วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะการเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ และขอให้คณะกรรมาธิการจัดฝึกอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขเพื่อดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องจำเป็นในการเพิ่มแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลจังหวัดเพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ และเรียกร้องการทราบงบประมาณที่ใช้เพื่อเพิ่มอัตราแพทย์และพยาบาล
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมได้สงวนคำแปรญัตติของกระทรวง สาธารณสุขไว้ด้วยนะครับ ขออนุญาตปรับลดไว้ แต่สิ่งที่ผมจะพูดก็คือสิ่งที่จะขอทราบ ข้อเท็จจริงจากการทำงานของคณะกรรมาธิการตลอดระยะเวลาในการพิจารณางบของ กระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเรียนประธานและเพื่อนสมาชิกนะครับว่า กระทรวงสาธารณสุข เป็นกระทรวงที่คนก็ไม่อยากไปนะครับ ยิ่งอายุเท่าท่านประธาน เท่าพวกผมนี่ไม่มีใคร อยากไปโรงพยาบาลครับ แต่ทุกคนต้องเจอทั้งหมด มาถึงวันนี้ครับ ต้องยอมรับข้อเท็จจริงครับว่า กระบวนการระบบสาธารณสุขประเทศไทยเราค่อนข้างจะรับมือกับวิถีชีวิตของประชาชน ได้มาก เพราะฉะนั้นอายุของประชาชนคนไทยเริ่มสูงขึ้น ๆ เราเห็นคนอายุ ๖๐ ปี ๗๐ ปี ยังรับราชการได้ เราเห็นว่าคนอายุ ๘๐ ปีอย่างท่านประธานยังสามารถปฏิบัติหน้าที่อย่าง เข้มแข็งได้ เพราะฉะนั้นประเทศเรานี่ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ และอย่างรวดเร็ว และเพิ่มมากขึ้น ๆ ทุกวัน ต้องยอมรับความจริงครับว่า เป็นเพราะฝีมือของกระบวนการ สาธารณสุข คราวนี้คนที่ใช้บริการกับโรงพยาบาลกับระบบสาธารณสุขมากที่สุด มี ๒ ประเภทครับ ๑. ทารกหรือเด็ก ๒. ก็คือผู้สูงอายุ คนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการระบบ สาธารณสุขทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์หรือพยาบาลจะเป็นอาชีพที่ไม่ปกติเหมือน ข้าราชการอื่นครับ เป็นอาชีพที่ต้องมีเวรยามเหมือนกับตำรวจ หมอก็ต้องมีเวรต้องมียาม ต้องเข้า มากลางคืนกลางดึกหมอไม่อยู่โรงพยาบาลก็ถูกด่า มาเช้าพยาบาลยังไม่เข้าเวร พยาบาลก็ถูกด่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะทวงถามจากคณะกรรมาธิการคือท่านกรรมาธิการ ซักถามหรือเปล่าครับว่า วันนี้อัตรากำลังคนของกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ได้รับการบรรจุ ยังเหลืออีกกี่คนครับ เพราะเป็นข้อเรียกร้องมาตลอดครับ บุคลากรทางการพยาบาล ทางการแพทย์ต้องการการรับบรรจุด้วยความมั่นคงทางอาชีพ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้วพยาบาลประเทศไทยจบแล้วไม่มีใครเข้าทำงานที่นี่ครับ บรรจุยาก สิ่งที่พยาบาลยุค ๓๐ ปีที่แล้ว และหมอ ๓๐ ปีที่แล้วทำก็คือเดินทางไปต่างประเทศไปรับงาน ทำงานที่โน่น แต่ดีครับ ช่วงหลังนี้กระทรวงสาธารณสุขรู้ทัน สำหรับพยาบาลนี่ค่อนข้างจะ ไม่เน้นวิชาภาษาอังกฤษ พยาบาลรุ่นหลัง ๆ เลยไม่ค่อยจะมุ่งไปต่างประเทศมากนัก ก็มีโรงพยาบาลเอกชนรับอัตราเหล่านี้เข้าไป สิ่งที่ผมจะเรียนถามประการต่อไปครับว่า กรรมาธิการเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงอายุอย่างไร ผมฟังแนวทางท่านรัฐมนตรี ผมคล้อยตาม เห็นด้วยครับ การที่จะฝึกบุคลากรที่มีของกระทรวงสาธารณสุขอีกประมาณ ๑ ล้านกว่าคน คือ อสม. เป็นผู้มีจิตอาสาที่เข้ามาช่วยงานระบบสาธารณสุข เรามี อสม. ระบบที่มากที่สุด ในโลกครับ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขนับล้านคนเท่ากับประเทศไทย และวันนี้สาธารณสุขเรา อสม. เราก็ได้รับการช่วยเหลือได้เบี้ยค่าครองชีพไปบ้าง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ถือว่าเป็นเงินป่วยการ แต่โดยข้อเท็จจริงครับ เราสามารถที่จะพัฒนา อสม. เหล่านี้ขึ้นรับมือกับสังคมผู้สูงอายุได้ ผมคิดว่า อสม. บางท่านอายุที่ไม่มาก ๓๐-๕๐ ปี ถ้าผ่านกระบวนการในการอบรมของระบบสาธารณสุข เราก็จะมีบุคลากรทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลครับ ที่จะมีรายได้เสริมจากการดูแลผู้สูงอายุ เพราะว่าปฏิเสธไม่ได้ครับ ผู้สูงอายุ ๘๐-๙๐ ปีขึ้นไป ต้องการผู้ดูแลอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการต้องดูแล ก็คือเตรียมแผนงบประมาณสำหรับในการที่จะอบรม อสม. พัฒนาไปเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ เตรียมไว้หรือเปล่าครับ
ประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากทราบก็คือ ตัวเลขที่ผมถามข้อ ๑ ก็คือมีแพทย์ พยาบาลกี่คนที่รอการบรรจุ มีแผนระยะเวลาสักกี่ปีถึงจะบรรจุแล้วเสร็จทั้งหมด ไปทุกโรงพยาบาล ผมคิดว่าถ้าท่านมีโอกาสเข้าโรงพยาบาลนะครับ โรงพยาบาลของรัฐทุกโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลจังหวัด ผู้ป่วยล้นหมดครับ เชื่อไหมครับท่านประธาน หมอคนหนึ่ง มีเวลากับผู้ป่วยคนหนึ่งไม่เกิน ๓ นาที เพราะคนป่วยนั่งรออยู่เป็น ๑๐๐ คน ใช้เวลา ๓ นาที ก็ ๓๐๐ นาที หมอไม่ต้องกินข้าวเที่ยงครับ แต่ประสิทธิภาพของเราก็ยังถือว่า อยู่ในระดับ ที่เชื่อถือได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นก็คือ เราจำเป็นต้องเพิ่มอัตราทั้งแพทย์และพยาบาล เพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ การเพิ่มแพทย์คิดวันนี้กว่าจะได้ ๖-๗ ปีข้างหน้าถึงจะได้ การเพิ่ม พยาบาลคิดวันนี้อย่างน้อย ๔-๕ ปีถึงจะได้ ขออนุญาตเรียนถามกรรมาธิการครับ ในงบประมาณที่ตั้งปีนี้เราเตรียมในการเพิ่มอัตราแพทย์ ๖ ปีข้างหน้า เพิ่มจากอัตราเดิมไว้ ปีละกี่คน เพิ่มพยาบาลไว้ปีละกี่คน เพราะฉะนั้นทั้งหมดกรรมาธิการมีหน้าที่แทนพวกผมต้อง ไปซักถามและไปดูมา และต้องตอบกับพวกผมในสภาครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ