จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชี้แจงความจำเป็นในการตั้งงบประมาณ 950 ล้านบาทสำหรับซ่อมบำรุงอากาศยานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยอ้างถึงความเสี่ยงจากอายุการใช้งานที่ยาวนานและข้อจำกัดด้านงบประมาณ พร้อมยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณสำหรับกองทุนสืบสวนสอบสวน โครงการ Local CAT การดูแลความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และภารกิจในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้มีความโปร่งใส เหมาะสม ไม่ซ้ำซ้อน และสอดคล้องมาตรฐานสากล พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นของเม็ดเงินในการปฏิบัติหน้าที่แต่ต้องควบคู่กับการตรวจสอบการใช้อำนาจและคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเข้มงวด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณและกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขออนุญาตพยายามที่จะตอบ ในหลาย ๆ ประเด็นที่มีข้อซักถามเกี่ยวกับเรื่องของตัวงบประมาณ มีข้อสอบถามส่วนมาก จะอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีเรื่องของการตั้งงบประมาณในการบำรุงรักษาอากาศยาน เป็นวงเงิน ๙๕๐ ล้านบาท ซึ่งต้องกราบเรียนว่าเป็นตามที่ท่านได้เรียนชี้แจง เป็นการ บำรุงรักษาให้กับอากาศยาน เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้ราว ๖๑ ลำ และเป็น งบประมาณที่จำเป็นครับ มีการตั้งงบประมาณมาทุกปี เพราะว่าต้องยอมรับว่าอายุการใช้ งาน ๓๐-๔๐ ปี เป็นอากาศยานที่มีอายุค่อนข้างมาก แต่เราก็มีความจำเป็นเนื่องด้วยประเทศ เราก็มีข้อจำกัดเรื่องของงบประมาณ ถ้าเอาข้อเท็จจริงในคำขอในเรื่องของการตั้งงบประมาณ ในการซ่อมบำรุงมีมากกว่านี้ มากกว่า ๙๕๐ ล้านบาทต่อปี แต่ทางสำนักงบประมาณด้วย ข้อจำกัดของงบประมาณที่เรามีกรอบอยู่จำกัด ก็บริหารจัดการตามที่มีความจำเป็นแล้วก็ ประคับประคองกันไป ซึ่งต้องกราบขอความกรุณาจากท่านสมาชิกว่านี้เป็นงบประมาณ ที่มีความจำเป็น แล้วก็เป็นชีวิตของพี่น้องข้าราชการตำรวจ ซึ่งเขาปฏิบัติหน้าที่ เครื่องบิน ก็ ๓๐-๔๐ ปี ก็ให้ความอุ่นใจกับเขาหน่อยหนึ่งในเรื่องของงบประมาณ
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของกองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวน มีท่านสมาชิกได้ กราบเรียนสอบถามมา ซึ่งต้องเรียนว่าเราก็ได้ไปพูดคุยกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในประเด็นนี้เช่นเดียวกัน พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ ได้กำหนดให้มีกองทุนเพื่อการสืบสวนและ สอบสวนการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งเป็นเงินเสริมจาก งบประมาณปกติสำหรับใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อจัดสรรให้สถานีตำรวจ ๑,๐๐๐ กว่าสถานี ต้องเรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณปี ๒๕๖๘ ตั้งไว้ ๙๕๐ ล้านบาท แต่มีเงินค่าเปรียบเทียบปรับคดีอาญาที่เป็นอำนาจของตำรวจ เงินค่าปรับตามกฎหมายว่า ด้วยการจราจรทางบกเฉพาะส่วนที่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และเงินค่าปรับทางปกครอง ที่ตำรวจสั่งปรับตามกฎหมาย ซึ่ง ครม. อนุมัติให้นำไปสมทบเข้ากับกองทุนได้ตามที่ กระทรวงการคลังอนุมัติ ประมาณปีละ ๕๐๐-๖๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามหลักเกณฑ์การจ่ายเงินต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ ต้องเรียนว่าเป็นงบประมาณที่มีการจัดสรรไว้เพียงพอแล้วนะครับ
ในส่วนของลดค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย สำหรับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ โครงการนี้ผมต้องเรียนอย่างนี้ แบ่งเป็น ๔ ส่วน มีโครงการเกี่ยวกับเรื่องของการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัยในการบำเพ็ญ สาธารณประโยชน์ มีโครงการเฝ้าตรวจเตือนเตรียมการรองรับภัยพิบัติและช่วยเหลือ ประชาชน มีโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แล้วก็มีค่าใช้จ่ายของกองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย เป็นค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นครับ แล้วก็มีความสำคัญ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้ดู ในรายละเอียดแล้วยืนยันถึงความจำเป็น แล้วก็ไม่ได้มีการปรับลดแต่อย่างใด
ค่าใช้จ่ายในการฝึกยุทธวิธีตำรวจโครงการ Local CAT รวมถึงงบประมาณ ในส่วนราชการในพระองค์ เกี่ยวกับโครงการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ มีข้อสงสัยว่ามีความซ้ำซ้อนหรือไม่ มีความจำเป็นหรือไม่ ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ได้ดูในรายละเอียดอย่างครบถ้วนและยืนยันว่าเป็นโครงการ ที่มีความจำเป็น แล้วก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่แต่เพียงเฉพาะ ประเทศไทยเท่านั้น ที่ในการดูแลประมุขของประเทศเราจะต้องดูแลอย่างรอบคอบ และรัดกุม ซึ่งตรงนี้เป็นภารกิจหน้าที่ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นส่วนหนึ่งที่ต้อง ปฏิบัติภารกิจ ก็ยืนยันถึงความจำเป็นของเม็ดเงินและภารกิจที่ได้ตั้งงบประมาณมา ไม่ได้มี การปรับลดแต่อย่างใด
ในส่วนของสุดท้าย มีข้อคิดเห็นในเรื่องของงบประมาณของสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นภารกิจเกี่ยวกับเรื่องของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเรียน ด้วยความเคารพก็รับข้อคิดเห็นของท่านว่าประเด็นปัญหาในเรื่องของสิทธิมนุษยชน ประเด็นปัญหาในเรื่องของการที่จะกระทบกระทั่งกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้ เราก็ขออนุญาตอย่างนี้ว่าตัวเม็ดเงินซึ่งเป็นเครื่องมือกลไกนี้เป็นสิ่งจำเป็น เราก็ยืนยันในเม็ดเงิน ที่จะต้องลงไปให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปฏิบัติภารกิจ แต่ส่วนเรื่องใด ๆ ที่มันเป็น เรื่องที่อาจจะเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติภารกิจ แล้วไปกระทบกับพี่น้องประชาชนเองก็ตาม หรืออย่างเช่นของท่านนิพนธ์ คนขยัน ที่เป็นเรื่องของยาเสพติดก็ตามว่า หากมีการใช้เม็ดเงิน ใช้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อันนั้นเป็นภาระหน้าที่ในส่วนของฝ่ายนโยบายในการจะ กำหนดนโยบาย เป็นภาระหน้าที่ในส่วนของฝ่ายตรวจสอบในการที่จะไปดูว่ามีการกระทำ ที่ผิดไปจากครรลองหรือไม่ และเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการที่จะร่วมกัน ตรวจสอบการปฏิบัติภารกิจของพี่น้องข้าราชการ หากผิดไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น หากมีการ กระทำที่ประพฤติมิชอบในกรณีใด ๆ ก็เป็นงานของพวกเราด้วยส่วนหนึ่ง ที่จะดำเนินการให้ เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเม็ดเงินนี่ยืนยันว่าเป็นเครื่องมือกลไกสำคัญ ในการที่จะให้พี่น้องข้าราชการตำรวจได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามที่เรา คาดหวังนะครับ ทางกรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนยันในมติครับ