ชลทฤษ แจงปัญหาลักสายไฟ ชูนวัตกรรม-ปรับกฎหมาย-รวมพลังเครือข่ายแก้ไข

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

ชลทฤษ ชัชวาลย์ หารือปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ในพื้นที่ห่างไกล โดยชี้ถึงความเสี่ยงจากขาดแคลนบุคลากรและระบบป้องกันที่ยังไม่เพียงพอ จึงเสนอแนวทางแก้ไขแบบบูรณาการทั้งการสนับสนุนกำลังคน การนำเทคโนโลยีเช่น IoT และกล้องวงจรปิดมาใช้ รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายควบคุมการค้าของเก่าให้มีบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันการกระทำผิดและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลทรัพย์สินเพื่อสาธารณะ

พันตำรวจเอก ชลทฤษ ชัชวาลย์ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม พันตำรวจเอก ชลทฤษ ชัชวาลย์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมย สายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา คนที่สาม ขอนำเสนอผลการศึกษาซึ่งมีทั้งหมดประมาณ ๑๐ ข้อ ขอนำเสนอ ๕ ข้อ

๑. ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในการปฏิบัติงาน ส่งผลไม่สามารถปัองกัน ในการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ เช่น กรมชลประทานขาดแคลนบุคลากรในการไปเฝัาดูแลอาคารประตูระบายน้ำ ซึ่งตำแหน่งนี้ ได้ถูกยกเลิกไป กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยมีปัญหาเกี่ยวกับนายตรวจไม่เพียงพอ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งแนวทางแก้ไขปัญหา รัฐบาลควร ให้การสนับสนุน บุคลากรให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน นำนวัตกรรม เทคโนโลยีมาใช้ แทนคน เช่น การติดกล้องวงจรป่ด CCTV เปึนต้น การตั้งเครือข่ายอาสาสมัครประชาชน พื้นที่ที่มีส่วนร่วมในการดูแล เช่น อาสาสมัครทางหลวงชนบท (อส.ทช.) ซึ่งได้กำหนดในการ ที่ประชาชน ๑ คน ดูแลพื้นที่ ๕ กิโลเมตร เปึนต้น การบูรณาการความร่วมมือการทำงาน ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชน

๒. ปัญหาพื้นที่ความรับผิดชอบของหน่วยงาน มีจำนวนมาก ระยะทางยาว ห่างไกลจากชุมชน หรืออยู่ในพื้นที่ทำการเกษตร ทำให้ยากต่อการปัองกันในการลักลอบ ขโมยไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา หน่วยงานพื้นที่มีความรับผิดชอบมาก ทำให้ยากในการจัด บุคลากรเข้าไปดูแลอย่างทั่วถึง แนวทางแก้ไขปัญหาควรนำนวัตกรรมการปัองกันการลักลอบ ขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา อาทิ เช่น ระบบอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง Interest of Things IoT ซึ่งในการตรวจสอบจะได้แจ้งเตือนในการไฟฟัา หากมีการขโมยอุปกรณ์ไฟฟัา หรือสายไฟฟัาจะทำให้ความดันไฟต่ำลง สามารถรู้ได้ แล้วก็เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ ได้ทันที ๒. ระบบแจ้งเตือนตรวจจับการบุกรุกโจรกรรมปัายทางหลวง ชนิดระบบ ปัาย อิเล็กทรอนิกส์ เปลี่ยนข้อความ Variable Message Sign ซึ่งในส่วนนี้กรมทางหลวงได้ใช้ ร่วมกับตำรวจทางหลวงในการติดตั้งในถนนสายหมายเลข ๑ และหมายเลข ๒ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจทางหลวงเมื่อมีเหตุการณ์ลักลอบขโมยสายไฟฟัา จะปรากฏที่ตามจอภาพ อิเล็กทรอนิกส์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะได้ไปถึงที่เกิดเหตุ ปัญหาในการปฏิบัติตรงนี้ก็คือ มีแค่ เส้นทางหลวง ๑ หลัก หมายเลข ๑ หมายเลข ๒ เท่านั้น ส่วน ๓ หลัก ๔ หลัก เจ้าหน้าที่ ตำรวจไม่เพียงพอ แล้วก็ตอนนี้กรมทางหลวงได้ขยายในการดำเนินการมากขึ้นกว่าเดิม ๓. การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรป่ด (CCTV)

๓. ปัญหาสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เอื้อต่อการลักขโมยสายไฟฟัาและ อุปกรณ์ไฟฟัา เช่น การปล่อยให้พื้นที่สภาพรกร้าง การไม่ติดตั้งอุปกรณ์ปัองกัน การลักลอบ อุปกรณ์สายไฟฟัา

แนวทางแก้ไขปัญหา ๑. การทำงานในเชิงรุกของหน่วยงาน การจัดตั้งหน่วย เคลื่อนที่เร็ว สามารถออกตรวจตราได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพิ่มอัตราการตรวจตราปัองกันเหตุ ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ๒. การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้อต่อการปัองกันอาชญากรรม ปรับปรุงพื้นที่ไม่ให้รก โล่ง ไม่บดบังสายตา ทำให้เกิดจุดอับ จุดเสี่ยงที่เอื้อต่อการเกิด อาชญากรรม นำนวัตกรรมมาใช้เพื่อการปัองกันการลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ ไฟฟัา การคัดเลือกการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ขโมยทำการขโมยได้ยากยิ่งขึ้น เช่น การปรับปรุงแก้ประตูเสาไฟฟัาที่ทำจากกล่องพลาสติกชนิดพีวีซีตามภาพ

๔. ปัญหาของพนักงานหน่วยงานที่ได้รับความเสียหายไม่มีมาตรฐาน ในการปฏิบัติงาน ในการปัองกันแก้ไขและการลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา ไม่มีการกำหนดแผนงานโครงการระเบียบการปฏิบัติ รวมถึงไม่มีคู่มือที่เปึนมาตรฐานในการ ปฏิบัติงานเพื่อปัองกันการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัาอย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่มีการประเมินความเสี่ยงต่อการดำเนินการติดตั้งสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา

แนวทางแก้ไข หน่วยงานควรมีแผนงานมาตรการในการทำงานอย่างชัดเจน รวมถึงมีคู่มือในการปฏิบัติงานได้อย่างมาตรฐาน หน่วยงานควรมีการประเมินความเสี่ยง ในพื้นที่ โดยการนำนาําิกาอาชญากรรมมาประกอบในการปรับใช้ ซึ่งสำนักงานตำรวจ แห่งชาติได้เน้นในการใช้นาําิกาอาชญากรรมในการปัองกันอาชญากรรม โดยมีกำหนดให้ ภายใน ๑ เดือน จะต้องมีการวิเคราะห์อาชญากรรมอย่างน้อยเดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อปรับ แผนการตรวจในการปัองกันอาชญากรรมไม่ให้เกิดขึ้น

๕. ปัญหาเกี่ยวกับบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิด ในการลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา รวมถึงร้านค้าของเก่าที่รับซื้อทองแดง ที่ได้มาจากการกระทำความผิดมีอัตราต่ำ ทำให้เกิดความเกรงกลัวในการกระทำผิด ซึ่งบทลงโทษเกี่ยวกับร้านค้าของเก่าฝ์าฝ๋นต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมการขาย ทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. ๒๔๗๔ เช่น การประกอบอาชีพการขายทอดตลาดและค้า ของเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับตามมาตรา ๑๒ วรรคแรก บทลงโทษเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด การลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา ตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น การรับซื้อทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด จะมีความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ป้ หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับในกรณีที่ทรัพย์ทั่วไปตามมาตรา ๓๕๗ วรรคแรก

แนวทางแก้ไขปัญหา ในประมวลกฎหมายอาญาควรมีการเพิ่มบทลงโทษให้มี อัตราโทษที่หนักขึ้นในความผิดลักทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ เพื่อปัองกันไม่ให้ เกิดการก่อเหตุลักลอบขโมยสายไฟฟัาและอุปกรณ์ไฟฟัา พระราชบัญญัติควบคุมการขาย ทอดตลาดและค้าของเก่า พ.ศ. ๒๔๗๔ ๑. ปรับอัตราโทษให้ได้สัดส่วนกับมูลค่าการกระทำ ความผิดของผู้รับซื้อของเก่า ๒. พิจารณากำหนดอัตราโทษให้ผันแปรไปตามรายได้ กำไร ของผู้ประกอบการ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้น ๓. ควรนำมาตรการยึดทรัพย์สิน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำมาใช้ในการดำเนินคดีกับร้านค้าของเก่า หากมีการรับซื้อของโจร หรือทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ๔. ควรปรับเพิ่มหลักการกระจายอำนาจไปสู่ ท้องถิ่นให้มากขึ้น ทั้งด้านการออกใบอนุญาต การควบคุม การกำกับดูแล เปึนต้น ขอเรียนเชิญ ท่านกรรมาธิการกล่าวรายงานต่อไปครับ