ยศวัฒน์ แจงปัญหาไร่อ้อย ขอทบทวนงบช่วยเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๕ กันยายน ๒๕๖๗

ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน หารือการตัดลดงบประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์จากแผนงานของคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย พร้อมเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณอย่างเหมาะสมเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกร้อยในจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะการส่งเสริมการตัดอ้อยสดแทนการเผา ที่ทำให้เกษตรกรแบกรับต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่มีเงินชดเชย จึงวอนรัฐบาลใหม่ทบทวนการใช้งบประมาณและให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันความเดือดร้อนที่อาจบานปลายได้

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตที่ ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอเสนอในส่วนของ กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ได้รับจัดสรรอยู่ ๓,๑๔๗,๗๓๓,๒๐๐ บาท ผมขอนำเสนอตัดลดงบประมาณในสัดส่วน มาตรา ๒๖ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นจำนวน ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ คือในสัดส่วนของคณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทราย ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๒๙๙,๙๗๔,๙๐๐ บาท ซึ่งแบ่งออกเป็น ๔ แผนงานดังต่อไปนี้ครับ ๑. แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เป็นจำนวนเงิน ๒๗,๒๙๘,๖๐๐ บาท ๒. แผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า ๒๐๐,๗๐๙,๒๐๐ บาท ๓. แผนงานยุทธศาสตร์ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ๒๙,๔๗๖,๒๐๐ บาท และแผนสุดท้ายครับ ๔. แผนงานยุทธศาสตร์การพัฒนาบริหารประชาชนและการพัฒนา ประสิทธิภาพของภาครัฐ เป็นจำนวน ๔๒,๔๙๐,๙๐๐ บาทครับ ที่ผมต้องตัดลดในส่วนนี้ แล้วก็มุ่งเน้นประเด็นในส่วนของอ้อยและน้ำตาล เพราะว่าในพื้นที่ของผมก็คืออำเภอท่ามะกา และอำเภอพนมทวน และภาพรวมของจังหวัดกาญจนบุรีครับ เป็นพื้นที่ที่เป็นเกษตรกร ที่มีอ้อยและน้ำตาลเยอะที่สุดนะครับท่านประธานครับ ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในปัจจุบัน หากเทียบเคียงกับการบริหารงานของประเทศในที่ผ่านมามีดังต่อไปนี้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จากสไลด์ท่านจะเห็นว่าเกษตรกร พยายามที่จะสนับสนุนและสนองนโยบายของหน่วยงานของรัฐหรือว่าทางการเป็นอย่างดี ดังตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอครับ นั่นก็คือเมื่อปี ๒๕๖๑ หรือว่าที่เรียกว่า ปีการผลิต ๒๕๖๑/๒๕๖๒ ปริมาณอ้อยหีบรวมทั้งสิ้นมีทั้งหมด ๑๓๐ ล้านตัน มีการตัดอ้อยสดอยู่ ๕๑ ล้านตัน และมีการตัดอ้อยไฟไหม้อยู่ที่ ๘๐ ล้านตัน ท่านจะเห็นว่าตัวเลขที่เปรียบเทียบนั้น แสดงว่าพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยนั้นให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ จนกระทั่งถึงล่าสุด ปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ แนวโน้มการตัดอ้อยของเกษตรกรได้ตัดอ้อย สดเพิ่มขึ้นและที่สำคัญครับ ในส่วนของปริมาณการตัดอ้อยไฟไหม้มีปริมาณที่ลดน้อยลง นั่นเป็นเรื่องดีครับท่านประธาน เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นได้ให้ความสำคัญกับในส่วน นโยบายของรัฐบาลนะครับ แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่สนองนโยบายของรัฐบาลครับ เกษตรกรนั้น ยังได้รับผลดีโดยตรงต่อเกษตรกรเอง ครอบครัว ชุมชน และสิ่งสำคัญครับ รวมถึงผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลได้มุ่งเน้นในเรื่องของปัญหา PM2.5 แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ต้นทุนการผลิตอ้อยในส่วนของอ้อยสดและอ้อยไฟไหม้นั้นมีความแตกต่างกันในส่วนของต้นทุน คือต้นทุนนั้นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนตันละ ๒๐๐-๓๐๐ บาทต่อตันครับ และท่านประธานใครละครับ ที่แบกรับปัญหาเหล่านี้ ภาระเหล่านี้ก็คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คำตอบก็คือเกษตรกร แต่ในปีที่ ผ่านมาของปี ๒๕๖๕/๒๕๖๖ เกษตรกรนั้นฝากผมมาพูดในสภาและขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ เงินชดเชยจากการตัดอ้อยสด โดยผ่านมติ ครม. เป็นจำนวน ๑๒๐ บาทต่อตัน แต่ในปีนี้ครับ ปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ นั้นที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ เกษตรกรไม่ได้รับเงินชดเชย ไม่ได้รับเงิน ที่เกษตรกรนั้นให้ความสำคัญกับนโยบายของภาครัฐครับ ถามว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นละครับ ปัญหาภาระที่เป็นต้นทุนที่สูงขึ้นของเกษตรกร ท่านประธาน ใครเป็นผู้ที่จะต้องแบกรับ นั่นก็คือ ประชาชนนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร ท่านประธาน ปัจจุบัน มีต้นทุนในการผลิตนั้นต่อตันเป็นจำนวน ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ บาท พอมีการตัดอ้อยสดขึ้นมา ท่านประธานครับ ก็บวกขึ้นไปอีก ๒๐๐-๓๐๐ บาท เท่ากับว่ามีต้นทุนขั้นต่ำ ๆ เลยต่อ ๑ ตัน ก็คือ ๑,๔๐๐ บาทเข้าไปแล้ว สำหรับเกษตรกรที่ตัดอ้อยสด แต่ท่านประธานเห็นอะไรไหมครับว่า ในการลงทุนนั้นท่านมาดูถึงการขาย วันนี้เกษตรกรได้รับราคาขายอยู่เพียงแค่ราคาตันละ ๑,๕๐๐ บาทเองครับท่านประธาน นอกเหนือจากนั้นเกษตรกรที่ผมย้ำว่าเกษตรกรนั้นเขาให้ ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดีแต่สิ่งที่เกษตรกรต้องรับภาระคือต้นทุนที่มันสูงขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากที่จะฝากกับทางท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไปในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายว่างบประมาณที่ท่านใช้ ในแต่ละปีที่ท่านได้รับ ๓๐๐ ล้านบาทนั้น มันคุ้มหรือไม่กับสิ่งที่ท่านนำเสนอที่จะเอางบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทนั้น ไปทำเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จริงหรือไม่

สุดท้ายนะครับ ต้นทุนที่เท่าเดิมแต่เกษตรกรนั้นมีภาระที่สูงขึ้นนะครับ อยากจะฝากกับทางท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้โปรดให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วยนะครับ อย่าให้คนปลูกอ้อยที่เอาไปทำน้ำตาล อย่าให้ชาวไร่อ้อยที่ต้องการน้ำเอาไปทำน้ำตาลนั้น กลายเป็นไร่อ้อยที่เต็มไปด้วยน้ำตาแทนนะครับท่านประธาน ฝากท่านประธานไปยังท่าน นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ