ณัฐพล ชี้งบแฟชั่น-อาหารสูงเกิน ขอปรับลดเพิ่มประสิทธิภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๕ กันยายน ๒๕๖๗

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์การใช้งบประมาณในโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารและแฟชั่นของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโครงการ "1 หมู่บ้าน 1 เชฟ" และกิจกรรมส่งเสริมแฟชั่นที่มีการใช้จ่ายสูงเกินสมเหตุผล เช่น ค่าจัดเลี้ยง การจ้างที่ปรึกษา และการส่งผู้แทนไปต่างประเทศ จึงเรียกร้องให้ชี้แจงรายละเอียดและเสนอปรับลดงบประมาณรวมกว่า 153.5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตัดส่วนที่ไม่จำเป็นโดยไม่กระทบเป้าหมายหลักของโครงการ

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๖ กระทรวงอุตสาหกรรม ในภาพรวมกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นกระทรวงหนึ่งที่ในปี ๒๕๖๘ ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แล้วเป็น กระทรวงเดียวกันที่ถูกปรับลด ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์นะครับ ถูกปรับลดสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ผมจะอภิปรายถึงโครงการที่ทำให้งบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมา แล้วก็ เป็นโครงการเดียวกันนี่ละที่ทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมถูกปรับลดลงไป โครงการนั้นอยู่ใน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นโครงการ Soft Power ด้านอาหารและด้านแฟชั่น

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมก็เป็นขาหนึ่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ก็แน่นอนครับ รับโครงการโดยตรงมาจากคณะกรรมการ แล้วก็เป็นหน่วยรับงบประมาณผ่านมา โดยตรงแน่นอน รับผิดชอบ ๒ ด้าน ด้านอาหารและด้านแฟชั่น ผมต้องเล่าอย่างนี้นะครับ ในห้องงบอบรม สัมมนา เรามีการแขวนหน่วยงานทั้งสิ้น ๒ หน่วยงาน หน่วยงานแรกที่เรา แขวนไปคือกองทัพบก และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานที่ ๒ ที่เราแขวนไป เหตุผลคือเอกสารชี้แจงของหน่วยงานรายละเอียดของแต่ละโครงการนั้น มันมีไม่เท่ากับ เอกสารชี้แจงที่ทางกรรมาธิการในห้องใหญ่ขอเพิ่ม เดชะบุญนะครับ ที่กรรมาธิการสัดส่วน พรรคประชาชนในห้องใหญ่กระซิบบอกผมมาก่อนว่า ให้ดูรายละเอียดของโครงการเหล่านี้ ให้ดีนะครับ ในวันที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเข้ามา ณ ห้องงบอบรม สัมมนา เอกสารเหล่านั้น มันไม่มี ผมก็เลยขออนุญาตประธานในที่ประชุมที่จะเชิญหน่วยงานกลับไป และให้ส่งเอกสาร ชี้แจงรายละเอียดมาใหม่มีอยู่ ๖ โครงการนะครับ ด้านอาหาร ๔ โครงการ แฟชั่น ๒ โครงการ ผมคงไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด แต่ผมอยากจะพูดถึงโครงการหลัก ๆ นะครับ ๑ หมู่บ้าน ๑ เชฟ Soft Power ๔๖๘ ล้านบาท ขออนุญาตเอ่ยถึงท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ เมื่อวันก่อน ท่านอภิปรายว่ากรรมาธิการไปปรับลดโครงการนี้ ๑๒๐ ล้านบาท ทำไมนะครับ แล้วต่อมา ท่านจุลพันธ์ขออนุญาตเอ่ยนามเช่นกัน ท่านตอบว่าไม่ได้ปรับลด ๑๒๐ ล้านบาทนะครับ ผมจะบอกว่าผมในห้องอนุ. งบอบรม สัมมนา เราเป็นคนปรับลดโครงการนี้เองครับ ๑๒๐ ล้านบาท เหตุผลของมันคืออะไร ในโครงการนี้ ๔๖๘ ล้านบาท ก็จะไปพัฒนาฝีมือ Chef หมู่บ้าน มีกลุ่มเป้าหมายอยู่ ๑๑,๗๐๐ คน ในปี ๒๕๖๘ ๔๖๘ ล้านในเอกสารชี้แจงครับ ค่าอาหาร จัดเลี้ยงผู้มาอบรมและค่าของว่างเครื่องดื่มที่สามารถจัดเลี้ยงผู้มาอบรมคิดเป็น ๒๘๙ ล้านบาท ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการ อันนี้ย้ำนะครับ ไม่ใช่ค่าวัตถุดิบอาหารหรือใด ๆ ที่เอาไป ฝึกอบรมให้กับผู้เข้าอบรม นี่คือค่าจัดเลี้ยงอาหาร ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการ ถ้าท่านประธานลองนึกภาพนะครับ การอบรมครั้งหนึ่งมีคนมา ๘๕ คน ๑๐๐ คน เราไม่จำเป็น ต้องคิดที่รายหัวราคา Maximum ๕๐๐ บาทต่อวันหรือคิดเต็ม แน่นอนการคิดราคาแบบนี้ มันเป็นไปตามระเบียบมาตรฐาน แต่ถ้าเขามาอบรมพร้อมกันมาก ๆ มันสามารถบริหาร จัดการได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง อันนั้นเป็นเหตุผลหนึ่งนะครับ ในโครงการนี้เช่นเดียวกัน ค่าจ้าง วิทยากร ๘๒ ล้านบาท คือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจะไปส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมหลักของประเทศเราอยู่แล้ว บุคลากรภายในของท่านไม่สามารถคิดหลักสูตร หรือไปอบรมเขาได้เลยครับ ท่านต้องจ้างวิทยากรภายนอกทั้งหมด ๘๒ ล้านบาท เพื่อมาทำ เหล่านี้ ทั้ง ๆ ที่ท่านน่าจะมีผู้เชี่ยวชาญของตนเอง อีกส่วนหนึ่งคือการจัดแถลง จัดแถลง เรื่องปกติเปิดโครงการจัด Booth ให้ผู้ผ่านอบรมมาแล้วได้มาแสดงผลงาน อีกเหตุผลหนึ่งครับ เป้าหมายในรายละเอียดของเอกสารคือมี ๑๐,๐๐๐ คน ต้องหาให้ได้ ๑๗,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๘ ทีนี้มีประชาชนส่งข้อมูลมาให้ผมครับ เขาพยายามลงทะเบียนอันนี้ แต่ยอดที่ สามารถลงทะเบียนได้ Maximum ณ ตอนนี้ลดแล้วครับ ๑๕,๐๐๐ คน ลดก่อน ผมปรับลด เขานะ นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมเสนอปรับลดไปที่ ๑๒๐ ล้านบาท จริง ๆ หลายท่านถ้าฟังผม ตอนนี้อาจจะปรับลดมากกว่านี้นะครับ ไม่เป็นไรนั่นคือสิ่งที่ทำไปแล้ว

อีก ๓ โครงการด้านอาหารก็ไม่ลงรายละเอียด คล้าย ๆ กันยกระดับร้านอาหาร ในชุมชนมีกลุ่มเป้าหมายนะครับ ยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารด้าน Packaging อะไรต่าง ๆ นานา ไม่ลงรายละเอียดนะครับ ลักษณะเนื้อหาภายในโครงการจะคล้าย ๆ กันครับ จ้างผู้เชี่ยวชาญจำนวนมหาศาลเลย ๔๒ ล้านบาท ๓๙ ล้านบาท จัด Event เปิดปิดงาน สิ่งที่ผมปรับลดไปทั้งหมดมันไม่ได้กระทบตัวโครงการหลัก ผมปรับลดในส่วนที่เป็น ส่วนประกอบไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น ในส่วนของการจัดงาน การแถลง ในส่วนของการจ้าง ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาคือท่านจ้างมหาศาลขนาดนั้นจริง ๆ นะครับ

ด้านแฟชั่นมี ๒ โครงการนะครับ รวมแล้วเป็น ๑๑๐ ล้านบาท อันนี้จะอธิบาย เข้าใจง่าย ๆ พัฒนาบุคลากรด้านแฟชั่น เราเดาได้ละว่าอบรมสัมมนา แต่ผมจะบอก รายละเอียดให้ฟังนะครับ ที่เขียนไว้ในเอกสาร มันจะเป็นรูปแบบของการ Audition Audition เสร็จปุ๊บแถลงข่าวว่าเราได้ผู้เข้าร่วมโครงการแล้วนะครับ จับเขาเข้าค่ายเหมือน เข้าบ้าน AF Workshop ครับ Workshop เสร็จพาไปดูงานครับ ดูงานเสร็จพัฒนาผลิตภัณฑ์ นำมาเสนอ Present แล้วก็มี Commentator เสร็จแล้วก็ได้ผู้ชนะแล้วก็ไปจัดแสดง คือลักษณะโครงการแบบนี้ผมนึกว่ามันคือ The Face Thailand คือผมเข้าใจได้ว่าโครงการ เหล่านี้มันยิ่งชี้ชัดนะครับว่า ท่านรับโครงการมาจากเอกชนที่ให้ความเห็นกับกรม กับทาง คณะกรรมการนะครับ ผมปรับลดไปเล็กน้อยมาก ๆ คือ ๑.๕ ล้านบาท ๑.๕ ล้านบาท ก็คือ ปรับลดในส่วนของ PR ประชาสัมพันธ์เหล่านี้นั่นละครับ แต่ในส่วนที่ท่านจะไปอบรม ติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการด้านแฟชั่น ผมก็ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน

อีกโครงการหนึ่งของแฟชั่นนะครับ ลักษณะเหมือนกันครับ ส่งเสริมภาพลักษณ์ สินค้าแฟชั่น อันนี้คือจะเอาผู้ประกอบการด้านแฟชั่นมาอบรมสัมมนากันใหม่ให้เขามีความรู้ ในการที่เขาจะนำเสนอ Brand ให้ตรายี่ห้อของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น ไม่ติดใจใด ๆ ในตัว หลักการและเหตุผล แต่ก็จะมีรายละเอียดว่าจ้าง Influencer มาร่วมทำ Content กับผู้ประกอบการ คือมันไม่มีรายละเอียดว่าท่านจะจ้างใคร แล้วเงินส่วนนี้ ๑๒ ล้านบาท จ้าง Influencer มาทำ Content ร่วมกัน คิดง่าย ๆ นะครับ ถ้าสิ่งที่ท่านอบรมไปในเรื่องของ Brand ของเขา ถ้าท่านอบรมได้ถูกต้อง Brand เขาจะเป็นที่รู้จักขึ้นมาด้วยตัวเองโดยอาจจะ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ Influencer มาช่วยมากมายขนาดนั้น แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือเมื่ออบรม เสร็จก็จะมีการพาไปร่วมงาน Milan Fashion Week Shanghai Fashion Week โอเค เข้าใจได้มันต้องไป ส่วนนี้ผมคิดว่ามันน่าจะรีดไขมันได้ ผมเสนอปรับลดไป ๔ ล้านบาทนะครับ

สุดท้ายนะครับ สำหรับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม งบที่ก้าวกระโดดขึ้นมา จนส่งผลให้งบของกระทรวงอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมามากมายมหาศาล ก็คือมาจาก ๖ โครงการนี้ละครับ จำนวนคือ ๗๖๒ ล้านกว่าบาท ผมและอนุ. งบอบรม สัมมนา เราปรับลดไป ๑๕๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ท่านที่ฟังอยู่หากท่านติดใจนะครับ ฟังผมอภิปรายท่านอาจจะคิด และอยากจะเสนอปรับลดมากกว่านี้ก็เป็นได้ ขอบพระคุณครับ