จักรวาล แจงปัญหางบสาธารณสุข-สวัสดิการ อสม. ชี้ขาดความเป็นธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๕ กันยายน ๒๕๖๗

จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล หารือปัญหางบประมาณสาธารณสุขที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร พร้อมเรียกร้องการปรับปรุงสวัสดิการที่พักอาศัยให้บุคลากรทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน และเสนอให้ส่งเสริมการแพทย์แผนไทยโดยจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างและศูนย์ผลิตยาสมุนไพรอย่างมีคุณภาพ รวมถึงผลักดันการแก้ไขปัญหาสวัสดิการ การบรรจุข้าราชการ และการเพิ่มค่าตอบแทนให้ อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอย่างเป็นธรรม

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มาตรา ๒๕ ว่าด้วยงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ดูจากงบประมาณ ในฐานะเป็นกรรมาธิการงบประมาณส่วนหนึ่งในปีนี้ ๕๓,๖๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ต้องดูคนทั้งชาติ ๗๐ กว่าล้านคนถือว่าน้อยมาก แล้วสิ่งที่ผ่านมาเราเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่เกิดจากสาธารณสุขนั้นไม่เพียงพอกับจำนวนประชากร ผมจึงอยากให้ขวัญกำลังใจตรงนี้ การใช้งบประมาณนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วอยากให้มีการเสริมงบประมาณต่าง ๆ ที่เข้ามา ช่วยให้มากกว่านี้ เพราะว่าการทำให้คนในชาตินั้นมีสุขภาพแข็งแรงนั้นทำไม่ยาก แต่ต้องใช้ งบประมาณพอสมควร ให้มันมีความ Balance กันระหว่างสถานที่รักษาตลอดจนการรณรงค์ การดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศชาติ โดยเฉพาะพี่น้อง อสม. อาสาสมัคร สาธารณสุขหมู่บ้านนั้น มีความสำคัญยิ่งเหมือนคุณหมอเล็กหรือหมอที่ประจำหมู่บ้านดูแล ตั้งแต่การวัดความดันจนถึงสุขภาพและส่งยา ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลของผู้ป่วยในหมู่บ้าน ดังนั้นขวัญกำลังใจอย่างหนึ่งที่เราเห็นในสถานที่ราชการสาธารณสุขที่ผมเข้าไปนั้น จะเห็นว่า บ้านพักไม่ว่าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ พยาบาล ตลอดจนบ้านพักคุณหมอเองนั้น ถ้าจะ เปรียบเทียบกับบ้านพักหน่วยงานราชการจะเป็นบ้านนายอำเภอ บ้านผู้ว่า บ้านของอัยการนั้น ผิดกันมากครับท่านประธานครับ พื้นบางทีผุครับ บ้านฝารั่วครับ เป็นฝาแบบโบราณ เป็นฝ้าตอกไม่ใช่เป็นคอนกรีต น้อยมาก ที่จะเป็นอาคารที่เป็นคอนกรีตที่สมบูรณ์ จึงอยากเป็นขวัญกำลังใจที่ให้กระทรวงสาธารณสุข โดยการนำของท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ท่านเพิ่ง ได้รับตำแหน่งมาไม่กี่เดือนว่า สวัสดิการส่วนหนึ่งนั้นน่าจะสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ พยาบาลและคุณหมอ เรื่องการอยู่อาศัยที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ บางคนห่างลูก ห่างสามี มาจากต่างจังหวัดต้องมาบรรจุไว้ที่โรงพยาบาลนี้ บางทีต้องมาอยู่ในซอก ๆ บ้าน ๒ ชั้นเล็ก ๆ มีอยู่ ๓ ห้อง อยู่ห้องละ ๒ คน ๓ คน รถราอะไรก็ไม่มีที่จอด ผมสังเกตได้ว่าแม้กระทั่ง เจ้าหน้าที่ที่จะดูแลความสะอาดเรียบร้อยถางหญ้าตัดหญ้านั้นแทบยังไม่พอเลยครับ ไม่มีเลยครับ จึงอยากให้กราบเรียนถึงท่านประธาน ถึงกระทรวงว่าควรจะดูแลเรื่องสวัสดิการตรงนี้

อีกประการหนึ่ง การส่งเสริมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกนั้น วันนี้เราผ่านจากวิกฤติโควิดได้เพราะเรามีแพทย์แผนไทย หรือว่าฟ้าทะลายโจรนั้นสร้างให้ คนในชาติส่วนหนึ่งนั้นรอดพ้นจากโควิดได้ อยากให้การใช้งบประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ของกรมแพทย์แผนไทยนั้นมีน้อยมาก บางโรงพยาบาลนั้นทำเรื่องบรรจุยาสมุนไพร ยกตัวอย่างที่สุโขทัย อำเภอสวรรคโลกนั้น ทำตั้งแต่สมัยผมยังเป็นมัธยม สโมสรไลออนส์นั้น วันนี้ยังอยู่อาคารผุ ๆ ฝ้าตก แต่ก็ยังทำเม็ดแคปซูลยาสมุนไพรต่าง ๆ ส่งเสริมให้พื้นที่นั้น มีการปลูกสมุนไพรเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับแม่บ้านกลุ่มชุมชนต่าง ๆ แต่อาคารนั้น ร้าว พัง อยากให้ตั้งงบประมาณสาธารณูปโภคตรงนี้ หรือสิ่งก่อสร้างตรงนี้ให้กับโรงพยาบาล ที่มีศักยภาพที่จะสร้างแพทย์แผนไทย โดยการผลิตยาแผนไทยให้กับพี่น้องประชาชน อย่างมีคุณภาพต่อไป

ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือเรื่อง อสม. วันนี้ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน นั้น ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อสร้างศักยภาพ สร้างสวัสดิการ สร้างคุณประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะให้ อสม. เรามีคุณสมบัติที่ดี มีสุขภาพที่แข็งแรง แล้วก็ คุ้มครองสวัสดิการต่าง ๆ นี่เป็นสิ่งสำคัญ สิ่งเหล่านี้มันก็ต้องใช้งบประมาณจากที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านพูดว่า ๒,๐๐๐ บาท ที่ให้มาวันหนึ่งไม่ถึง ๑๐๐ บาท มันน้อยมากครับ อยากให้มากกว่าครึ่งหนึ่งค่าแรงขั้นต่ำให้กับ อสม. ซึ่งทำงานทั้งวัน ตั้งแต่จดรายชื่อ ตรวจความดัน จนถึงหยอดทรายแก้ยุงลาย ตลอดจนวัดว่าบ้านนี้มีสุนัขกี่ตัวก็ยังต้องจดเลย ชื่ออะไรยังต้อง จดเลย เพราะว่าเป็น อสม. นี่ข้อมูลทุกอย่างเต็มหมดนะครับ เพราะฉะนั้นสวัสดิการวันหนึ่ง อยู่ประมาณ ๗๐ บาท ไม่คุ้มหรอกครับ แต่ว่าอาสาสมัครเหล่านี้เขามีจิตอาสาเท่านั้นเอง ถ้าเป็นไปได้มีงบประมาณพอเหลือก็อยากให้เพิ่มเงินเดือนตรงนี้ให้กับ อสม. มากกว่านี้นะครับ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่ที่ยังไม่ได้บรรจุในฐานะเป็นกรรมาธิการสาธารณสุขมาในสมัยนี้ เรื่องราวต่าง ๆ ถูกร้องเรียนมาว่าเจ้าหน้าที่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คนนั้นทำงานมาจนจะเกษียณ แล้วยังไม่ได้บรรจุราชการเลย มีการถกเถียงระหว่าง ก.พ. ก.ถ. ของสาธารณสุขว่าจะทำ อย่างไร แม้กระทั่งอาสาสมัครช่วงที่มีโควิดนั้นก็ยังไม่สมัคร ตกหล่นอยู่ประมาณ ๘๐๐ กว่าคน เพราะว่ามีปริญญาตรี รับบรรจุแต่อนุปริญญา ซึ่งก็มีการร้องเรียนมาที่คณะกรรมาธิการการ สาธารณสุข อยากให้ทางสาธารณสุขนั้นได้ทบทวน โดยเฉพาะสำนักงานปลัด แล้วก็ ก.พ. ก.ถ. ว่าการที่อาสาสมัครเหล่านี้มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรีสูงกว่าอนุปริญญาแล้วไม่ได้บรรจุ แต่รับเงินเดือนเทียบเท่ากับอนุปริญญานั้นไม่ได้บรรจุนะครับ ก็เลยเป็นสาเหตุให้เด็กเหล่านี้ น้อยใจครับ ๘๐๐ กว่าคนที่ร้องเรียนมา อยากให้ประธานฝากไปว่าการใช้งบประมาณตรงนี้ น่าจะเสริมสุขภาพโดยการไปตั้งงบประมาณเพื่อจ้างเด็กเหล่านี้บรรจุและข้าราชการอีก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ คนที่ยังไม่ได้บรรจุรับข้าราชการครับ ขอบคุณครับ