มานพ คีรีภูวดล อภิปรายถึงบทบาทของ กอ.รมน. ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2568 โดยตั้งคำถามถึงขอบเขตอำนาจและการเข้าไปดำเนินงานในเรื่องที่มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะการจัดการสถานะเด็กไร้รัฐในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความซับซ้อนและประสิทธิภาพต่ำในการใช้งบประมาณที่เกิดจากการแทรกแซงของหน่วยงานความมั่นคง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองครับ ท่านประธานครับ วันนี้ที่ผมใส่เสื้อนี้ก็เป็นเสื้อของพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ชาวภูไทที่จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ ผมเป็นตัวแทนของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ผมพยายามจะใส่เสื้อให้สลับ จริง ๆ แล้วเรามีกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทยตั้ง ๖๐ กว่ากลุ่ม ครับท่านประธาน ทีนี้ประเด็นที่ผมจะอภิปรายอย่างนี้ครับท่านประธาน ในมาตรา ๗ ใน พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๖๘ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนักนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมจะลง รายละเอียดในประเด็น ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กอ.รมน. ครับท่านประธาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ประเด็นมันอยู่อย่างนี้ครับ ท่านประธาน คำถามผมคือว่า กอ.รมน. จะต้องทำทุกเรื่องหรือครับท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
นี่ครับท่านประธาน ภารกิจ ซับซ้อนครับท่านประธาน อยากจะมีส่วนทุกเรื่องหรือครับ ผมคิดว่าอันนี้มันอย่างไรครับ หมายความว่าทุกหน่วยงานนี้เวลาทำงานไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำ เรื่องป่า เรื่องคน เรื่องทุกอย่างนะครับ ผมคิดว่า กอ.รมน. เข้ามาเกี่ยวหมดเลย ผมคิดว่าอันนี้คือคำถามผม คือว่า ทุกหน่วยงานจะต้องขอปรึกษา กอ.รมน. ใช่หรือไม่ ดูเหมือนว่า กอ.รมน. เป็นสถาบัน ที่ทุกหน่วยงานจะต้องมีส่วนในการที่จะต้องไปถาม หรือจะต้องมาเกี่ยวข้องกับทุกหน่วยงานเลย ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับท่านประธาน ให้ท่านประธานเห็นได้ชัด ในข้อที่ ๒ การแก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองกลุ่มเฉพาะ ๑,๒๖๙,๓๐๐ บาท ลงในเฉพาะเรื่องเด็กตัว G เด็กตัว G คืออะไรครับท่านประธาน เด็กตัว G เขาบอกว่าคือบุคคลที่ไม่พบสถานะใด ๆ เลยนะครับ คือคนไร้รัฐ คนไร้สัญชาติ และเฉพาะในกลุ่มที่เป็นนักเรียนนะครับท่านประธาน คือนักเรียนคนไหนก็ตามแต่ไม่ว่าจะอยู่ในชั้นอนุบาล ชั้นประถม ชั้นมัธยม หรืออุดมศึกษา เมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษานี่ เราจะต้องมีรหัสให้เขา มีหมายเลขให้เขา ตัวเลขที่จะต้องมี คือตัวแรกนะครับก็คือตัว G Generate นี่นะครับ แล้วก็ตามด้วยหมายเลข ทำไมเราต้อง ถามอย่างนี้ครับท่านประธาน มันไม่ใช่ว่าเราอยากทำครับ เราไปมีข้อตกลงไว้ด้วยเรื่องของ สิทธิเด็กในเวทีสหประชาชาติ มันเป็นเงื่อนไข มันเป็นข้อบังคับและทุกคนถือปฏิบัตินะครับ ทุกคนถือปฏิบัติและต้องทำ เพราะฉะนั้นประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไปลงนาม ในกรอบ การทำงานเรื่องเด็กตัว G ท่านประธานครับ มันมีคนที่รับผิดชอบชัดเจนมี ๒ หน่วยงาน คือกระทรวงศึกษาธิการครับท่านประธาน นักเรียนที่เข้ามาเรียนในสถานศึกษาครูจะมีหน้าที่ ไปตรวจสอบว่าเด็กคนนี้มีสถานะบุคคล มีสัญชาติไหม ถ้าไม่มีก็เข้า G เข้า G เสร็จแล้วไป ที่ไหนครับ โรงเรียนต้องส่งไปที่อำเภอครับ คือกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ในการออก หมายเลข ในการรับรองสถานะเด็กคนนี้เป็นเด็กที่อยู่ในการศึกษาจริง โดยหลักการ สหประชาชาติ โดยข้อกฎหมายก็คือ ๒ หน่วยงานนี้ครับท่านประธาน ผมถามว่า กอ.รมน. ไปยุ่งอะไรกับเขา ถามจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมคิดว่าภารกิจของท่านโอเคเรื่อง ความมั่นคงภายในผมเข้าใจนะครับ แต่เรื่องอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่ากฎหมายเขาเขียนไว้ ชัดเจน ภารกิจของหน่วยงานก็ชัดเจนก็คือระบุไว้ชัดเจนว่ามันเป็นหน้าที่ของ กระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ท่านประธานทราบไหมครับ ผมลงพื้นที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบมันก็ไม่มีงบที่มากพอนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียน ครู นักเรียนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี่ครับ กระทรวงมหาดไทย ก็คือโดยปกติก็จะเป็น แม่บ้านของทุกเรื่องในพื้นที่ทุกอำเภอ เวลาอะไรมาก็คือนายอำเภอ ปลัดอำเภอพวกนี้นะครับ ผมเคยถามปลัดอำเภอว่ามีงบเรื่องนี้ไหม บอกว่าไม่มี ถามครูในโรงเรียน ถามผู้อำนวยการ ในโรงเรียนมีงบเรื่องนี้ไหม ไม่มี เจียดอะไร เจียดงบประมาณเท่าที่มีอยู่นะครับ ในการ ดำเนินการถ่ายเอกสารวิ่งไปวิ่งมาระหว่างโรงเรียนกับอำเภอ วิ่งไปวิ่งมานะครับ บางที เด็กก็เข้าใหม่ แต่ละปีก็ไม่เท่ากันกว่าจะทำให้ฝ่ายปกครองคืออำเภอรับรองนี่มันก็ต้องใช้เวลา กว่าจะทำเรื่องนี้ อันนี้งบประมาณที่คนที่จะต้องใช้จริง ๆ คือ ๒ หน่วยงาน คือกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย ผมถามว่า กอ.รมน. จะไปยุ่งอะไรละครับ ไปเกี่ยวข้องทำไมครับ ท่านไปดูเรื่องอื่นเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผม อยากจะชี้ให้เห็นได้ชัดว่าความซับซ้อนในการใช้งบประมาณของหน่วยงานนะครับ โดยเฉพาะ กอ.รมน. ในมาตรา ๗ ของสำนักนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าแบบนี้ต่างหากครับ ที่จะทำให้การใช้งบประมาณที่สิ้นเปลือง แบบนี้ต่างหากที่จะทำให้การใช้งบประมาณที่ไม่เกิด ประสิทธิภาพสิ่งที่ผมอยากจะเห็นครับท่านประธานครับ ในประเด็นนี้นะครับ จริง ๆ แล้ว ผมอยู่ในกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการในเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องของผู้ลี้ภัย ๙ Camp ๔ จังหวัดแล้วก็ผู้ที่มาใหม่หลังปี ๒๐๒๑ ที่มีการรัฐประหารที่เมียนมา และผ่านการอภิปราย ในที่ประชุมนี้แล้วนะครับท่านประธาน ผมอยากให้ กอ.รมน. ไปดูตรงนี้ดีกว่าครับว่า รายงานของกรรมาธิการที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎร สภาใหญ่แล้วนี่ กรรมาธิการความมั่นคง หรือกรรมาธิการอื่นเสนอให้ท่านไปทำอะไร ผมเข้าใจว่ากรรมาธิการการต่างประเทศนะครับ ท่านกัณวีร์ก็เสนอ ก็คือกรณีการโยกย้ายถิ่น โดยไม่ปกติครับ ก็มีรายงานออกมา กอ.รมน. ไปดูในรายงานที่สภาเสนอให้ท่านดีกว่าว่าในภารกิจของท่าน ท่านจะต้องไปทำเรื่องอะไร เช่น ถ้าจะต้องมีส่วนในการไปแก้กฎหมาย ๑ ๒ ๓ ๔ ไม่ว่าจะ เป็นกฎหมายคนเข้าเมือง หรือว่าการทำให้พื้นที่ที่มันเป็นพื้นที่สีเทา สีดำ ไม่ยอมให้คน ที่เข้าอยู่ในเมืองแบบผิดปกติ หรือหลบหนีเข้าเมืองนี่นะครับ ทำให้มันยกขึ้นมาบนโต๊ะ เพื่อป้องกันอาชญากรรม เพื่อจัดระเบียบ เพื่อไม่ให้เกิดการเรียกผลประโยชน์จากกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อให้เกิดความมั่นคงภายใน แต่การที่ท่านไปแย่งงานของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทยนะครับ งบอาจจะไม่เยอะครับท่านประธาน แต่ผมคิดว่าถ้าวิธีคิดการ ทำงานอย่างนี้นะครับ ในภารกิจที่มันซับซ้อนไปเกี่ยวข้องทุกเรื่อง มันจะทำให้ระบบ การเคลื่อนตัวของงานทั้งหมดของโครงสร้างงบประมาณตรงนี้ มันจะมีปัญหาครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้อยากจะให้กรรมาธิการ ผมคิดว่าโยกไปให้กับกระทรวงศึกษาธิการ ให้กับกระทรวงมหาดไทยเถอะครับ ของ กอ.รมน. ผมคิดว่าเอาภารกิจหลักก็พอครับ เรื่องนี้ผมดูอย่างไรก็คือว่าไม่เกี่ยวกับภารกิจของท่านเลยนะครับ มันมีหน่วยงานที่ชัดเจน ที่รับผิดชอบอยู่แล้ว และที่สำคัญก็คือว่าไม่อยากให้ กอ.รมน เข้าไปเกี่ยวข้องทุกเรื่อง เอาเรื่องที่เป็นเรื่องหลัก ๆ ครับ ไม่อย่างนั้นก็คือทุกหน่วยงานก็จะต้องมีส่วนกับท่าน ท่านต้องมีส่วนร่วมกับเขาตลอดครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ