ศิริกัญญา ตันสกุล คัดค้านการใช้งบประมาณเพิ่มเติมกว่า 152,700 ล้านบาทสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเห็นว่าควรลดการจัดสรรงบโดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่ได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว และเสนอให้นำเงิน 35,000 ล้านบาทที่ตัดจากงบกลางและรัฐวิสาหกิจไปใช้ชำระหนี้แทน พร้อมเรียกร้องให้รอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่ก่อนอนุมัติจ่ายเพิ่ม เนื่องจากงบประมาณที่มีอาจไม่เพียงพอต่อภาระที่ให้ไว้
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็นสำหรับมาตรา ๖ เอาไว้ว่า ขอให้ปรับลดอีก ๑๕๒,๗๐๐ ล้านล้านบาท ซึ่งสำหรับมาตรา ๖ มีงบประมาณเพิ่มเติมราว ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แต่ว่าส่วนหนึ่งก็คือมาจากการที่เปลี่ยนแปลงรายการ จากการใช้หนี้ธนาคารรัฐมา ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ดิฉันขอตัดเฉพาะในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจอีก ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ขอให้นำกลับไปชำระหนี้ ธนาคารของรัฐตามเดิม ด้วยเหตุผลแบบนี้ค่ะท่านประธาน เราก็ทราบกันดีว่างบกลาง ก้อนที่งอกขึ้นมา ที่ชื่อว่า ค่าใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นถูกนำไปใช้สำหรับโครงการ Digital Wallet ซึ่งถึงตอนนี้แล้วมีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ได้มี ความชัดเจนเพิ่มขึ้นหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลว่าในเฟสแรกจะเปลี่ยนจาก Digital Wallet เปลี่ยนเป็นเงินสดไปแล้ว ๑๔.๕ ล้านคนนะคะ ซึ่งใช้งบประมาณสำหรับปี ๒๕๖๗ ราว ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยจะมาจาก ๒ ส่วนด้วยกัน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ส่วนแรก มาจาก พ.ร.บ. งบประมาณ ๒๕๖๗ เพิ่มเติม หรือว่างบกลางปีที่เพิ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อ อาทิตย์ที่ผ่านมา ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนอีกก้อนที่เหลือ ก็คือใช้งบกลางบางส่วน ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้เราก็ต้องเลิกเรียกมันว่า Digital Wallet ได้แล้ว เพราะว่ามันไม่ใช่ ดิจิทัลและไม่ได้มี Wallet แล้วนะคะ สำหรับการแจกเป็นเงินสด แต่นั่นก็ยังทำให้ยังคงมี งบประมาณอีกหนึ่งก้อนที่ยังต้องใช้เพื่อให้แจกให้ได้ ๔๕ ล้านคน อย่างที่รัฐบาลได้เคย สัญญาเอาไว้ ก็คือต้องหาเงินมาอีก ๓๐๕,๐๐๐ ล้านบาท จนถึงวันนี้เราก็ยังไม่ได้มีความชัดเจน แต่อย่างใด ซึ่งดิฉันเข้าใจเต็มที่ว่ายังไม่มีรัฐบาล ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ยังไม่ได้มีการแถลง นโยบาย ดังนั้นนี่เราไม่มีทางรู้ว่าเงินก้อนที่เหลือจะแจกผ่าน Digital Wallet หรือไม่ หรือจะ แจกเป็นเงินสดอีก หรือจะแจกเท่าไร แจกเมื่อไร ทุกอย่างต้องรอให้เกิดความชัดเจนหลังจากที่เรา มี ครม. ใหม่ และมีการแถลงนโยบาย ดังนั้นดิฉันไม่รู้ว่าเราจะมาพิจารณาเพื่อที่จะอนุมัติงบก้อน นี้กันไปเพื่ออะไร แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าจะทำให้ได้ตามที่รัฐบาลคุณเศรษฐาเคยได้สัญญาเอาไว้ เราต้องการเงินเพิ่มอีก ๓๐๕,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ที่เราพิจารณากันอยู่ ก็จะมีในส่วนที่ได้ตั้งงบมา ตั้งแต่วาระที่ ๑ ๑๕๒,๗๐๐ ล้านบาท ไว้ในกระเป๋าเรียบร้อยหนึ่งก้อน อีกหนึ่งก้อนได้มาจาก การชักดาบ เบี้ยวหนี้ธนาคารของรัฐไป ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท เรียกได้ว่าหน้ามืดแล้ว มีเงิน ตรงไหน ซ่อนตรงไหน เก๊ะไหนเหลืออยู่ก็ขอไปล้วงไปควักเอาออกมาให้หมด ณ วันนี้ แต่จน แล้วจนรอด มันก็ยังไม่ครบ ๓๐๕,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ดี ยังขาดอีก ๑๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งเท่ากับคนประมาณ ๑๒ ล้านคน ที่ตอนนี้ยังหน้าสิ่วหน้าขวานไม่ทราบว่าจะหาเงินจากที่ไหน มาจ่ายให้กับประชาชนจนครบ ถ้าอย่างนั้นถ้ามันยังไม่ครบท่านไปตัดงบของธนาคารแห่งรัฐมาก่อน ทำไมคะ ขอสไลด์ถัดไปค่ะ ที่ท่านไปชักดาบ ๕ ธนาคารของรัฐเป็นเงิน ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ธ.ก.ส. นี้โดนตัดเกลี้ยงเลย เหลือเป็น ๐ เลย ยกเว้นในส่วนที่กระทรวงการคลังไปกู้มาให้ ธนาคาร ธ.ก.ส. กู้ต่อนี่ ตรงนั้นยังคงอยู่ ยังจ่ายต่อ แต่ส่วนที่ใช้ตามมาตรา ๒๘ ที่จะต้องคืน ปีนี้ ๓๑,๐๐๐ ล้านบาท ตัดเหี้ยนเลยค่ะ หลายโครงการนี่เป็นโครงการมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ โครงการจำนำสินค้าเกษตรตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๕๒ โครงการประกันรายได้ในยุคของ คุณอภิสิทธิ์ที่หนึ่ง โครงการประกันรายได้สมัยลุงตู่ก็ยังมี โครงการจ่ายเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ ธนาคารออมสินเองก็โดนตัดไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นโครงการตั้งแต่สมัยที่ ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ในช่วงโควิด สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสมัยโควิด ธอส. ก็โดน ตัดกันหมด ตัดนิดตัดหน่อยก็จะเอาค่ะ เพื่อรวมเงินให้ได้ แต่ก็รวมได้แค่ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองค่ะท่านประธาน แล้วก้อนนี้ มันมาแบบประหลาดมากนะคะท่านประธาน เพราะตอนที่ทำงานกันในชั้นกรรมาธิการ ในอนุกรรมาธิการ ไม่มีอนุกรรมาธิการไหนตัดค่ะ อนุกรรมาธิการที่ดูด้านรัฐวิสาหกิจก็คือ อนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไม่ได้มีการตัดงบประมาณในการชำระหนี้ให้กับแบงก์รัฐเลยแม้แต่ บาทเดียว แต่มันลอยมาทีหลังค่ะท่านประธาน หลังจากที่มีการพิจารณารายงานของ อนุกรรมาธิการจนจบสิ้นแล้ว มีมติ ครม. ออกมาว่าขอแปรญัตติเพิ่ม เปลี่ยนแปลงรายการ โดยการขอตัดงบ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จากรัฐวิสาหกิจดังต่อไปนี้ เพื่อโอนให้กับค่าใช้จ่าย ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือที่เรารู้กันดีว่านั่นคือ Digital Wallet ก็ไม่รู้ว่าจะรีบเอามาทำไม เพราะยังไม่รู้ว่าโครงการจะเดินหน้าไปทางไหน ถึงได้มา ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังไม่รู้ว่า จะพอหรือเปล่า ถ้ามันไม่พอแล้วจะทำอย่างไรต่อก็ยังไม่มีคำตอบ เดี๋ยววันนี้ท่านกรรมาธิการที่เป็น สัดส่วนจากทาง ครม. ก็คงจะตอบเราว่า เรื่องทั้งหมดนี้ก็คงต้องรอรายละเอียดหลังจาก ที่เรามีรัฐบาลใหม่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสภาชุดนี้จำเป็นที่จะต้องอนุมัติเงิน ๑๘๗,๗๐๐ ล้านบาท เพื่อโครงการ Digital Wallet ใช่หรือเปล่าคะท่านประธาน ดิฉันมี ข้อเสนอแบบนี้สั้น ๆ ค่ะ เงินที่ต้องใช้ก็ยังมีไม่พอนะคะ ควรจะต้องรอแถลงนโยบาย ให้จบก่อน หลังจากวันนั้นแล้วค่อยมาออกเป็น พ.ร.บ. โอนงบประมาณ ก็ยังทันค่ะ ประชาชนรอมาได้ปีกว่าแล้ว ให้ประชาชนรออีกสักหน่อย ให้รัฐบาลไปออก พ.ร.บ. โอน งบประมาณ ไปตัดลดงบประมาณจากกระทรวงต่าง ๆ ของทั้งพรรคเพื่อไทยเอง และพรรค ร่วมรัฐบาลมาจ่ายเข้าสู่โครงการ Digital Wallet เพื่อให้แจกได้ครบ ๔๕ ล้านคนจะดีกว่าค่ะ ก็ขอปรับลดตามที่ได้สงวนไว้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน