เลาฟั้ง เสนอทบทวนโครงการที่ดิน ผลักดันธนาคารที่ดินเพื่อรากหญ้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล อภิปรายถึงความสำคัญของธนาคารที่ดินในฐานะเครื่องมือของรัฐในการสร้างความมั่นคงด้านที่ดินและฟื้นฟูพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนโครงการที่เกี่ยวข้องที่มีปัญหา ยกเลิกโครงการที่ไม่จำเป็น เร่งผลักดันกฎหมาย และแก้ไขปัญหางบประมาณและนโยบายที่ขัดขวางการจัดตั้งธนาคารที่ดินให้เกิดขึ้นจริงเพื่อช่วยเหลือประชาชนรากหญ้า

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผมจะขออภิปรายในส่วนที่เป็นสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โครงการที่มีปัญหา ก็จะมีอยู่ ๓ โครงการด้วยกันนะครับ โครงการที่ ๑ ก็คือโครงการจัดตั้งธนาคารที่ดิน โครงการที่ ๒ คือโครงการพัฒนากฎหมาย และโครงการที่ ๓ ก็คือ จ่ายสมทบกองทุน ธนาคารที่ดินนะครับ เดี๋ยวผมจะพูดต่อไปนะครับว่าทำไมผมถึงเสนอให้มีการตัดนะครับ ความสำคัญของธนาคารที่ดิน ท่านประธานครับ ธนาคารที่ดินน่าจะเป็นอีกองค์กรหนึ่ง ที่มีความสำคัญต่อประชาชน โดยเฉพาะประชาชนคนรากหญ้าเป็นอย่างมาก ธนาคารที่ดิน อย่าไปติดแค่คำว่าชื่อธนาคารนะครับ ไม่ใช่เพียงแค่ธนาคารในความหมายของธุรกิจ การเงินนะครับ แต่เป็นสถาบันที่เป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะ เรื่องของการสร้างความมั่นคง กระจายการถือครองที่ดิน หน้าที่หลัก ๆ ๒ ประการนะครับ

ประการที่ ๑ ก็คือทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในการถือครองที่ดิน แล้วก็ กระจายให้แก่ทุกคนอย่างเป็นธรรม อีกประการหนึ่งก็คือ เพื่อนำที่ดินที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจนะครับ ธนาคารที่ดินไม่ใช่เพิ่งมาพูดตอนนี้นะครับ แนวคิดในการที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้คนมีที่ดิน โดยรัฐบาลเป็นคนตั้งงบประมาณมา เริ่มต้น ตั้งแต่ปี ๒๕๑๒ นะครับ เริ่มมีแนวคิดในการจัดตั้งธนาคารที่ดินต่อเนื่องมาจนถึง พ.ศ. ๒๕๑๘ ตาม พ.ร.บ. ส.ป.ก. แล้วก็พัฒนามาเรื่อย ๆ จนถึง พ.ศ. ๒๕๑๙ และ พ.ศ. ๒๕๓๓ ล่าสุดก็คือ พ.ศ. ๒๕๕๔ มีการออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินนะครับ ซึ่งเป็นองค์กรที่ใกล้เคียงกับการเป็นธนาคารที่ดินมากที่สุดนะครับ

ปัญหาในการจัดงบประมาณของสถาบันบริหารจัดการที่ดินนะครับ โครงการ จัดตั้งธนาคารที่ดินดูเหมือนจะดีนะครับ ดูเหมือนจะดี แต่ปัญหาก็คือว่า ในการผลักดัน กฎหมายฉบับนี้ได้มีการดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มเติมแล้ว ท่านสามารถที่จะเอาเข้า ครม. แล้วก็เอามาให้สภา แห่งนี้พิจารณาได้เลย ท่านไม่ต้องไปทำอะไรแล้วนะครับ แต่ยังไปตั้งงบประมาณเพื่อที่จะไป ประชุม สัมมนา เสวนาอะไรที่เป็นเรื่องที่ทำมาหมดแล้วอีก ซึ่งไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลย แล้วอีกโครงการหนึ่งก็คือ โครงการพัฒนากฎหมาย อันนี้มีความสำคัญมากนะครับ ในกรอบ สีแดงเขียนว่า ผลักดันพระราชกฤษฎีกาสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดินที่ไม่ระบุวันที่ เรื่องนี้เป็นปัญหามากนะครับ เจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ก็คือจัดตั้งขึ้นมา ชั่วคราวมีระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี หมายความว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ต้องยกเลิก แล้วก็ตั้งธนาคารที่ดินอย่างสมบูรณ์แบบมาแล้ว แต่ไม่ดำเนินการ ที่สำคัญก็คือ พยายามที่จะทำให้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นมาชั่วคราวให้มีสถานะถาวร อันนี้ เป็นปัญหามาก มันเป็นการเตะถ่วงไม่ให้ธนาคารที่ดินเกิด แล้วก็โครงการที่ ๓ ก็คือ เรื่องของ การอุดหนุนงบกองทุนธนาคารที่ดิน ๔๗๐ ล้านบาท ดูเหมือนจะเยอะ ๔๗๐ ล้านบาท แต่ถ้า ท่านดูในสไลด์ต่อไปนะครับ ถ้าดูในตารางแล้วก็ในกรอบนะครับ ช่องปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ตามแผน ยุทธศาสตร์ของธนาคารที่ดินกำหนดว่า รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณ ๑,๒๔๗ ล้านบาท แต่ตั้งให้เพียง ๔๗๐ ล้านบาท ไม่ถึงครึ่งหนึ่งนะครับ อันนี้มีปัญหามากนะครับธนาคารที่ดิน จะเกิดได้อย่างไรครับ และอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ธนาคารที่ดินไม่เกิด ก็คือความขัดแย้งของ บุคลากรภายในองค์กร ซึ่งเรียกว่าแม่น้ำ ๔ สาย บุคลากรที่ตอนนี้ทำงานอยู่ในธนาคารที่ดิน มาจาก ๔ กลุ่มใหญ่ ๆ แล้ว ๔ กลุ่มนี้ก็มีความขัดแย้งทางความคิดในตัวเองด้วย วิธีคิดในการ ผลักดันธนาคารที่ดิน เมื่อมีความแตกต่างกัน การผลักดันอย่างนี้มันก็เลยไปไม่ถึงไหน เรื่องนี้ รัฐบาลต้องรีบจัดการในส่วนของข้อเสนอของผมนะครับ ผมก็เลยคิดว่า ๒ โครงการที่ ไม่จำเป็น เพราะมันเป็นโครงการที่ทำขึ้นมาเพื่อเตะถ่วงไม่ให้ธนาคารที่ดินเกิด ก็คือโครงการ จัดตั้งธนาคารที่ดินซึ่งไม่ต้องทำอะไรแล้ว ท่านไม่ต้องทำอะไรแล้ว ครม. รีบรับรองแล้วก็เอามา ให้สภาแห่งนี้พิจารณา อันที่ ๒ ก็คือโครงการพัฒนากฎหมาย ท่านไม่ต้องพยายามทำให้ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันบริหารจัดการที่ดินที่มีแนวคิดเพียงแค่เป็นองค์กรชั่วคราว เพื่อที่จะดันให้ธนาคารที่ดินเกิด ถ้าธนาคารที่ดินเกิดปุ๊บต้องยุบนะครับ ไม่ต้องพยายามทำให้ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีสถานะเป็นถาวร คุณต้องรีบยกเลิกไม่ใช่พยายามทำให้มันต่อเนื่อง ไปข้างหน้านะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยเสนอให้ตัดใน ๒ โครงการนี้ออก เพราะไม่มี ความจำเป็น นอกจากไม่มีความจำเป็นแล้วยังเป็นการเตะถ่วงอีกด้วยนะครับ ถ้ารัฐบาล จริงใจที่จะทำให้ธนาคารที่ดิน ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้ประชาชนคนรากหญ้า ประชาชนคนที่มีรายได้น้อย สามารถเป็นเจ้าของที่ดิน แล้วก็นำที่ดินที่ถูกทิ้งร้างจำนวนมาก มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางเศรษฐกิจนะครับ ต้องรีบตั้งธนาคารที่ดินโดยเร็ว ขอบคุณ มากครับ