ฐากร ตัณฑสิทธิ์ แสดงความเห็นต่อการจัดตั้งคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยเสนอให้พิจารณาความซ้ำซ้อนของบทบาทกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมแนะนำให้รวมงานด้านไซเบอร์ไว้ภายใต้กระทรวงเดียวกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบูรณาการ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางลดภาระงบประมาณในหลายประเด็น ทั้งการเช่าเครื่องบินวิสัยทัศน์จากไทยสมายล์แทนการซื้อ การรวมบทบาทของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลกับกองทัพเรือ และการปรับปรุงแนวทางการสื่อสารของกรมประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ในฐานะ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นไว้นะครับ ในมาตรา ๗ ครับ
เรื่องแรก ที่ขอสงวนความเห็นไว้เกี่ยวกับเรื่องของหน่วยงาน คณะกรรมการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมมองว่าหน่วยงานนี้ บทบาทและหน้าที่ต่าง ๆ มันน่าจะมีความซ้ำซ้อนกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าหน่วยงานนี้จริง ๆ ควรจะไปอยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เนื่องจากว่าผู้ที่ถือ พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้ที่มีอำนาจในการควบคุม กำกับ ดูแลทั้งหมดนี่นะครับ ก็คือถือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็คือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งท่านจะเห็น บทบาทหน้าที่ต่าง ๆ ที่ออกมาของกระทรวง DE ในขณะนี้นะครับว่า มีเรื่องปัญหา แก๊ง Call Center มีเรื่องปัญหาเกี่ยวกับภัยออนไลน์ต่าง ๆ ทุกเรื่องทุกชนิดนะครับ ผมไม่เคยเห็นใครถามถึงคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เลยครับ ถามถึงแต่กระทรวง DES ว่าจะแก้ไขปัญหาระดับนี้อย่างไร เพราะฉะนั้นนี่นะครับ ผมเรียนว่าบทบาท แล้วก็งานต่าง ๆ ในการจัดตั้งงบประมาณน่าจะมีความทับซ้อนหรือซ้อน กันในบทบาทหน้าที่ที่เกิดขึ้นในระหว่างนี้ เพราะว่ากระทรวง DES ทุกคนก็จะมองเป็น ภาพใหญ่ทั้งหมด แต่มีคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่เข้ามาดูแลในส่วนนี้เป็นบางส่วนที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่นะครับ ซึ่งตรงนี้ ก็อยากจะให้ทางท่านประธานผ่านไปทางคณะกรรมาธิการว่าบทบาทหน้าที่ตรงนี้ เราจะปรับเปลี่ยนในอนาคตข้างหน้าจะต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะให้การทำงานได้มีการ บูรณาการกันภายใต้กระทรวงเดียวกันในการที่จะทำงานให้มีความเข้มแข็ง แล้วก็ให้มี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในการที่จะทำงานในส่วนนี้ครับท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะ Comment หรือสงวนความเห็นไว้ก็คือ เกี่ยวกับ เรื่องของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านอาจารย์วีระ ธีระภัทรานนท์ ท่านก็ได้อภิปรายในส่วนนี้ไปแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ครับ เรียนเพิ่มเติมเพราะว่าอภิปรายไป เดี๋ยวข้อมูลจะซ้ำซ้อนกัน ก็ต้องเรียนบอกว่าพอเรามาเปิดดูในแผน แผนเกี่ยวกับการซื้อ เครื่องบินวิสัยทัศน์ขนาดกลางที่จะออกมา ก็คือมันจะมีผลในการที่จะผูกพันงบประมาณในปี ต่อ ๆ ไป ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นภาระงบประมาณในปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๑ ปี ๒๕๗๒ ที่ จะต่อเนื่องขึ้นมาอีก ตรงนี้ถ้าหากว่าทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สามารถที่จะปรับลด งบประมาณในส่วนนี้ลงไปได้ แล้วก็ใช้วิธีการอื่น ก็คือเช่าเครื่องบินจากการบินไทยบ้าง ต่าง ๆ ตรงนี้ก็จะทำให้ลดวงเงินงบประมาณดังกล่าวลงไปได้ครับท่านประธานครับ
ในเรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่ง ก็คือ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ท่านประธานครับ ผมมองว่าหน่วยงานนี้ ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ขอตั้งงบประมาณเข้ามาจำนวนมากเช่นกันครับ บทบาทหน้าที่ ต่าง ๆ มันน่าจะเป็นการทำแผนมากกว่า หน่วยปฏิบัติน่าจะเป็นกองทัพเรือในการที่จะ ดำเนินการในส่วนนี้ ซึ่งถ้ามอบหมายให้กองทัพเรือในการทำก็จะทำให้การทำงานต่าง ๆ จะได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น ในขณะนี้เรามีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาอย่างที่ผู้นำในหลาย ๆ ยุค ได้มีการพูดขึ้นมาบอกว่า ผ่านไปไม่กี่ปีเรามีการขยายหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งขึ้นมาจน มีการตั้งงบประมาณที่เรียกกันว่า งบประมาณประจำ เพิ่มขึ้นไป ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันจะเป็นภาระที่เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า สำหรับการจัดตั้ง งบประมาณในปีต่อ ๆ ไป เมื่อสักครู่ท่านอาจารย์วีระ ธีระภัทรานนท์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เป็นครั้งที่ ๒ ครับ ท่านก็พูดถึงเรื่องงบประจำที่จะต้องมีผลในการที่เราจะตั้งงบประมาณ ที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะให้ลดงบประมาณประจำของเรา ลงมาได้ เราจะต้องมีการที่จะทำหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีฟังก์ชันในการทำงานให้มันดีที่สุด จะเป็นกองทัพเรือ ก็เป็นกองทัพเรือในการทำงานในส่วนนี้ ไม่ใช่ว่ามีหลายหน่วยงานมา ตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกัน แล้วก็เป็นข้าราชการที่จะต้องมีการรับข้าราชการใหม่ต่าง ๆ เข้ามาทำงาน
สุดท้ายครับท่านประธานครับ สอบถามนิดหนึ่งครับ กรมประชาสัมพันธ์ ที่ผมขอสงวนความเห็นไว้นะครับ คือในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับ เป็นส่วนของที่เราเรียกกันว่า งบประมาณ ขออนุญาตที่เงียบไปครับ พอดีเปิดดูในคอมพิวเตอร์แล้วมันช้ามากครับ งบประมาณในการที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตหรือ คุณภาพด้านการสื่อสารของประชาชน ซึ่งตรงนี้อยากจะเรียนว่า กรมประชาสัมพันธ์ ในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ เท่าที่ผ่านมา ท่านประธานครับ มันมีบทบาทหน้าที่ในการทำ ประชาสัมพันธ์นี่น้อยมาก ท่านประธานครับ แล้วสื่อพวกนี้ประชาชนก็ไม่ค่อยได้เสพ เท่าไรครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานภาครัฐที่เกิดขึ้นในการ ปรับเปลี่ยนค่านิยมต่าง ๆ ประชาชนไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไรหรอกครับท่านประธานครับ ฝากแล้วกันว่าถ้าเป็นไปได้ครับ ไปทำสื่ออย่างอื่นดีกว่าครับ เพื่อที่จะให้ประชาชนสร้าง ความนิยมต่าง ๆ ที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติของพี่น้องประชาชนในทางที่จะสร้างสรรค์ มากยิ่งขึ้นท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ