม สายไฟฟ้า งบประมาณ ๑ กิโลเมตร ๘ ล้านบาท คุ้มครับท่านประธาน แล้วผมก็หวังว่า สภาของเราจะได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณตั้งกรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาอีกครับ ตอนนี้เพื่อนสมาชิกในห้องนี้ ผมเรียกร้องเลยครับไม่ต้องไปตั้งแล้วครับ เพราะว่าชุดที่แล้ว ได้ทำการศึกษาไว้สมบูรณ์แบบ แล้วก็ทำไว้ดีมาก ตั้งอนุกรรมาธิการ ๓ ชุด ศึกษากันลึกซึ้ง แล้วก็ชัดเจน มีทั้ง กสทช. มา มีทั้ง NT มา มีทั้งท้องถิ่นมา มีทุกหน่วยงานเลยครับ เอกชน ชมรมผู้ประกอบการในการให้บริการไร้สายมาร่วมกันแล้วทำการศึกษาไว้ดีมาก ขออย่างเดียวครับ ขอให้รัฐบาลที่เข้ามาดำเนินการเอาผลการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร เหล่านี้มาดำเนินการ แล้วก็ตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาแล้วก็ใช้ดำเนินการเพื่อเอาสายสื่อสารลงใต้ดิน แหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญก็จะได้ไม่ต้องถูกสายสื่อสารบดบังทัศนียภาพ ก็เลยขออนุญาตท่านประธานได้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมผมถึงขอปรับลดงบประมาณลง ๒ เปอร์เซ็นต์ เพื่อมาตั้งกองทุนเพื่อเอาสายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงอยู่ลงใต้ดินให้มันสำเร็จ ตามที่กรรมาธิการวิสามัญในสมัยที่แล้วได้ศึกษาส่งให้ทางรัฐบาลดำเนินการครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ