สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

กัณวีร์ สืบแสง อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ และขอให้ปรับลดงบประมาณของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อลดภาระผูกพัน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตลุกขึ้นมาร่วมอภิปรายในตัวร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ ในวาระที่ ๒ นะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านนะครับ ใช้เวลาทั้งหมด ๓ เดือน ในการทำงานครั้งนี้แล้วก็ออกมาในรูปร่าง ในการปรับลดลงมาในวาระที่ ๒ แต่จริง ๆ แล้วเรายังเห็นครับท่านประธาน ยังมีปัญหา อีกมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับตัวงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ นี้ มาตรา ๗ ที่ผมจะขอร่วมอภิปราย ผมขอปรับลดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เรายังเห็นครับ เมื่อสักครู่นี้ตอนที่ท่านอาจารย์ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต้องขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ท่านอาจารย์วีระ ธีระภัทรานนท์ ท่านได้พูดในเรื่องเกี่ยวกับสำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี หรือ สลน. จำเป็นครับท่านประธาน เราเห็นชัดเจนครับว่า พันธกิจหลัก ๆ วัตถุประสงค์หลัก ๆ ของ สลน. นี้ จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นในเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อเรื่อง เครื่องบิน ตรง บล. ๑๙ เครื่องบินลำเลียงชนิดพิเศษ เขาเรียกว่า บล. ๑๙ นี้ งบประมาณ รายจ่ายที่เราจะใช้ในปีนี้ ปี ๒๕๖๘ ๒,๔๓๔ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตอนนี้ปรับลดไปแล้วทั้งหมด ๓๗๑ ล้านบาท เหลือ ๒๕,๙๑๒ กว่าล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการได้ปรับลดมา แต่ผมขอลดอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จำเป็นจริง ๆ ครับ ๒,๔๓๔ ล้านบาทนี้ จำเป็นต้องปรับลด จริง ๆ แล้วมันคิดเป็นแค่ ๙.๔ เปอร์เซ็นต์ที่จะขอ ปรับลดลง กลับไปที่พันธกิจของ สลน. ท่านประธานครับ ถ้าเราไปดูจริง ๆ ภารกิจหลัก ๆ ของ สลน. นี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีมีโอกาสเข้าถึงพี่น้องประชาชน ในทางกลับกัน พี่น้องประชาชนต้องเข้าถึงท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ผมอยากจะทราบจริง ๆ คณะกรรมาธิการท่านได้พูดคุยกันหรือไม่ ก็คงมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อยละครับ ที่พูดว่า จำเป็นต้องปรับลดในตัว บล. ๑๙ ตรงนี้ งบประมาณเยอะ ปีนี้ ๒,๔๓๔ ล้านบาท ถ้าไปดู งบผูกพันจนถึงปี ๒๕๗๑ รวมเป็นทั้งสิ้น ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไปได้อย่างไร เราจะเข้า ไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีจะเข้าถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างไร แล้วประชาชนจะเข้าถึงนายกรัฐมนตรีได้อย่างไรในการมีเครื่องบินเข้ามา ถามจริงเถอะ พันธกิจตรงนี้จำเป็นมากน้อยขนาดไหน ทำไมถึงไม่ยอมปรับลดตรงนี้เสีย ยังมีหน่วยราชการ ต่าง ๆ ที่มีพันธกิจหลัก ๆ ในเรื่องนี้ ถ้าท่านเห็นครับ ที่ต้องขอประทานโทษต้องเอ่ยนาม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข ท่านได้พูดไว้ ท่านอภิปรายไว้ใน เบื้องต้น งบประมาณตรงนี้ครับ จริง ๆ แล้วก็เป็นของกองทัพอากาศ ต้องยอมรับ จริง ๆ มาวางไว้หรือเปล่าที่สำนักนายกรัฐมนตรีภายใต้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ สลน. ซื้อเครื่องบินอย่างเดียวไม่เท่าไรท่านประธานครับ งบผูกพัน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จริง ๆ รวมทั้งสิ้น นี่ผมพูดแค่เครื่องบินอย่างเดียวนะครับ ผมยังไม่พูดถึงเฮลิคอปเตอร์อีก ๒ ลำ เครื่องบินอย่างเดียวทั้งตัวเครื่องบิน ทั้งตัวบำรุงรักษา โรงเก็บเครื่องบิน ไหนจะมีวิศวกร ไหนจะมีนักบิน ไหนจะมีค่าโน่น ค่านี่ ต่าง ๆ มากมาย เบี้ยหัวแตกอย่างมากมาย สรุปว่า สลน. สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจะเป็นการท่าอากาศยานบวกกับกองทัพอากาศหรือไม่ หากท่านไม่สามารถพิจารณาตรงนี้ได้แล้ว ผมว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่ว่าจะเป็นปีไหนก็คงจะไม่สามารถสร้างประสิทธิภาพและจะทำให้เกิดประสิทธิผลได้ตาม พันธกิจหลัก ๆ ของหน่วยงาน อันนี้เป็นภาพสะท้อนครับ เป็นเสียงสะท้อนออกมาจริง ๆ เป็นแค่หน่วยหนึ่งภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีที่เห็นชัดเจนครับว่า ขาดประสิทธิภาพในการ จัดทำรายจ่ายงบประมาณประจำปี แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าต่อไปในอนาคตเราจะ สามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขนาดแค่เรื่องงบประมาณท่านยังไม่สามารถ ที่จะดูว่าพันธกิจหลัก ๆ ของพวกท่านคืออะไร แล้วประชาชนจะมั่นใจได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมขอยืนยันครับท่านประธาน เราจำเป็นครับ ไม่สามารถจะเสียเงินภาษีอากร ของพี่น้องประชาชนไปในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับพันธกิจ ไปในเรื่องที่สุรุ่ยสุร่ายในการทำงานได้ ขนาดนี้ ยังยืนยันครับ ณ ปัจจุบันนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ๒,๔๓๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๘ จำเป็นต้องตัดออกไปอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะมันจะไปช่วยเกี่ยวกับงบผูกพันที่เราจะไม่ต้อง ผูกพันอีกต่อไป อีกหมื่นกว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ก็ขอยืนยันครับ ขอร่วม สนับสนุนท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในการตัดเงินงบประมาณของ สลน. อีก ๒,๔๓๔ ล้านบาท หรือตีเป็น ๙.๔ เปอร์เซ็นต์ของสำนักนายกรัฐมนตรี ขอบคุณครับท่านประธาน