จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหางบประมาณขาดดุลของประเทศและเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นการเพิ่มผลิตภาพผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต พร้อมยกตัวอย่างโครงการ Digital Wallet ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเสนอให้พัฒนาระบบ Digital Identity Wallet และ Digital Government เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ รวมถึงเน้นความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและดิจิทัลลิเทอราซี ในการดึงดูดการลงทุน เสริมศักยภาพประชาชน และผลักดันให้ประเทศบรรลุสมดุลทางการคลังในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติไว้ ก็ด้วยความห่วงกังวล ถึงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยครับ เช่นเดียวกันกับหลาย ๆ ท่านนะครับ เราก็เป็นห่วง กังวลในสิ่งที่คล้าย ๆ กัน ซึ่งประเด็นหนึ่งที่มีความกังวลกันมาก ก็คือเรื่องของงบประมาณ ที่มีขาดดุลกันมาเรื่อย ๆ ถ้าหากว่าเราไปตรวจสอบประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราจะพบว่า ประเทศไทย เคยทำได้ครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เราสามารถทำงบประมาณสมดุลได้ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านจากวิกฤติ IMF ไม่นาน ในสมัยนั้นท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่เสียหายครับ ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี และท่านสามารถบริหารงาน ให้ประเทศไทยมีงบประมาณสมดุลได้เป็นครั้งแรก แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ ในปีต่อมา ในปี ๒๕๔๙ ก็มีการปฏิวัติรัฐประหาร หลังจากนั้นประเทศของเราก็ตกอยู่ในวังวน งบประมาณขาดดุลมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก จากการที่ผมได้มีโอกาสได้พิจารณาศึกษานะครับ ก็พบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้งบประมาณ ของเราสมดุลได้ มีเหตุผลหลัก ๆ ประมาณ ๒ อย่างครับท่านประธาน เรื่องที่ ๑ ก็คือ เรื่องของการเพิ่มผลิตภาพ ทั้งของภาคเอกชนเองและของภาครัฐ หรือที่เรียกว่า Productivity ส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก และอีกส่วนหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือเรื่อง ของการเข้าไปมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตใหม่ ๆ ไม่ว่าอุตสาหกรรมอะไรที่เป็น Trend เป็นอนาคตเราต้องเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย สาเหตุ ๒ สาเหตุนี้จะทำให้เศรษฐกิจของเรา มีความเข้มแข็ง แล้วจะทำให้งบประมาณของเราสมดุลได้ในอนาคต ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก จนเกินกว่าความสามารถแต่อย่างไร ผมขออนุญาตยกตัวอย่างโครงการที่รัฐบาลเพื่อไทย ได้คิดไว้นะครับ แล้วน่าจะสามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด แล้วก็แก้ไขปัญหางบประมาณที่มีการขาดดุลหรือเรื่องกังวลว่า ทำไมเราถึงมีหนี้สาธารณะต่อ GDP มากมาย เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไรนะครับ โครงการหนึ่งที่ทำได้ดีมากเลยก็คือ โครงการที่เรียกว่า Digital Wallet ขออนุญาตนำสไลด์ขึ้นนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
โครงการ Digital Wallet นั้น ถ้าหากว่าทำให้สมบูรณ์ถูกต้องแล้วนะครับ นอกจากจะมี Digital Wallet แล้วก็จะต้องมี Digital Identity Wallet ด้วย หรือที่อาจจะเรียกก็ได้ว่าเป็นบัตรประชาชนดิจิทัลซึ่งไม่ใช่ เรื่องแปลกนะครับ ในประเทศสหภาพยุโรปได้มีการรวมกันทั้ง ๒๗ ประเทศ ออก EU Digital Identity Wallet ซึ่งเป็นบัตรประชาชนดิจิทัลที่คน EU ทั้ง ๒๗ ประเทศ สามารถใช้ร่วมกันได้ กล่าวคือคนฝรั่งเศสถ้าหากว่าไปเยอรมันหรือไปเบลเยียมก็ใช้บัตรเดียวกัน ใช้เป็นทั้ง บัตรประชาชน ใบขับขี่ เข้ารับการรักษาพยาบาลก็มีประวัติเช่นเดียวกัน ใช้บัตรใบเดียวครับ แล้วก็มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการทั้ง EU ทั้ง ๒๗ ประเทศ เมื่อเดือน พฤษภาคม ๒๐๒๔ ที่ผ่านมา ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเองครับ ประเทศของเราก็ทำได้เช่นเดียวกัน เราก็ควรจะมี Digital Identity Wallet สำหรับประชาชนทั้ง ๗๐ ล้านคน รวมทั้งจะต้องทำ ในเรื่องของ Digital Government ด้วยนะครับ ก็คือให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล เพราะว่าถ้าหากว่า เราทำอย่างนั้นนะครับ เราจะเพิ่ม Productivity ได้อย่างมีนัยสำคัญครับท่านประธาน การเพิ่ม Productivity นะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างแล้วกันนะครับ ประชาชนเวลาที่จะไปจัดตั้งบริษัท ไปติดต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แต่เดิมต้องถ่ายเอกสารไป เยอะแยะเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน แล้วก็อะไรต่าง ๆ มากมาย หรือจะเป็นในเรื่องของเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร ทางหน่วยราชการของเราก็ต้องตรวจเอกสารว่า เอกสารต่าง ๆ ที่ทำมามันถูกต้องหรือไม่ มันคลาดเคลื่อนหรือไม่ ใช้เวลาในการพิจารณา นานครับ แล้วหลังจากนั้นหลังจากที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเสร็จ เวลาจะไปจัดตั้งโรงงาน ก็ต้องไปกรอกข้อความในทำนองเดียวกันที่กระทรวงอุตสาหกรรมอีก แต่ถ้าหากว่าเราทำให้ เป็น Digital Government ทำให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัล การที่จะไป ขออนุญาตที่กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะทำได้อย่างง่ายขึ้น หรือแม้แต่ไปขอ BOI ก็จะสามารถ ทำได้ง่ายขึ้นมากนะครับ การตรวจสอบอะไรต่าง ๆ ไม่ยากเลยครับ ก็คือเพียงแต่ว่าเจ้าของ ข้อมูลอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ การดำเนินการต่าง ๆ ก็จะรวดเร็วแล้วก็ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย ประชาชนเวลาที่จะไปสมัครงาน ไม่ว่าจะเป็นกับภาครัฐหรือเอกชน ข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของประสบการณ์ทำงานก็อยู่ในข้อมูลใน Digital Identity ของท่านนะครับ ซึ่งก็เพียงแต่อนุญาตให้หน่วยงานที่มีโอกาสพิจารณาได้เข้าถึงข้อมูลนั้น การดำเนินการต่าง ๆ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน จะสามารถเพิ่ม Productivity หรือผลิตภาพของประเทศไทยได้อย่างมีนัยสำคัญครับ
นอกจากนี้ท่านประธานครับ เวลาที่เรามีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ดิจิทัล ที่สมบูรณ์ที่ดีก็จะเป็นตัวดึงดูดที่จะทำให้บริษัทต่าง ๆ ที่มีความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ดิจิทัล เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เราอยากให้มีการตั้งศูนย์ Data Center โดย AWS หรือ Google ซึ่งจะมีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญได้ เราต้องมีความพร้อม ต้องมีโครงสร้าง พื้นฐานทางดิจิทัลที่ดีพอ นอกจากนี้ประชาชนของเราที่มีความรอบรู้ มี Digital Literacy ทราบในเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจดิจิทัล ก็สามารถที่จะเป็นลูกค้าที่ดี หรืออาจจะเป็น Coder เป็นคนเขียนโปรแกรม เป็น Startup และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย ถ้าหากว่า เราสามารถเข้าไปมีส่วนแบ่งตลาดในเรื่องของอุตสาหกรรมดิจิทัล ผมไม่กังวลนะครับว่า ปัญหาหนี้สาธารณะเพียง ๑๒-๑๓ ล้านบาท ไม่ยากลำบาก ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่ประเทศไทย ของเราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ และสามารถทำให้ประเทศของเราสามารถเข้าสู่ งบประมาณสมดุลในเวลาไม่นานนัก ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ