รัฐวิศว์ เสนอปรับกฎหมายคุ้มครองผู้โยกย้าย-ลี้ภัยอย่างเป็นระบบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

รัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ หารือการปรับปรุงกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าว ผู้โยกย้ายถิ่นฐาน และผู้ลี้ภัย โดยเสนอให้มีการจัดทำกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองผู้ลี้ภัยแทนกลไกการคัดกรองแห่งชาติ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการในสี่ประเด็นหลัก ได้แก่ การจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ การเสริมบทบาทศูนย์สั่งการชายแดน การตั้งหน่วยงานเฉพาะด้านการโยกย้าย และการพัฒนากลไกคัดกรองอย่างเป็นระบบ รวมถึงผลักดันการเข้าถึงเอกสารแสดงตน การจดทะเบียนเกิด การจัดทำทะเบียนคนไร้รัฐ และการปฏิรูปหลักเกณฑ์การมีถิ่นที่อยู่และสัญชาติอย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอแนะนโยบายสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษา สาธารณสุข แรงงาน และการคุ้มครองเด็กและผู้พิการไม่มีสัญชาติ

นายรัฐวิศว์ เอื้อประชานนท์ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

ขอสไลด์ถัดไปครับ ในด้านแรกซึ่งเปึนด้านการแก้ไขกฎหมายนะครับ ก็มีอยู่ ๔ ข้อนะครับ ที่ทางคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกต ส่วนแรก คือการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยควรจะกำหนดสิทธิ และมาตรการการคุ้มครองสำหรับกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ ขึ้น ในส่วนที่ ๒ คือการแก้ไข พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องระเบียบการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ การต่อใบอนุญาต การให้ใบอนุญาตทำงาน รวมถึงการพิสูจน์สัญชาติ ส่วนที่ ๓ ก็เกี่ยวข้องกับการปรับปรุง แก้ไขพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎรในป้ ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะในการ คุ้มครองสำหรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ แล้วก็การเข้าถึงสถานะทางทะเบียนราษฎร การให้สิทธิในการที่อยู่อาศัยและการคุ้มครองกับผู้ที่โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ในข้อ ๔ ก็เสนอให้พิจารณาศึกษาการจัดทำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ลี้ภัย หรือบุคคลที่ไม่สามารถ เดินทางกลับประเทศต้นทาง อันเนื่องมาจากภัยประหัตประหารได้ โดยเฉพาะในการทดแทนระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามา อยู่ในราชอาณาจักร และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือที่เรา เรียกในภาษาอังกฤษว่า National Screening Mechanism หรือ NSM

สไลด์ต่อไป ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลไกปรับปรุงโครงสร้างบริหารจัดการ ก็จะมีข้อสังเกตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ๔ เรื่องนะครับ เรื่องแรก ต่อกระทรวงแรงงาน มีข้อเสนอให้เร่งดำเนินการให้คณะกรรมการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พิจารณาดำเนินการให้มีการเป่ดจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติเพื่อรองรับผลกระทบจาก สถานการณ์ความรุนแรง แล้วก็มาตรการการเกณฑ์ทหารของรัฐบาลทหารเมียนมานะครับ ข้อ ๒ เปึนข้อสังเกตให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาเร่งดำเนินการให้ศูนย์สั่งการชายแดนกับ ประเทศเพื่อนบ้านในระดับจังหวัด มีโครงสร้างอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนและเปึนทางการ และเป่ดให้มีการมีส่วนร่วมกับภาคประชาสังคมแล้วก็ภาคส่วนอื่น ๆ ในการรองรับการให้ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในส่วนข้อที่ ๓ เห็นควรให้ทางคณะรัฐมนตรีและสำนัก นายกรัฐมนตรี พิจารณาศึกษาปฏิรูปกลไกบริหารจัดการ กำหนดหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวข้อง กับการโยกย้ายถิ่นฐานเพื่อรองรับต่อสังคมสูงวัย โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยงานระดับกรม หรือระดับกระทรวง คนเข้าเมือง ในส่วนข้อที่ ๔ เสนอให้พิจารณาปรับปรุงกลไกการคัดกรอง กำหนดสถานะผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ แบบครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบูรณาการ กลไกการคัดกรองที่มีอยู่ อย่างเช่น กลไกการคัดกรองระดับชาติ แล้วก็กลไกการส่งต่อ ระดับชาติ ซึ่งดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากการค้ามนุษย์ด้วยครับ

สไลด์ถัดไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงเอกสารแสดงตน ทางคณะกรรมาธิการ มีข้อสังเกตต่อกระทรวงมหาดไทยใน ๓ ข้อนะครับ ข้อแรก เสนอให้พิจารณาปรับปรุง นโยบายระดับชาติว่าด้วยการจดทะเบียนการเกิด และการจดทะเบียนการเกิดต้องเปึนไปโดย ถ้วนหน้า และไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งสัญชาตินะครับ ในส่วนข้อที่ ๒ พิจารณากำหนดให้ มีกฎหมายลำดับรอง เปึนไปเพื่อนโยบาย แล้วก็จัดทำทะเบียนคนอยู่ให้กับผู้ไม่มีเอกสาร แสดงตน รวมถึงผู้ที่โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติกลุ่มต่าง ๆ ให้ครอบคลุม แล้วก็สะท้อนถึง ข้อเท็จจริงด้วย โดยเฉพาะในเรื่องการจัดทำทะเบียนประวัติ และจัดทำทะเบียนบ้านชั่วคราว ให้กับคนกลุ่มนี้ด้วยครับ ในส่วนข้อที่ ๓ เสนอให้พิจารณาแก้ไข ปฏิรูปหลักเกณฑ์ และขั้นตอนในการมีถิ่นที่อยู่ และการขอสัญชาติไทยให้กับทั้งกลุ่มคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ และกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน

ในส่วนสุดท้ายนะครับ ในเรื่องการเข้าถึงสิทธิแล้วก็บริการขั้นพื้นฐาน ก็มี ๔ ข้อดังนี้ ข้อแรก ข้อสังเกตต่อกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ก็ขอให้พิจารณากำหนด นโยบายที่ส่งเสริม แล้วก็จัดการศึกษาและทำแผนบริหารจัดการ และการกระจายทรัพยากร การศึกษาให้กับเด็กติดตามแรงงานข้ามชาติ และกลุ่มเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย ในส่วนนี้ก็รวมถึง อาจจะต้องกำหนดคำนิยามผู้ทรงสิทธิเพิ่มเติมให้กับในกรณีของ กยศ. ด้วย ในส่วนข้อที่ ๒ ข้อสังเกตต่อกระทรวงสาธารณสุข ขอให้พิจารณากำหนดนโยบายและจัดทำประกาศ และแนวทางการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพให้กับผู้ไม่มีสัญชาติไทยทุกกลุ่ม สำหรับ กลุ่มที่ได้รับการออกเอกสารแสดงตนแล้ว ข้อที่ ๓ เสนอให้กระทรวงแรงงานพิจารณาจัดทำ แก้ไขกฎหมายลูกเพิ่มเติมที่มีความซับซ้อน หรือจำกัดสิทธิแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะ กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองแรงงานภาคเกษตร หรือเกี่ยวข้องกับแรงงาน ที่ทำงานที่บ้าน ข้อที่ ๔ ข้อสุดท้าย เห็นควรให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ พิจารณากำหนดแนวทางและข้อปฏิบัติในเรื่องการคุ้มครองเด็ก ข้ามชาติและเด็กไม่มีสัญชาติไทย โดยเน้นถึงบทบาทหน้าที่และประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองเด็ก รวมถึงคุ้มครองให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการด้วยนะครับ ข้อสังเกตของทางคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการก็มีตามดังนี้ ขอเป่ดอภิปรายต่อ ขอขอบพระคุณมากครับ