ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ขอปรับลดงบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรีร้อยละสิบ พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นและประสิทธิภาพของหน่วยงาน ศรชล. โดยเฉพาะความซ้ำซ้อนของบทบาทกับกองทัพเรือ การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เหมาะสมสำหรับโครงการก่อสร้างศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือในสามจังหวัด และการใช้งบประมาณสูงถึง 135 ล้านบาท โดยเฉพาะที่จังหวัดตราดที่ตั้งศูนย์ในทำเลที่ไม่คุ้มค่า จึงเรียกร้องให้ทบทวนการใช้จ่ายและเสนอตัดงบประมาณกว่า 2,600 ล้านบาทเพื่อคุ้มครองภาษีของประชาชน
เรียนท่านประธานครับ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน จังหวัดเชียงใหม่ เขตอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง วันนี้ผมจะขออภิปรายเพื่อเสนอปรับลดงบประมาณของ สำนักนายกรัฐมนตรีลงร้อยละ ๑๐ นะครับท่านประธาน ๒,๖๒๘,๔๖๖,๐๖๐ บาท โดยผม จะยกตัวอย่าง ๑ โครงการของสำนักนายกรัฐมนตรีที่จัดสรรงบประมาณอย่างฟุ่มเฟือยและ ไม่จำเป็น แล้วก็รายละเอียดอื่น ๆ นั้นเพื่อนสมาชิกของผมจะมาอภิปรายในลำดับถัดไป วันนี้ผมจะยกตัวอย่างโครงการของศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล วันนี้เราจะเรียกเขาว่า ศรชล. นะครับ หลาย ๆ คนคงสับสนว่า ศรชล. กับกองทัพเรือ แตกต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพูดถึงอำนาจหน้าที่ภารกิจกันสักเล็กน้อยนะครับ ก่อนที่จะเข้าเรื่องของโครงการ ขอสไลด์ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ทางกองทัพเรือในปัจจุบันจะใช้ พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม แล้วก็จะมีเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็กฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีก ๒๙ ฉบับนะครับ หน้าที่ของเขาก็เขียนไว้ชัดเจนครับว่า หนึ่งในหน้าที่หลักของกองทัพเรือคือการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นั่นก็สอดคล้องกับชื่อ พ.ร.บ. ที่คลอดขึ้นมาในช่วงรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร นั่นก็คือ พระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล นั่นก็คือที่มาของ ศรชล. ที่เราจะพูดกันถึงในวันนี้ อำนาจหน้าที่ชัดเจนนะครับว่าซ้ำซ้อนกับกองทัพเรือ ทีนี้อำนาจหน้าที่ ซ้ำซ้อนไปแล้ว เรามาดูเรื่องของบุคลากรกันครับ บุคลากรของ ศรชล. ปัจจุบันเราอาจจะ คิดว่าเขาอาจจะมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ หรือเปล่านะครับ
ปัจจุบันกว่าครึ่งของ ศรชล. บุคลากรมาจากกองทัพเรือ แล้วก็ในแผน ปี ๒๕๖๘ นี้ร้อยละ ๗๐ ครับ อัตราแทนเจ้าหน้าที่ของรัฐก็จะมาจากกองทัพเรืออีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้จะชัดเจนมากซ้ำซ้อนกันทั้งอำนาจหน้าที่ แล้วก็ซ้ำซ้อนในเรื่องของ บุคลากร ทีนี้ก่อนจะเข้าโครงการผมขออธิบายภาพรวมอีกสักเล็กน้อย ปัจจุบันเรื่องของ ศรชล. เขามีการตั้งที่ไหนกันแล้วบ้างนะครับ ผมจะยกตัวอย่าง ๓ ที่ ที่แรกก็คือจังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันใช้ศูนย์อำนวยการที่อยู่ในกองทัพเรือ ที่ ๒ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันก็ใช้ ศูนย์อำนวยการที่อยู่ในกองทัพเรืออีกเช่นกัน ที่ ๓ จังหวัดชลบุรี ก็ใช้ของกองทัพเรือ อันนี้คือการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพครับ ใช้สถานที่ที่เรามีอยู่แล้วของกองทัพเรือครับ ไม่ต้องมาสิ้นเปลืองงบประมาณเพิ่มเติม แต่ปัจจุบันที่เราต้องมาพูดกันในวันนี้ นั่นก็คือโครงการที่ ศรชล. ขอเข้ามาในปีนี้นะครับ เรื่องของการก่อสร้างศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือของ ศรชล. อีก ๓ แห่งครับท่านประธาน ๓ จังหวัดด้วยกัน นั่นก็คือ จังหวัดตราด จังหวัดสงขลา แล้วก็จังหวัดพังงา โดยจะใช้ งบประมาณอยู่ที่ละ ๔๕ ล้านบาท รวมแล้ว ๑๓๕ ล้านบาท โดย ๔๕ ล้านบาท ตรงนี้จะมีทั้ง ศูนย์อำนวยการ ทั้งท่าเรือขนาดใหญ่ ทีนี้เรามาไล่ทีละจังหวัดกันดีกว่าว่าโครงการเหล่านี้ มีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องจัดทำท่าเรือตรงนี้กันบ้าง
เริ่มจังหวัดแรกที่จังหวัดตราด ขอสไลด์ครับ จังหวัดตราด ๔๕ ล้านบาทแรก เราจะไปลงกันที่น้ำจืด คือแม่น้ำตราด ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล แต่ตอนนี้เราจะสร้างท่าเรือกันที่น้ำจืดที่แม่น้ำตราดก่อน แล้วหากเรามามองดูภาพใหญ่ กว่าที่จะเดินทางจากศูนย์ที่ตั้งออกมาถึงอ่าวไทยที่เขาต้องทำงานจริง ๆ ได้ใช้ระยะทางกว่า ๖ กิโลเมตร แล้วก็ใช้ระยะเวลาเดินทางกว่า ๑๕ นาที เพราะฉะนั้นตรงนี้ชัดเจนว่าที่ตั้งตรงนี้ มันไม่ได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แล้วทีนี้เราลองมองสิว่าถ้าเกิดเราไม่มีที่ตั้งตรงนี้แล้ว กองทัพเรือปัจจุบันเขามีที่ตั้งอยู่ตรงไหน เราก็จะเห็นฐานทัพของกองทัพเรือที่อยู่ไม่ห่าง ออกไปไกลนักนะครับ ถ้าเกิดเราอ้างอิงจากเส้นแบ่งน่านน้ำของประเทศไทยก็มีระยะทาง รัศมีในการดูแลน่านน้ำที่ไม่ต่างกันเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงมีการตั้งคำถามกันขึ้นมา แล้วทำไม ศรชล. ถึงไม่ไปอยู่ในกองทัพเรือเหมือนจังหวัดอื่น ๆ เขาอยู่กัน เราจำเป็น ที่จะต้องเสีย ๔๕ ล้านบาท ตรงนี้หรือไม่ อันนี้คือจังหวัดแรก อันนี้คือจังหวัดที่ดูดีที่สุด นะครับท่านประธาน จังหวัดตราด
จังหวัดที่ ๒ เป็นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลาเมื่อสักครู่นี้เราได้พูดกันไปแล้ว ว่าเขามีศูนย์อำนวยการในปัจจุบันอยู่ที่กองทัพเรืออยู่แล้วครับ แต่ว่าตอนนี้เขาต้องการ ที่จะย้ายสำนักงานนี้ออกไปที่ใหม่ครับ นั่นก็คือยังอยู่ที่กองทัพเรืออีกเช่นกัน แต่ว่า เขาต้องการที่จะสร้างท่าเรือขึ้นมาด้วย แล้วท่าเรือที่เขาจะสร้างตรงนี้ ๔๕ ล้านบาท เรากำลังจะใช้งบประมาณในการสร้างท่าเรือที่ห่างจากท่าเรือเดิมของกองทัพเรือเพียงแค่ ๕๐๐ เมตร ท่านประธาน นี่คือการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ได้มองถึงความคุ้มค่า ไม่ได้มองเลยว่าประชาชนเขาเจียดเงินเดือนของพวกเขามาเป็นภาษีของเราแล้วเราไปใช้แบบนี้ นี่คือโครงการที่ ๒ ครับ เราเห็นถึงความไม่จำเป็นของตรงนี้เรามีท่าเรือเดิมที่มีอยู่แล้ว โครงการแรก โครงการที่ ๒ ว่างงแล้ว เรามาดูโครงการที่ ๓ ท่านประธานที่จังหวัดพังงา ก่อนอื่นจังหวัดพังงาครับ เรามาดูกันก่อนว่าปัจจุบันนี้เขาตั้งศูนย์อำนวยการอยู่ที่ไหน ศูนย์อำนวยการของจังหวัดพังงาปัจจุบันก็จะใช้ที่อยู่ของศาลากลางครับ แต่ว่าทีนี้พอเป็น ศาลากลางปุ๊บเขาก็จะอ้างแล้วว่า มันไกลจากชายฝั่งมาก ๆ เลย เดินทางไปไกล แล้วก็ มันไม่มีที่จอดเรือเลย จะบำรุงเรื่องของครุภัณฑ์ เรื่องของเรือของเขาอย่างไร เขาก็ต้องเสนอ งบประมาณมาสร้างที่ใหม่ที่มันมีท่าเรือ ทีนี้มาดูกันครับว่าเขาไปสร้างที่ใหม่ที่ไหน ท่าเรือใหม่ ที่ ศรชล. จะสร้างดันไปสร้างอยู่บนพื้นที่ที่เป็นบก ไม่มีน้ำเลย งบประมาณ ๔๕ ล้านบาท ที่เรากำลังจะใช้ไปสร้างบนบก ไม่มีทะเล ไม่มีแม่น้ำ สร้างบนพื้นหญ้าและพื้นถนน เรือกระดาษก็ลอยน้ำไม่ได้ครับท่านประธานแบบนี้ ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาจะเอาท่าเรือ แห่งนี้ไปทำอะไรได้บ้าง นี่มันสะท้อนถึงการของบประมาณโดยที่ไม่มีรายละเอียด ไม่ทราบว่า ตัวเองจะสร้างอะไรที่ไหน ได้งบประมาณมาเท่านี้ฉันต้องขอไว้ก่อน ฉันต้องเอาให้ได้ก่อน แล้วมันกดดันผ่านอนุมัติมาจากรัฐบาล อนุมัติมาจากสำนักงบประมาณ มันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น เลยกับงบประมาณแบบนี้ นี่คือตัวอย่างที่ไม่ดีมาก ๆ ที่เราไม่ควรที่จะเซตให้เป็นตัวอย่าง ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ เขาเห็นแบบนี้ ถ้าเราผ่านงบประมาณส่วนนี้ในวันนี้ หน่วยงานอื่น ๆ เขาก็จะเห็นว่า ทำได้นี่ แล้วก็จะมีการตั้งงบประมาณโดยที่ไม่ได้ศึกษาถึงรายละเอียดแบบนี้ เข้ามาอีกเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมกับโครงการก่อสร้างศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือของ ศรชล. ทั้ง ๓ ที่ ที่เราจะเห็นจังหวัดตราด ๔๕ ล้านบาทก้อนแรกไปลงที่น้ำจืด แม่น้ำตราด ที่อยู่ไกลทะเลมาก ๆ ๔๕ ล้านบาท ก้อนที่ ๒ ไปลงที่จังหวัดสงขลา แล้วก็อยู่ติดกับท่าเรือ ของกองทัพเรือ ๔๕ ล้านบาท ก้อนที่ ๓ ไปสร้างอยู่บนบก ไม่มีแม้กระทั่งคลองส่งน้ำ ที่จะมาใช้การอะไรได้เลย
เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน สุดท้ายนี้ประชาชนทุกคนที่เขามีเงินเดือน แค่เพียง ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท เขาต้องเจียดเงินภาษีของเขาเข้ามาเพื่อจ่ายภาษี เขาไม่ได้เอามาเพื่อที่จะให้รัฐบาลใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมขอฝากไปยัง ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ทุกคนนะครับ ท่านอาจจะอยู่ที่แห่งนี้มานาน ท่านอาจจะชิน กับการใช้งบประมาณที่มันไม่สมเหตุสมผลแบบนี้ แต่ผมในฐานะผู้แทนราษฎรในวันนี้ ผมพูดตรง ๆ ว่าผมไม่ชิน แล้วผมไม่มีทางที่จะชิน แล้วไม่มีทางที่จะปล่อยให้งบประมาณ แบบนี้หลุดออกไป แล้วทำให้ภาษีที่ประชาชนต้องเสียเหงื่อ แล้วมาจ่ายภาษี ต้องมาฟุ่มเฟือย แบบนี้ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอตัดงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรี ๒,๖๒๘,๔๖๖,๐๖๐ บาท ขอบคุณท่านประธานครับ