จุติ ไกรฤกษ์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับมติกรรมาธิการงบประมาณ โดยเตือนถึงสัญญาณอันตรายที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในเสถียรภาพการคลังของประเทศ จากการกู้เงินมาใช้จ่ายโดยไม่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการไม่ชำระหนี้ของรัฐวิสาหกิจ พร้อมท้วงติงการตัดงบประมาณกองทุนการออมแห่งชาติและโครงการสำคัญอย่าง Soft Power อาหารไทย ซึ่งสะท้อนการละเลยต่อผู้สูงวัยและผู้ด้อยโอกาส เรียกร้องให้รัฐบาลปรับแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับบริบทโลกและส่งเสริมนโยบายที่ฟื้นฟูความเชื่อมั่น รวมถึงการสนับสนุนมูลนิธิทันตนวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือคนจนด้านสุขภาพช่องปากอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยความเคารพ ในวาระที่ ๑ นั้น ผมได้ สนับสนุนงบประมาณปี ๒๕๖๘ แล้วก็ให้โอกาสรัฐบาลทำงาน แล้วได้ฝากข้อสังเกตกับ ประธานคณะกรรมาธิการและคณะ ผมขอแปรญัตติในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก และเพื่อประหยัดเวลา ผมขออนุญาตใช้เหตุผลคำอภิปรายของท่านวีระ ธีระภัทรานนท์ ท่านศิริกัญญา ตันสกุล แล้วก็ท่านรองศาสตราจารย์วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นเหตุผลเพื่อประหยัดเวลา ไม่ซ้ำ อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้วครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมเตือนด้วยความหวังดีว่า ถ้าเผื่อทำถูกก็ต้องชม ทำผิดก็ต้องเตือน กำลังจะบอกว่าวันนี้ท่านส่งสัญญาณผิดครับ ความเชื่อมั่นในเสถียรภาพการคลัง ความเชื่อมั่นในประเทศไทยเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ถามว่าส่งสัญญาณผิดอะไร น่าตกใจอยากให้ท่านตอบว่า วันนี้กระทรวงการคลังชัดเจน ว่าจะไม่มีการแทรกแซงธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่องกำหนดอัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ แล้วก็ พ.ร.บ. เงินตรา อันนี้สำคัญมากนะครับ เพราะว่าเหตุการณ์นี้ตกใจกันทั้งเอเชีย คือเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ไม่ต้องบอกนะครับว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าคนตกใจไปหมด แล้วก็ขาดความเชื่อมั่น
ประการที่ ๒ ที่ส่งสัญญาณผิด คือท่านกู้มาแจก การแจกเงินไม่ได้ทำให้ หายจน แล้วงบประมาณนี้ที่ทำก็คือการแจกเงินนั้นไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศแม้แต่นิดเดียว แล้วก็ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งทุกประเทศทำหมด แต่เราทำน้อยมาก
ประการที่ ๒ นอกจากกู้มาแจกแล้วท่านยังไม่ชำระหนี้อีก อันนี้เป็นการส่ง สัญญาณผิดอย่างแน่นอนถึงแม้จะเป็นเรื่องภายในว่า ธ.ก.ส. นั้นท่านจะไม่คืนเงินต้น ดอกเบี้ย ให้เขา คนต่างประเทศนักวิเคราะห์ตกใจนะครับ ตกใจในพฤติกรรมกับความคิด Mindset ของรัฐบาลเป็นแบบนี้หรือ จะทำให้ความเชื่อมั่นนั้นหายไป
อีกเรื่องหนึ่ง คือท่านตัดงบประมาณดูน้อยนะครับ ปีศาจซ่อนในรายละเอียด กองทุนการออมแห่งชาติเพียงแค่ ๑๐ ล้านบาท แต่มันส่งสัญญาณที่ผิดครับว่าประเทศนี้ รัฐบาลนี้จะไม่สนใจในสังคมสูงวัยใช่ไหม จึงไม่มีการส่งเสริมการออมแห่งชาติที่รัฐบาลทำมา ๔-๕ ปี ตั้งแต่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ ก็ทำมาตลอด ประการต่อมา ที่ส่งสัญญาณผิดคือ ท่านติดกับดักการคลังอย่างที่ท่านวีระ ธีระภัทรานนท์ พูด
ข้อที่ ๒ นอกจากส่งสัญญาณผิดแล้วผมกังวลครับ อยากจะเตือนรัฐบาล ด้วยความหวังดีด้วยความเคารพว่า สมมุติฐานท่านก็ผิดครับ ตอนที่ท่านตั้งงบประมาณอันนี้ วันนั้นประเทศอิสราเอลยังไม่รบกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด วันนั้นยังไม่มีสงครามการค้า วันนั้นยังไม่มีสงครามทางเทคโนโลยี ๑ ปีที่ผ่านมานี้ ๖ เดือนที่ผ่านมานี้โลกเปลี่ยนแปลง ไปรวดเร็วมาก แต่งบประมาณและการตัดสินใจของเรานั้นตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก สิ่งนี้คือ สิ่งที่ผมกังวลครับท่านประธาน นอกจากนั้นแล้ว ถ้าท่านส่งสัญญาณผิด ตั้งสมมุติฐานผิด ตั้งโจทย์ผิด ผลลัพธ์ก็จะผิดอีก ก็เรียกว่างบปี ๒๕๖๘ นั้น ก็ทำไปต้องเรียนตรง ๆ ด้วยความเคารพว่า ระบบราชการเป็นตัวกำหนดอนาคตประเทศ ซึ่งระบบราชการนั้นขาด ความคล่องตัวในการปรับให้เข้ากับสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง แล้วผลของมันคืออะไร เราอยากจะแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ แก้ปัญหาความเชื่อมั่น วันนี้ เรามีปัญหาความเชื่อมั่น ของประเทศไทยนะครับท่านประธาน แล้วกำลังอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนถ่ายรัฐบาลด้วย ผมไม่อยากให้เราอ่อนแอ อยากให้รัฐบาลนี้ไปรอด ถ้าจะถามว่ารัฐบาลนี้ไปรอด ก็ต้องบอกว่า ขอยืมคำอภิปรายของท่านวีระ ธีระภัทรานนท์ มาว่า จะช่วยให้ความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานสุดท้ายคือว่า ตัดในโครงการไม่ควรตัด แล้วก็เพิ่มใน โครงการไม่ควรเพิ่ม ผมเรียกร้องมาเสมอว่า กองทุนการออมแห่งชาตินั้น ควรจะต้องเพิ่ม สำหรับคนที่ไม่มีโอกาส คนจนวันนี้จนทุกอย่าง จนแม้กระทั่งโอกาส ท่านประธานครับ ผมทราบว่ามีงบประมาณให้พอสมควร แต่มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ว่าเด็กไทย ๑ ล้านคน ไม่มีอนาคตทางการศึกษา เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ครับ ผมถามว่าในฐานะรองประธาน กรรมาธิการการงบประมาณ ท่านจะแก้ปัญหานี้อย่างไร งบ ๗,๐๐๐ ล้านบาท เปรียบเทียบ ไม่ได้เลยกับงบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะกู้มาแจก ๗,๐๐๐ ล้านบาท ในการสร้างอนาคต สร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาสคนจน ขยับขึ้นไป แต่เราละเลยที่จะไม่ทำ ผมจำเป็นต้องเตือนท่าน ด้วยความรัก ด้วยความหวังดี
ประการต่อมาที่ไม่สบายใจคือ ท่านตัดเงิน ๑๒๐ ล้านบาท เชฟ ๑ หมู่บ้าน มันเป็นงบของ Soft Power อาหารไทยนะครับ ผมเล่าให้ท่านประธานฟังว่า ผมเคยทำ แม่เลี้ยงเดี่ยว จากที่จน ที่ไม่มีอนาคต เป็นคนพึ่งพา Chef ชุมพล และ Chef อีกหลายคนนะครับ ช่วยเขามีอนาคต วันนี้คนที่ไม่ไปต่างประเทศมีเงินเดือน ๔๐,๐๐๐ บาท มีคนที่ไป ต่างประเทศ ไปยุโรปมาแล้วนะครับ ดังนั้นอย่าไปตัดงบอันนี้เลย ให้โอกาสคนจน คนที่ต้อง พึ่งพา เขาได้ลืมตาอ้าปากได้ เงิน ๑๒๐ ล้านบาทนั้น เปรียบเทียบกับเงิน ๓.๗ ล้านล้านบาท เทียบกันไม่ได้เลย แต่คืออนาคตของคน ชีวิตคน
สุดท้ายครับท่านประธาน งบที่ควรจะให้อย่างยิ่งคือ มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ อันนี้คือรากฟันเทียม พระเจ้าอยู่หัวใช้ทรัพย์ส่วนพระองค์นะครับ ซี่ละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทำได้คนไข้ ๗๐,๐๐๐ คน รัฐบาลก็ช่วยครับ แต่ช่วย ๓๐ ล้านบาท มันไม่พอครับ นี่คือชีวิต คือความเป็นอยู่ของคนจนที่ไม่มีเงินจะเข้าคลินิกฟัน รากฟันเทียม วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับ บริษัทที่ขายอุปกรณ์เรื่องสุขภาพปากปีละ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ผมถามว่าโครงการดี ๆ อย่างนี้ทำไมรัฐบาลไม่ช่วย แล้วก็เป็นประโยชน์ ต่อประชาชน เป็นประโยชน์ต่อประเทศนะครับ แล้วก็เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ อยากจะวิงวอนท่านรองประธาน ท่านประธานว่า ตื่นเถอะครับ อย่าเดินทางผิด แก้ไขปัญหาประเทศให้ได้ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน