รอมฎอน ท้วงติงเก็บดีเอ็นเอไม่สมัครใจ หวั่นละเมิดสิทธิชายแดนใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๕ กันยายน ๒๕๖๗

รอมฎอน ปันจอร์ หารือประเด็นการบริหารงานของหน่วยงานภายใต้การควบคุมนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะตำรวจและภารกิจในจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหางบประมาณซ้ำซ้อนระหว่าง กอ.รมน. และตำรวจ และเรียกร้องให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณรวมถึงบทบาทของตำรวจในการรับช่วงภารกิจจากทหาร อีกทั้งท้วงติงการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอโดยไม่สมัครใจ พร้อมเรียกร้องทบทวนการใช้งบกว่า 350 ล้านบาทในการพัฒนาฐานข้อมูลดีเอ็นเอเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ขอความสันติจงมีแด่ท่าน แล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกของพวกเราในสภาแห่งนี้นะครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เดิมพรรคก้าวไกล ปัจจุบัน พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมหนักใจครับท่านประธาน พอมาที่มาตรา ๒๗ นี่มันมีหลาย หน่วยงานที่เป็นส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี มีหลายหน่วยงาน และโดยเฉพาะ ภารกิจที่ผมสนใจคือภารกิจที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอนแรกลังเลอยู่ว่า จะมาแกะมาแคะ ศอ.บต. หรือว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีหรือไม่ แต่พบว่าเพื่อน ๆ หลายคนในสภาแห่งนี้สนใจตำรวจกันเหลือเกิน พลิกดูอีกทีตำรวจน่าสนใจ จริงครับท่านประธาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมต้องขอเรียนว่า ในกรณีตำรวจในที่นี้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

วันนี้ต้องขอตรวจตำรวจ แล้วครับ ขอตรวจแล้วก็ตัดตำรวจในชายแดนใต้นะครับ ที่ตำรวจน่าสนใจเพราะเหตุนี้ครับ ขอสไลด์ถัดไป มันมีคำถามใหญ่อย่างนี้ครับ ในทางยุทธศาสตร์ตอนนี้สถานการณ์ในจังหวัด ชายแดนภาคใต้กำลังเดินไปสู่จังหวะที่เปลี่ยนผ่านสำคัญ ทางหน่วยงานเอง ในแผน ยุทธศาสตร์ชาติเอย หรือว่าบรรยากาศในเวลานี้ คำถามที่รอเราอยู่ในอนาคตคือตำรวจ จะรับหน้าที่ รับภารกิจจากทหารได้หรือไม่ พร้อมหรือเปล่า เพราะฉะนั้นเราจะมาดูกันครับว่า ตำรวจนี่นะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สังกัดภูธรภาค ๙ พร้อมจะทำหน้าที่อะไรไหม แล้วจะมี ปัญหาอะไรบ้าง ผมสะท้อนให้เห็นจากงบประมาณครับ ผมดูแค่ ๒-๓ ก้อนครับ ปกติแล้ว งบประมาณเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของตำรวจมี ๒ ก้อนครับท่านประธาน อยู่ในแผน บูรณาการจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาตรา ๓๗ เดี๋ยวเราจะอภิปรายต่อไป แล้วก็อยู่ในงบ ฟังก์ชันปกติ งบแผนงานความมั่นคงนะครับ ซึ่งในแผนบูรณาการมี ๑๔๐ กว่าล้านบาท แผนงานพื้นฐานมี ๑,๐๒๙ ล้านบาท ดูเฉพาะโครงการนี้ครับ น่าสนใจนะครับ ผมเอาให้ ท่านประธานแล้วก็ทุกท่านดูนะครับ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมสถานการณ์ ความไม่สงบนะครับ เงินส่วนใหญ่เลย ๙๐๐ กว่าล้านบาท เขียนระบุว่าเป็นค่าเบี้ยเลี้ยง ที่พักและพาหนะ ก็ระบุเลยหน่วยงานต่าง ๆ ๑๘,๐๐๐ กว่านาย กำลังพลของตำรวจในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ใช้เงินก้อนนี้ครับ แต่ข้อสงสัยผมอยู่ตรงนี้ค่าเบี้ยเลี้ยงกำลังพลในชายแดนใต้นี่ ถ้าท่านประธานจำได้ เมื่อวานซืนเราอภิปรายเรื่องงบของ กอ.รมน. ไปแล้ว กอ.รมน. เขาบอกว่า เขาตั้งรายการชื่อ การกำลังพลและการดำเนินงาน ๓,๔๐๐ กว่าล้านบาท ระบุว่าเอาค่าใช้จ่าย ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งของตำรวจด้วย กองกำลังตำรวจ ๓๔๐ กว่าล้านบาท คำถามผมก็คือว่าค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ากำลังพลเหล่านี้นะครับ กอ.รมน. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพ หน่วยงานใหญ่เขาก็ตั้งให้ แล้วก็มาซอยให้กับตำรวจด้วย ในขณะที่ตำรวจเองก็ตั้งด้วย เหมือนกัน ตกลงแล้วนี่เป็นงบที่ซ้ำซ้อนหรือเปล่า และตกลงงบนี้ที่จะจ่ายให้กับกำลังพล ของตำรวจนี่ใช้เงินจากกระเป๋าไหนกันแน่อันนี้เป็นเหตุผลที่ผมขอตั้งข้อสังเกตตรงนี้ แล้วไหน ๆ เราอภิปรายผ่านมาตรา ๗ มาตราที่เกี่ยวกับสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านให้ กอ.รมน. ไปแล้วนะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นขอดึงกลับตรงส่วนนี้ได้ไหมของตำรวจนะครับ ก็ขอตัดไป ๓๐๐ กว่าล้านบาทตรงนี้ครับ ในปีหน้าต้องมานั่งดูดี ๆ ครับว่าตกลงใคร จะรับผิดชอบจากใคร และความสัมพันธ์ระหว่าง กอ.รมน. กับตำรวจอาจจะต้องจัดวาง กันใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะท้วงติงไว้นิดหนึ่งนะครับ ๑๒ ล้านบาทนี้ ในแผนงานฟังก์ชันนี้ ในงบแผนงานพื้นฐาน ๑๒ ล้านบาทกว่า ๆ นี่ทำอะไรครับ ทำโครงการ จัดทำฐานข้อมูล DNA ลายนิ้วมือ อันนี้เพื่ออะไร พัฒนาเป็นฐานข้อมูลครับ จากเอกสาร ที่ทางตำรวจส่งมาให้ทางอนุระบุว่าตอนนี้เก็บมา ๗ ปีงบประมาณ มีตัวอย่าง DNA ถึง ๒๕๙,๐๐๐ กว่าตัวอย่าง ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วการเก็บตัวอย่าง DNA เป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่เราสร้างฐานข้อมูลเพื่อจะทำให้นิติวิทยาศาสตร์มีน้ำหนักในการที่จะตรวจสอบ คดีความมั่นคงต่าง ๆ แต่ปัญหาตลอดตั้งแต่เรียกกลับไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบังคับเก็บ DNA ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีมาตลอดครับ ท่านประธาน ในปี ๒๕๖๒ นี้มีถึงขั้นว่าไปบังคับทหารเกณฑ์เก็บ DNA ด้วย มีบางครั้ง ก็เก็บเด็กที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาเลย แต่ว่าเป็นลูกหรือว่าเป็นญาติกับผู้ที่เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อสงสัยนะครับ และที่สำคัญท่านประธานครับ ตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนมาถึงผมด้วยนะครับ แล้ว สส. หลายท่าน ก็ได้รับเรื่องร้องเรียนนี้คือ ตอนนี้บ้าง สภ. ในพื้นที่มียอดครับ ต้องเก็บตัวอย่าง ๒ ตัวอย่างต่อวัน อันนี้ก็ต้องอ้างอิงถึงทีมของผม ที่ไปเก็บตัวอย่างที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เขาบอกว่า ผู้กำกับก็ยอมรับครับว่านายเขาบอกว่าให้เก็บตัวอย่างขึ้นมา ทีนี้เขาดักจับเอานะครับ ผมเองเคยเอาประเด็นนี้ถามผู้บัญชาการตำรวจภาค ๙ ในห้องประชุมคณะอนุกรรมาธิการ ในฐานะผมเป็นที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณ ท่านก็บอกปัดพัลวันเลยครับว่า ไม่มีนโยบายอย่างโน้นอย่างนี้ ล่าสุดมีอีกแล้วครับ เจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครยะลาบอกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอความร่วมมือ ขอความร่วมมือต้องขีดเส้นใต้นะครับ ขอความร่วมมือ ให้ไปเก็บ DNA นะครับ จริง ๆ แล้วถ้าไม่ใช่ผู้ต้องหานี่ เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจในการเก็บนะครับ แต่การเก็บ DNA ในลักษณะนี้ เพื่อสร้างฐานข้อมูลในลักษณะนี้ เป็นไปโดยที่ไม่มีความสมัครใจ เช่นนี้จะทำให้ฐานข้อมูล DNA มีปัญหาหรือเปล่า มีปัญหาในเชิงทำให้ความน่าเชื่อถือ ของพยานหลักฐานเหล่านั้นจะลดลงหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นคำถามตัวใหญ่ ๆ แล้วนี่ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า ในแผนบูรณาการทางตำรวจภาค ๙ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตั้งงบขึ้นมา พัฒนา Lab อีก ๒๐ กว่าล้านบาท โดยสรุปก็ประมาณ ๓๐ กว่าล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับ DNA ทั้ง ๆ ที่ปฏิบัติการในระดับพื้นที่ต้องกระทบกระทั่ง ต้องมีความสุ่มเสี่ยงในการละเมิดสิทธิ มนุษยชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอยู่อย่างนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภูธรภาค ๙ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีความพร้อมที่จะเตรียมรับโอนภารกิจสำคัญ ๆ จากกองทัพ จาก กอ.รมน. หลังจากนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมขอตัดเลยครับ ๓๕๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน เพราะว่าอันนี้ ต้องตั้งสัญญาณไว้ ตีขีดเส้นเอาไว้ว่า การปฏิบัติการของตำรวจจะต้องมีการทบทวนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ