ณัฐพล แจงงบซอฟต์พาวเวอร์ 2,494 ล้าน ชี้ซ้ำซ้อน-เร่งทบทวน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๓ กันยายน ๒๕๖๗

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณกลุ่มโครงการซอฟต์พาวเวอร์ในปี 2568 ภายใต้ชื่อชุด "Soft Power The Series" ซึ่งมีวงเงินรวม 2,494 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของงบประมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในบางหน่วยงาน โดยเฉพาะงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ของ ป.ย.ป. และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ รวมถึงโครงการซ้ำซ้อนของ OKMD และ TCEB ที่ควรถูกทบทวนและปรับลด พร้อมเสนอให้สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์และสำนักนายกรัฐมนตรีทบทวนบทบาทการใช้งบประมาณ โดยเน้นการบูรณาการและกำหนดนโยบาย แทนการลงทุนโดยตรง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อภาพลักษณ์ของรัฐ

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคประชาชน ในฐานะผู้สงวนคำแปรญัตติ และในฐานะอนุกรรมาธิการฝึกอบรม สัมมนา ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะเข้าสู่มาตรา ๗ ผมขอบอกเล่าถึงการอภิปรายใน ๓ วันนี้ของผมนะครับ ในการ อภิปราย ๓ วันนี้ผมจะอภิปรายอยู่บนหัวข้อของ Soft Power ทั้งหมดนะครับ อย่างที่เพื่อน สมาชิก เพื่อนกรรมาธิการได้พูดไปบ้างแล้วในช่วงเช้าว่างบประมาณด้าน Soft Power ในปี ๒๕๖๘ นั้นปรากฏขึ้นมาอย่างมากมาย ตัวเลขไม่เท่ากันครับ เพราะว่ามันมีช่องทางของ งบประมาณมาจาก ๒ ทาง คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และโครงการ ที่เป็นหน่วยงานต่าง ๆ เขียนขึ้นมาเองนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ซึ่งในการอภิปรายใน ๓ วันนี้นะครับ ผมตั้งชื่อว่า Soft Power The Series ผมจะไล่อภิปรายไปทั้งสิ้น ๘ มาตรา ๑๒ หน่วยงาน ๒๔ โครงการ งบประมาณรวมกันแล้ว ๒,๔๙๔ ล้านบาท ผมหมายเหตุไว้นะครับว่า จำนวนเงินนี้ จำนวนโครงการนี้ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นเพียงแค่โครงการที่ผมพบเจอในห้องงบอบรมสัมมนาครับ เริ่มกันที่มาตรา ๗ สำนักนายกรัฐมนตรี สไลด์ถัดไปครับ ในมาตรานี้ผมจะพูดถึง ๕ หน่วยงาน ๖ โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power โดยตรง

หน่วยงานแรกคือ ป.ย.ป. ครับ สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หน่วยงานนี้เมื่อสักครู่เพื่อนกรรมาธิการ ของผมได้พูดไปแล้วนะครับว่างบประมาณก้าวกระโดด มีโครงการขึ้นมาใหม่ที่เป็นการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ๖๒ ล้านบาท หน่วยงานนี้เกิดสมัย พลเอก ประยุทธ์ มีหน้าที่เพียงแค่ติดตาม การดำเนินการยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เราพูดกันตามตรง หน่วยงานนี้ควรที่จะยุบสลายหายไป พร้อมกับรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ คืองบโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ๖๒ ล้านบาท ในห้องอนุกรรมาธิการครับ ได้ขอเอกสารมาซึ่งจากเอกสาร ชัดเจนนะครับว่า นี่คือการจ้างเหมาเอกชนรายหนึ่งให้ทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้ทำการจัดงาน Event ไม่แน่ใจว่าคืองาน THACCA SPLASH–Soft Power Forum ๔ ภาคหรือเปล่า แต่ถ้าอิงตามเอกสาร คืองานนั้น ผมเสนอปรับลดทั้งโครงการครับ แต่ก็ได้ เพียงแค่ปรับลด ๒๕ ล้านบาท

หน่วยงานที่ ๒ คือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันนี้แน่นอนครับทำหลักสูตร อบรมให้กับแรงงานผู้มีทักษะ และต้องการเพิ่มพูนนะครับ ก็มีโครงการใหม่ คือโครงการ Upskill ด้าน Soft Power ๒ หลักสูตรทำ E-Learning ๑๕ คอร์ส ๑๕ ล้านกว่าบาท ดูตัวเลข ก็ไม่ได้มากมายนะครับ ตรงกับภารกิจของหน่วยงาน แล้วก็ Link กับ Application OFOS แต่ทีนี้ครับ ๒.๗ ล้านบาท ใน ๑๕ ล้านบาทนั้น คือค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ตัวโครงการนี้ เป็นที่รู้จัก ผมคิดว่าค่าใช้จ่ายตรงนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการฝึกอบรมกับภารกิจหลัก ผมเสนอปรับลดนะครับ แต่ก็ปรับลดได้เพียงแค่ ๗๐๕,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ

หน่วยงานที่ ๓ คือ OKMD OKMD คือ สำนักบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ถ้าท่านใดนึกไม่ออกให้นึกถึงมิวเซียมสยาม TK Park ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศนะครับ OKMD เองก็พยายามจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมาในปี ๒๕๖๘ ชื่อว่าโครงการ Talent Everywhere ๕๐ ล้านบาท เป็นโครงการที่จะทำหลักสูตรด้านดนตรี ทำ Music Camp คัดเลือกนักเรียนเยาวชนระดับมัธยมปลายเข้ามาฝึกอบรม จัดแสดงคอนเสิร์ต ประกวดกัน ถ้านึกไม่ออกลองนึกย้อน Hot Wave Music นะครับ ที่เราประกวดนักดนตรีกัน จนมีวงดนตรีชื่อดังนะครับ ทีนี้ในส่วนของโครงการ ๓๐ ล้านบาท ผมไม่ติดใจใด ๆ เลยครับ ผมมาติดใจในส่วน ๒๐ ล้านบาทที่เป็นการ PR โครงการ โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายเจาะจง คือ นักเรียนในโรงเรียน แต่การ PR นั้นมีไปถึงการทำสื่อออนไลน์ ยิงทั่วประเทศ ทำโฆษณา ทำสื่อ On-air ซึ่งมันมากเกินไป ผมปรับลดลงไปได้ ๕ ล้านบาทครับ

หน่วยงานต่อไปคือ TCEB สำนักจัดประชุมและนิทรรศการ หน่วยงานนี้ มีโครงการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับ Soft Power ซึ่งผมชื่นชมโครงการนี้ ๘,๓๔๐,๐๐๐ บาท หน่วยงานนี้ไม่ได้ไปจัดงานเองครับ แต่นำเงินก้อนนี้ไป Sponsor ให้เกิดงานประชุม เชิงวิชาการเพื่อให้พูดคุยกันครับว่า ในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละจังหวัดนั้นเราจะผลักดัน Soft Power ที่มีอยู่อย่างนั้นอย่างไร ซึ่งจะกระจายลงไป ๒๔ งานทั่วประเทศ อันนี้โอเค แต่มีอีกโครงการหนึ่งครับ คือโครงการการสื่อสาร One Influencer One Soft Power ๕ ล้านบาท อันนี้คือหน่วยงานจะส่งเสริม เสริมสร้างภาพลักษณ์ประชาสัมพันธ์ Soft Power ๕ ด้าน Film Fashion Festival Fighting Food นะครับ ซึ่งผมเสนอปรับลด หมดทั้งโครงการนะครับ เพราะว่าโครงการลักษณะนี้ซ้ำซ้อนกับ ททท. และ ททท. ใช้เงิน มหาศาลทำเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับ แต่ผลปรับลดผมปรับลดได้เพียงแค่ ๑ ล้านบาทครับ

อันนี้คือหน่วยงานสุดท้ายในสำนักนายกรัฐมนตรีที่ผมจะพูดถึงนะครับ คือสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยงานนี้จริง ๆ แล้วผมค่อนข้างเชียร์ที่จะให้หน่วยงานนี้ ขึ้นมาเป็น THACCA ตามนโยบายของรัฐบาลนะครับ แต่รู้สึกว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นนะครับ สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ เข้าใจเรื่อง Soft Power เพราะเขาทำมาประมาณ ๓-๔ ปีแล้ว มีโครงการใหม่ในปีนี้ครับ คือโครงการ Thailand as Brand ก็เป็นโครงการที่จะนำการ Design การออกแบบต่าง ๆ ไปปรับปรุงย่านเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ ให้มันมีภาพลักษณ์ ให้มันมีสีสันอะไร ให้มันดูทันสมัย เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ดี ๆ ออกไป ในโครงการนี้ในแง่ของหลักการและเหตุผล ผมไม่ติดอะไร เลยครับ ผมไปติดอยู่ตัวเดียวคือการจ้างทำ Font ไทย ๗ ล้านบาท ผมสอบถามหน่วยงาน ว่าจ้างทำ Font เพื่ออะไร ก็เพื่อไปเปลี่ยน Font เพื่อไปแปะตามย่านเศรษฐกิจที่ท่านจะ พัฒนาขึ้นมา ซึ่งผมปรับลดไปด้วย ๒ เหตุผล เหตุผลแรกคือทำไมทำ Font ไทย Font เดียว มันแพงขนาดนี้ และเหตุผลที่ ๒ การทำ Font ไทย โดยหน่วยงานรัฐนั้นมันมีความเสี่ยง ถ้าท่านใดนึกไม่ออกนึกถึงการเปลี่ยนชื่อของ Bangkok อันนี้กรุงเทพฯ นะครับ มันสร้าง ความเสี่ยงให้เกิดความเห็นต่างในสังคมได้ หากสิ่งนี้เป็นสิ่งที่กระทำโดยรัฐ

สไลด์สุดท้ายครับ สำหรับสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา ๗ Soft Power ๕ หน่วยงานที่ผมพูดไป ๖ โครงการของบมาทั้งสิ้น ๑๖๙,๗๘๔,๐๐๐ บาท ผมปรับลดไป ไม่มากนะครับ ๔๑,๗๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น จริง ๆ แล้วผมอยากจะเสนอตัดทั้งหมดนะครับ แต่ก็พิจารณาจากภารกิจหลัก และภารกิจที่ไม่จำเป็นและสามารถรีดไขมันได้นะครับ ผมไม่ติดใจในงบประมาณที่ผมตัดไปนะครับ แต่ผมอยากให้ข้อสังเกตกับสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรีถือว่ามีหน่วยงานในมือที่มองได้ ๒ มุมนะครับ คือมีอาวุธครบมือก็ได้ หรือจะมองว่าเป็นจับฉ่ายก็ได้ ดังนั้น การที่จะบริหารหน่วยงานที่ตัวเองมีในมือให้ดี มันก็ อยู่ที่ว่าเราจะกำหนดภารกิจของหน่วยงานเหล่านั้นอย่างไร หน้าที่ที่ท่านควรทำครับ คือท่านควรจะเป็นหน่วยบูรณาการ วางนโยบายแล้วไปใช้งบประมาณ ไปใช้กระทรวงอื่น ทำภารกิจหลักของเขา แทนที่จะไปเป็นผู้ลงทุนเองนะครับ อันนี้เป็นข้อสังเกตที่จะฝากไว้ กับสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา ๗ ขอบคุณครับ