พิษณุ หัตถสงเคราะห์ วิพากษ์การจัดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการจัดสรรงบซ่อมถนนที่เน้นทางหลวงในขณะที่ถนนในพื้นที่ชนบทที่ถ่ายโอนให้ อบจ. กลับขาดงบซ่อมแซม พร้อมเสนอให้ปรับการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับปัญหาจริงของชุมชน ทั้งด้านน้ำท่วม โครงสร้างพื้นฐาน และปัญหายาเสพติด รวมถึงเรียกร้องให้ปรับกรอบเวลาการจัดงบประมาณให้ยืดหยุ่นและทันต่อสถานการณ์ โดยเสนอให้เพิมงบในแผน CEO อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการที่แท้จริงของประชาชนและสนับสนุนการฟื้นฟูเยาวชนผ่านโครงการค่ายคืนคนดี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ในฐานะผู้สงวนความเห็น ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่าน สส. ภคมน แล้วก็ สส. อิทธิพล ที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ข้อมูลของท่านน่าสนใจครับ ผมขออนุญาตเสริม ในฐานะที่ผมได้สงวนความเห็นไว้ แล้วก็ตัดลดงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดลงไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านบาท
ท่านประธานครับ ปัญหาแรกที่กระผมไม่เห็นด้วยในการจัดงบประมาณตรงนี้ ก็คือ เรื่องของจัดโครงการไม่ตอบโจทย์กับปัญหาหรือความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อสักครู่ท่าน สส. ได้อภิปรายไปเรื่องของการทำถนนหนทาง แต่ผมต้อง ขออนุญาตออกตัวนิดหนึ่งให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดก็ดีนะครับ เพราะว่าการทำงบประมาณครั้งนี้กรอบ Timeframe หรือ Timeline เขากำหนดโครงการไว้ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๖ เพราะฉะนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในปัจจุบันนี้อาจจะ เพิ่งขึ้นมาดำรงตำแหน่งหรือว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องนะครับ ดังนั้นสำคัญที่สุด อันดับแรก ก็คือเรื่องของการไม่ตอบโจทย์ปัญหาความต้องการของประชาชน เนื่องจากว่าการซ่อมถนนนี้ ก็เป็นความจำเป็นอยู่ระดับหนึ่ง แต่ท่านประธานสังเกตดูว่างบถนนที่ทำ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ จะเน้นไปที่กรมทางหลวงชนบท แล้วก็กรมทางหลวงใหญ่ ซึ่งถนนเหล่านี้ถ้าเรามองให้ลึกลง ไปจะเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างอำเภอและจังหวัด แต่ถ้าท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เอกซเรย์ลงไปในพื้นที่ชนบทห่างไกลจริง ๆ ถนนเชื่อมระหว่างอำเภอและหมู่บ้านร้อยละ ๕๐ แทบจะดูไม่ได้ โดยเฉพาะถนนที่ได้รับการถ่ายโอนลงไปอยู่ที่ อบจ. หลายจังหวัดถ่ายโอน ลงไปเป็น ๑๐๐ กว่า ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่งบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมแทบไม่มี นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าถ้าตัดได้ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะเอาไปให้ อบจ. นะครับ แต่ว่ากรรมาธิการ ไม่สามารถปรับเพิ่มได้ เรามีหน้าที่เพียงแค่ปรับลดนะครับ
อันที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาในการจัดงบประมาณของผู้ว่า CEO นี่ก็คือ เรื่องของการขาดการมีส่วนร่วม ท่านประธานทราบไหมครับว่า จริง ๆ งบประมาณของผู้ว่า CEO เริ่มต้นจริง ๆ คือปี ๒๕๔๖ สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ท่านลงพื้นที่ไปแล้วก็ พบปัญหาว่า จังหวัดแต่ละจังหวัดไม่มีงบประมาณในการบริหารจัดการ ก็เลยเริ่มต้นโครงการ ขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา และโครงการก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ๆ จนเริ่ม ประมาณปี ๒๕๖๐ งบผู้ว่าเกือบทั้งหมดไปทำถนน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ผิดไปจาก นโยบายเริ่มต้นที่เราต้องการที่จะมีงบผู้ว่า CEO เพื่อให้ผู้ว่านั้นมีงบประมาณในการที่จะไป ช่วยเหลือประชาชน ในการที่จะไปแก้ปัญหาประชาชนให้มันถูกจุด ยกตัวอย่างอย่างภาคอีสาน ท่านประธานครับ หลายจังหวัดในภาคอีสานสิ่งที่เขาต้องการคือน้ำครับ ถ้าท่านประธานไปดู ในคำขอของพี่น้องประชาชน โครงการขุดสระในไร่นา ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ สระ หรือว่า พี่น้องประชาชน ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ คน เข้าคิวรออยู่ครับ แล้วก็กรมพัฒนาที่ดินได้ปีหนึ่ง ประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ สระ อีกสิบชาติก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชนได้ เพราะฉะนั้นงบผู้ว่าตรงนี้น่าจะไปดูเรื่องแหล่งน้ำ
สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ปัญหาของพี่น้องโดยเฉพาะในภาคอีสาน ก็คือเรื่องของ ยาเสพติด ท่านประธานครับ ผมเข้าไปดูในไส้ในเล่มขาวคาดแดงนี้ แทบจะไม่มีเลยครับ ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดคนไหนที่จะมองเห็นความสำคัญในเรื่องของยาเสพติด ผมต้อง ขอขอบคุณท่านนิพนธ์ คนขยัน สส. บึงกาฬ ท่านเป็นคนแรก ๆ ที่นำเสนอโครงการค่ายคืนคนดี สู่สังคม พี่น้องของเรา เยาวชนของเราติดยาเสพติด เอาไปเข้ามินิธัญญารักษ์ ๒-๓ วัน ปล่อยออกมา พ่อแม่พี่น้องประชาชน ญาติพี่น้องเดือดร้อนอีก ไม่รู้จะเอาอย่างไร แต่พอมี ค่ายคืนคนดีสู่สังคมครับ เขาเข้าไปอยู่ในค่าย ๖๐ วัน ๙๐ วัน เดี๋ยวนี้ได้ทราบข่าวว่าน้อง ๆ อ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น ลด ละ เลิก ยาเสพติดได้ดี ผมอยากเห็นผู้ว่า CEO หรือผู้ว่าราชการ จังหวัดทั้ง ๒๐ จังหวัดภาคอีสานเน้นเรื่องนี้ครับ ช่วยกัน ถ้าเราไม่สามารถปราบได้เราก็ควร ที่จะมาช่วยกันให้ลูกหลานมีที่ไป ให้ผู้ปกครองสามารถมีความสุขระยะหนึ่ง เอาลูกหลานเข้าไป ปราบปรามยาเสพติดให้เขาอยู่ในค่าย ค่อย ๆ ลด ละ เลิกไป นี่คือหน้าที่ที่ผู้ว่า CEO ควรจะทำ
อันที่ ๓ ก็คือเรื่องของ Timeline หรือ Timeframe หรือกรอบเวลาครับ การที่จะเป็นงบประมาณเข้าไปในโครงการผู้ว่าได้นี้ จะต้องผ่านคณะกรรมการจังหวัด มีโครงการที่เขาเรียกว่า จ. ๓ ท่านประธานทราบไหมครับว่า จ. ๓ ของปี ๒๕๖๘ นี้ เสร็จตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๖ คือปีที่แล้วโน้นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากได้ งบปี ๒๕๖๙ ก็คือต้องเสร็จกรกฎาคม ปี ๒๕๖๗ ที่ผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ Timeframe อย่างนี้ ครับท่านประธาน มันไม่ยืดหยุ่นและมันไม่ทันต่อสถานการณ์ อย่างปัจจุบันนี้น้ำท่วม ที่ทางภาคเหนือ ผมถามว่าแล้วผู้ว่าราชการจังหวัดจะเอางบประมาณเข้าไปในแผน CEO ได้อย่างไร ในเมื่อมันผ่านมาตั้งแต่ ๒-๓ ปีที่แล้ว ฝากทางสำนักงบประมาณ ผมไม่ได้โทษสำนักงบประมาณ ไม่ได้โทษสภาพัฒน์ แต่ว่ามอง ภาพรวมในการที่จะปรับปรุงให้กับงบผู้ว่า CEO ท่านประธานครับ ๒๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ได้ ในปี ๒๕๖๘ น้อยไปด้วยครับ จริง ๆ ขอมา ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ แต่รัฐบาลจัดได้เพียง ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าเรามีแค่นั้น และกรอบที่สำนักงบประมาณทุก ๆ ปีที่ขอมา ก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงครับท่านประธานครับ ถ้าท่านผู้ว่าขอมาปีหน้าหรือปีต่อ ๆ ไป จะ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ามันตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชน รัฐบาลก็น่าจะค่อย ๆ ขยับงบประมาณขึ้นไปครับ อาจจะเพิ่มไปอีกสัก ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปทำอะไร เอาไปซ่อมถนนให้กับ อบจ. ครับ ซ่อมถนนให้กับพี่น้องประชาชนที่พังจริง ๆ ในหมู่บ้าน ชุมชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ