ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายคัดค้านการเพิ่มงบกลางที่สูงขึ้นต่อเนื่องจนเกินเพดานร้อยละ 20 โดยมองว่าขัดกับหลักความจำเป็น ความโปร่งใส และประสิทธิผล พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ล่าช้าและไม่เหมาะสมกับความเดือดร้อนจริง จึงเรียกร้องให้ชี้แจงความจำเป็นตามเกณฑ์ทั้งสี่ด้านและเสนอให้ตัดลดงบประมาณมาตรา 6 ลง 10 เปอร์เซ็นต์พร้อมการตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสงวนคำแปรญัตติ โดยขอตัดลด งบประมาณงบกลางลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามนะครับ ในข้อเท็จจริงนั้นเมื่อพิจารณาว่า ทางกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเป็นอย่างไรนั้น แทนที่จะมีการพิจารณาปรับลดลงนะครับ กลับมีการเพิ่มงบประมาณจาก ๘๐๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ขึ้นไปเป็น ๘๔๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ฉะนั้นผมจะขออภิปรายรวมกันไปพร้อมกันครับ ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลอยู่ ๓ ประการ ในการตัด แล้วก็แน่นอนครับ เหตุผลทั้ง ๓ ประการนั้น เป็นเหตุผลที่ผมต้องพูด ทุกครั้งในงบประมาณงบกลาง เพราะว่ามันเป็นเหตุผลในเชิงหลักการนะครับ ประการที่ ๑ ก็คือว่าเรายังจำเป็นที่จะต้องมีงบที่เรียกว่างบกลางหรือไม่ ด้วยเหตุใด ประการที่ ๒ นั้น กระบวนการที่ได้มาซึ่งงบกลางนั้น เป็นกระบวนการที่ยังเหมาะสม ถูกต้อง ชอบธรรม สามารถปรับเปลี่ยนไปมากกว่าแบบนี้ได้หรือไม่ ประการที่ ๓ ก็คือว่า ประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลของการบังคับใช้ หรือการนำงบกลางไปใช้นั้น มันตอบโจทย์ต่อที่ท่านตั้งไว้จริง หรือไม่ครับ
ท่านประธานครับ ประการที่ ๑ ในประเด็นเรื่องของความจำเป็นของงบกลาง เราพูดถึงความจำเป็นที่ต้องมี แต่ปัจจุบันนั้นงบกลางกลายเป็นสิ่งที่จำต้องมีด้วยเหตุจำเป็น ผมไม่อยากจะใช้คำเปรียบเทียบใด ๆ ก็แล้วแต่ แต่ผมอยากจะให้ท่านดูว่า เอาเข้าจริง ๆ แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่มีการตั้งงบกลางไว้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ มาขยับเป็น ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ต่อมาเป็น ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ก็ขยับขึ้นไป ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ท่านเห็นไหมครับว่าวันนี้นั้นงบถูกตั้งไปเป็นจำนวนถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษแล้ว เมื่อคิดคำนวณเร็ว ๆ จากงบจำนวนเต็มที่ท่านตั้งไว้ ๓.๗๕๒ ล้านล้านบาทเศษนั้น ต้องถือว่า วันนี้ทะลุเพดาน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ควรจะตั้งไว้แล้ว ท่านอาจจำเป็นต้องตอบครับว่า ถ้าปล่อย ให้การบริหาร หรือการตั้งงบกลางไปเป็นแบบนี้ มันเสมือนแบบเดียวกับกองทุนหมุนเวียน มันมีแต่โตขึ้น โตขึ้น กลายเป็นงบที่ควรจะอยู่ในงบประมาณปกติของหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ ที่มีการขอนั้น ผมไม่อยากใช้คำว่าตีเช็คเปล่าอีกแล้วนะครับ เพราะท่านก็ตอบคำถามนี้ทุกปี แต่เสมือนเป็นการตีมูลค่าหรือเงินไว้ โดยที่ไม่รู้ว่ามันจำเป็นต้องใช้จริงหรือไม่นั่นเป็นประเด็น ที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ในกระบวนการของงบกลาง ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น OECD หรือไม่ว่าจะ เป็น IMF มีการตั้งถึงวิธีการได้มาซึ่งงบกลางอยู่ทั้งหมด ๔ ประเด็นย่อยด้วยกันครับ ๑. คืองบกลางนั้นจำเป็นต่อสถานการณ์ที่เรียกว่าปัจจุบันทันด่วน ๒. คือจำเป็นต้อง ดำเนินการในทันที ๓. คือสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายหรือคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า และ ๔. ต้องไม่ถาวร แน่นอนครับในเรื่องของรายการ ๑๒ รายการนั้น ผมคงไม่ได้พูดทั้งหมด แต่ผมตั้งคำถามต่อกรณี ๒ รายการด้วยกัน ก็คือกรณีเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินกับเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ท่านประธานครับ วงเงินนั้นเวลาที่เราจะพิจารณานั้น เราต้องพิจารณา พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังปี ๒๕๖๑ เราต้องพิจารณา พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ และระเบียบว่าด้วยวิธีการบริหาร งบกลางกรณีฉุกเฉินจำเป็น ปี ๒๕๖๒ ท่านทราบดี แต่ผมจำเป็นต้องสื่อสารให้พี่น้องประชาชนทราบ ครับว่า กรณีไม่เกิน ๑๐ ล้านบาทนั้น แจ้งนายกเพื่อทราบ กรณี ๑๐-๑๐๐ ล้านบาทนั้น ต้องให้นายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ กรณี ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไปนั้น นายกรัฐมนตรีต้องให้ ความเห็นชอบและมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ถ้าดูตัวเลขกรณีเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นครับ ถึงแม้อาจจะยังอยู่ในกรอบที่เรียกว่า ๒ แต่ไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์ ของงบ รายจ่ายประจำปีทั้งหมดที่มีการตั้งไว้ แต่ตัวเลขก็ขยับมาที่ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ และไม่รู้ว่า ตอบโจทย์ ๔ ข้อ ที่ผมตั้งไว้แต่ต้นว่าจำเป็นต้องทันด่วนนะครับ กรณีต้องดำเนินการผมย้ำ ทันที ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และกรณีที่ไม่ถาวรหรือไม่ ผมคิดว่าท่านจำเป็นต้องชี้แจง ต่อสภาแห่งนี้เป็นประการที่ ๒ ครับ
ประการที่ ๓ เมื่อพูดถึงประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของการใช้จ่าย งบประมาณที่เรียกว่างบกลางนะครับ ผมยกไม่กี่ตัวอย่างครับ ผมยกตัวอย่าง กรณีมี พลุระเบิดที่บ้านมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ๒๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๖ ปีนี้ ๒๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๗ ๑ ปี ท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม เวชยชัย ไปถึงนราธิวาส แต่ไม่ได้ไปที่บ้านมูโนะ พี่น้องรอท่านเศรษฐา ทวีสิน เพราะ ๑ ปีที่ผ่านไปที่ท่านบอกว่าใช้ งบกลางในการซ่อมแซม จ่ายค่าใช้จ่าย ค่าซ่อมบ้าน ให้กับพี่น้องที่ประสบภัยจากพลุระเบิด เสียทั้งบ้าน เสียทั้งขวัญ เสียกำลังใจ เสียชีวิต เสียร่างกาย ทุพพลภาพ วันนี้จำนวนมาก ยังไม่มีบ้านอยู่ นี่เกิดในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นะครับ และจะตอบโจทย์ว่ามันเป็นกรณี ที่จำเป็นฉุกเฉินที่ต้องทันท่วงทีอย่างไร ผมยกตัวอย่าง กรณีน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา ไล่เรื่อย ๆ มาจนถึงจังหวัดสุโขทัยครับ ท่านตอบ ได้ไหมครับว่างบกลางในกรณีแบบนี้ ถ้าเราตั้งให้ท่านมันจะไปถึงมือของพี่น้องในเวลากี่วัน กี่เดือน กี่ปี ผมยกตัวอย่าง กรณีน้ำท่วมที่จังหวัดอ่างทอง เมื่อปี ๒๕๖๔ โดยเฉพาะน้ำที่ผ่าน หมู่ ๓ ตำบลจรเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ปี ๒๕๖๔ นะครับ เขื่อน พนังกั้นน้ำ พนังกั้น ตลิ่งพังมันแตก น้ำไหลท่วมไป ๒-๓ อำเภอครับ พี่น้องเดือดร้อนหลายพันครัวเรือน แน่นอนครับ เมื่อวันก่อนผมไปเยี่ยมมาปรากฏว่ามุมของพนังกั้นน้ำบางเหลือไม่ถึง ๒ เมตร แล้วงบกลางที่ท่าน ตั้งไว้ที่บอกว่าจะต้องใช้เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาแบบนี้ แน่นอนมีโครงการนะครับ กำลังจะทำ เขื่อนป้องกันตลิ่งไปเสร็จ ปี ๒๕๖๙ แต่น้ำมันจ่อแล้ว ปี ๒๕๖๗ การบริหารงบประมาณแบบ นี้ทำอย่างไร ในขณะเดียวกันนะครับ อันนี้จำเป็น แต่กรณีถนนบางแห่งที่ไม่ได้พังท่านกลับ เอาไปใช้งบประมาณในการซ่อมแซม เป็นต้น
ฉะนั้นด้วยเหตุที่ผมตั้งประเด็นทั้ง ๓ ประการ ซึ่งเป็นหลักการและเหตุผลนะครับ ผมคิดว่าจำเป็นที่กรรมาธิการต้องตอบสภาแห่งนี้ว่า ความจำเป็นของงบประมาณที่ตั้งไว้นั้น ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ กรณีเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนั้น ท่านบริหารจัดการ กระบวนการที่มาที่ไปอย่างไร และงบที่ต้องใช้จ่ายทันท่วงทีนั้นเป็นไปอย่างที่ท่านสัญญากับ สภาแห่งนี้ว่าอยากให้เราผ่านงบกลางหรือไม่ ฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งหมดผมขอยืนยันที่จะตัด งบประมาณมาตรา ๖ งบกลางลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ