พูลพัฒน์ ชี้แจงค่าไฟฟ้าแพง ห่วงพึ่งก๊าซ-เรียกรับซื้อถูกกว่าตลาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๘ สิงหาคม ๒๕๖๗

พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ ชี้แจงประเด็นค่าไฟฟ้าแพงจากโครงสร้างการผลิตที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศ พร้อมตั้งคำถามถึงความมั่นคงด้านพลังงาน การกำกับอัตราค่าไฟอย่างเป็นธรรม และปัจจัยต้นทุนที่ส่งผลต่อค่าไฟในอนาคต รวมถึงเสนอแนวทางลดภาระประชาชนผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมพลังงานสะอาด และการกำกับดูแลที่โปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ วันนี้กระผมก็รู้สึกเปึนเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาแถลงชี้แจง เปึนครั้งแรก ของกระผมในโอกาสที่ได้รับตำแหน่งใหม่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็ต้องขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ตั้งคำถามหลาย ๆ คำถามที่เปึนความห่วงกังวลของพี่น้อง ประชาชนนะครับ แล้วก็เปึนสิ่งที่กระผมก็จะได้มีโอกาสได้นำอธิบายในโอกาสต่อไปนะครับ

คำถามที่เกี่ยวกับเรื่องของค่าไฟแพง ก็เปึนคำถามที่ได้รับความสนใจจากท่าน เอกราช จากท่านอดิศร จากท่านวรภพ แล้วก็รวมถึงอีกหลาย ๆ ท่านที่ท่านได้ตั้งคำถามไว้ กระผมอยากจะขอโอกาสชี้แจงดังนี้นะครับ ในเรื่องของค่าไฟของประเทศไทย เราอาจจะ ต้องพิจารณาถึงโครงสร้างของประเทศไทยนิดหนึ่งครับ ในเรื่องของการใช้เชื้อเพลิงในการ ผลิตกระแสไฟฟัานะครับ กระแสไฟฟัาของบ้านเรานี่เราพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟัา อยู่ถึง ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใน ๕๗ เปอร์เซ็นต์นี้มีแค่ประมาณสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เราใช้ ก๊าซจากในอ่าวได้นะครับ อีกประมาณสัก ๓๔ เปอร์เซ็นต์ เปึนการที่เราจะต้องพึ่งพา ก๊าซธรรมชาติเหลวหรือก๊าซที่เราจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนจากทาง ตะวันออกกลางนะครับ คราวนี้ตั้งคำถามต่อมาว่าทำไมเรายังถึงต้องใช้ก๊าซธรรมชาติในการ ผลิตกระแสไฟฟัานะครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของความจำเปึนที่เราจะต้องมีการให้เกิดความมั่นคง ทางพลังงานนะครับ การผลิตด้วยกระแสไฟฟัาที่มีความมั่นคง แล้วก็มีความสะอาด ก๊าซธรรมชาติถือว่าเปึนเชื้อเพลิงที่มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ในตรงนี้ และเมื่อพิจารณา ถึงเรื่องของกระแสที่เรากำลังประสบอยู่ ก็คือเรื่องของการที่หลาย ๆ ชาติในโลก ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของ Climate Change เรื่องของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ก็ทำให้เรา จะต้องมีความคำนึงถึงผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมจากการผลิตไฟฟัาด้วยเช่นกัน ตรงส่วนนี้ ก็เลยเปึนเหตุว่า วิธีการที่เราอยากจะเห็นภาพว่าค่าไฟในรอบต่อ ๆ ไปจะมีลักษณะเช่นไร ค่าไฟในส่วนที่เปึนบทบาท ที่เปึนอำนาจของทาง กกพ. ตามพระราชบัญญัติประกอบกิจการ พลังงาน ๒๕๕๐ ก็คือเราจะต้องกำกับดูแลในเรื่องของอัตราของค่าไฟให้เกิดความ เปึนธรรมทั้งต่อผู้ผลิต แล้วก็ผู้บริโภคนะครับ ซึ่งประชาชนที่เปึนผู้ที่ต้องรับผลโดยตรง จากเรื่องของค่าไฟ ทาง กกพ. เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลในส่วนนี้ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด เพราะค่าไฟเปึนส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของต้นทุนของการดำรงชีวิตของพี่น้อง ประชาชน แล้วก็รวมถึงเปึนต้นทุนในการผลิตสินค้าและบริการของประเทศนะครับ เมื่อเรา มองถึงจุดนี้แล้ว วิธีการที่เราจะต้องพิจารณาถึงค่าไฟในแต่ละรอบที่ผ่านมา เราก็มีการ กำหนดเปึนรอบทั้งหมด รอบละ ๔ เดือนนะครับ ก็เลยใช้วิธีที่เราจะต้องประเมินเหตุการณ์ ล่วงหน้าว่าในอีก ๔ เดือนข้างหน้าถัดไปจะเกิดสภาวะเช่นไรขึ้น แล้วค่าไฟในรอบต่อไป จะเปึนเช่นไรนะครับ ในรอบที่ได้มีโอกาสเพิ่งแถลงไปเมื่อรอบล่าสุดก็คือ รอบตั้งแต่ เดือนกันยายนจนถึงเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้นะครับ รอบกันยายนถึงธันวาคม ป้ ๒๕๖๗ เราจะเห็นได้ว่า ด้วยสภาวะที่การใช้พลังงานของประเทศเรานี้ก็มีแนวโน้มอาจจะลดลงในช่วง หน้าหนาวนะครับ แต่ว่าในช่วงของเหตุการณ์ปกติในช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา การใช้ไฟมีการ ทำลาย Peak ของป้ที่ผ่านมานะครับ ป้ที่ผ่านมาการใช้ไฟสูงสุดอยู่ที่ประมาณ ๓๓,๐๐๐ กิกะวัตต์อาว ซึ่งก็ถือว่าเปึนเปึนตัวเลขที่ค่อนข้างสูงนะครับ ก็มีการที่เราจะต้องคำนึงถึงใน ๒ เรื่องสำคัญก็คือว่า เราจะทำอย่างไรที่จะมีการวางแผนของการที่จะผลิตไฟฟัาให้เกิด ความมั่นคงกับประเทศไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟตก ไฟดับนะครับ และเหตุการณ์ที่ ๒ ก็คือ เราทำอย่างไรที่จะทำให้ต้นทุนของค่าไฟเฉลี่ยในระบบอยู่ในสภาวะที่ไม่ก่อให้เกิดความ เดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน สิ่งแรก ก็คือการที่เราจะทำให้เกิดความมั่นคงกับเชื้อเพลิง ในระบบ กับการผลิตไฟในระบบ การใช้เชื้อเพลิงก็เปึนสิ่งแรกที่กระผมได้อธิบายไปแล้วว่า เราใช้เชื้อเพลิง ไม่ว่าจะจากก๊าซธรรมชาติ จากถ่านหิน จากพลังงานทดแทน แล้วก็รวมถึง เรื่องของการซื้อไฟจากต่างประเทศด้วยเช่นกัน ทั้งหมดนี้ก็รวมเปึนไฟฟัาที่เราใช้อยู่ในบ้านเรา ถ้าหากว่าเราพึ่งพาจากต่างประเทศเยอะก็จะมีความไม่มั่นคงเกิดขึ้นกับประเทศเรานะครับ แล้วถ้าหากเราต้องใช้เชื้อเพลิงจากต่างประเทศเยอะก็จะมีผลทำให้ผลกระทบต่อค่าไฟมันจะ สูงตามไปด้วยเช่นกันนะครับ ตัวเลขจากการที่เราจะต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติในรูปของ LNG ในอนาคตนะครับ เนื่องจากช่วงที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายป้นี้ ก็เปึนช่วงที่เข้าสู่ช่วงหน้าหนาว ก็อาจจะมีการใช้ก๊าซค่อนข้างเยอะในประเทศที่เปึนประเทศเมืองหนาว ก็จำเปึนที่จะต้องดูถึง ราคาของ LNG ที่มีอยู่ในตลาดโลกว่าจะมีสภาวะเช่นไรนะครับ แล้วก็ประกอบกับเหตุการณ์ สถานการณ์เรื่องของปัจจัยในการนำเข้านะครับ ก็คือเรื่องของค่าเงินบาทก็มีส่วนสำคัญที่จะ ทำให้ต้นทุนของเชื้อเพลิงจะถูกหรือแพง กับค่าไฟในระบบเช่นกันนะครับ ซึ่งสิ่งนี้ก็เปึนสิ่งที่ ทางสำนักงาน กกพ. ก็จะต้องนำมาคิด นำมาคำนวณ แล้วนำมาตรวจสอบตัวเลขแล้วก็ข้อมูลต่าง ๆ โดยรอบคอบ จึงได้มีการประกาศออกมา เปึนผลของ Ft Ft จริง ๆ ค่าไฟมาจาก ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือที่เราเรียกว่า ค่าไฟฐาน ซึ่งปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ ๓.๗ บาทต่อหน่วย แล้วก็ค่า Ft ตัวย่อก็คือ Fuel Tariff Fuel Tariff มันจะมี การปรับเปลี่ยนเปึนรอบ ๆ ไป ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของตลาดโลก ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของ การใช้ไฟ การผลิตเชื้อเพลิงต่าง ๆ ของโรงไฟฟัาในประเทศว่าจะเปึนเช่นไร ซึ่งตัว Ft ในรอบ ปัจจุบันก็อยู่ที่ประมาณ ๐.๓๙ บาทต่อหน่วย ซึ่งก็ทำให้การตรึงราคาอยู่ที่ ๔.๑๘ บาท ก็เปึนไปตามที่ทางนโยบายที่ทางรัฐบาลได้มีกำหนดไว้ สำหรับในอนาคตอีกส่วนหนึ่งที่อาจจะ ต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนผู้ทรงเกียรติทุกท่าน การที่เราตรึงราคาพลังงานเอาไว้ ในระยะยาวจนเกินไป มันย่อมจะหมายถึงว่ามันต้องมีผู้ที่ต้องแบกรับในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันก็มีทางการไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยที่เปึนผู้แบกรับส่วนที่เปึนการตรึง ราคาตัวนี้เอาไว้ ซึ่งผลของการตรึงราคาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ทำให้ทางการไฟฟัาฝ์ายผลิต แห่งประเทศไทยก็ได้แบกรับต้นทุนอยู่ที่ประมาณ ๙๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็เปึนตัวเลขที่ ค่อนข้างสูง แล้วก็อาจจะมีผลกระทบต่อเรื่องของสถานะของ กฟผ. ในเรื่องของ Credit Rating แล้วก็อัตราในการกู้เงินในอนาคต แล้วก็รวมถึงอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องที่ผ่านมาเราได้มี การพยายามที่จะตรึงราคาค่าแก๊สที่เปึนเชื้อเพลิงเอาไว้ แล้วก็ทำให้ต้นทุนของค่าแก๊สนี้ ก็เปึนส่วนหนึ่งที่เปึนภาระที่เราก็ให้ทาง ปตท. ได้มีส่วนในการช่วยแบกรับภาระตรงนี้แทน พี่น้องประชาชน ก็อยากจะเรียนว่าสถานการณ์พลังงานราคาแพงเปึนสิ่งที่เราอาจจะ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด แต่ว่าเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนที่ นอกจากเรื่องของพฤติกรรมการใช้พลังงานแล้ว ก็อาจจะรวมถึงเรื่องของการที่เราจะต้อง พิจารณาถึงวิธีการที่เราจะผลิต แล้วก็ใช้เชื้อเพลิงพลังงานในระยะยาว มีการตั้งคำถามครับว่า เราจะมองอย่างไรว่า ในรอบต่อ ๆ ไปเราจะหาวิธีที่จะช่วยพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ในส่วน ของ กกพ. ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลเราก็พยายามที่จะมองถึงต้นทุนส่วนหลักที่เปึนต้นทุน ของค่าไฟ ก็คือเรื่องของเชื้อเพลิง ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าไฟ เราก็มองว่า เชื้อเพลิงที่สำคัญก็คือเรื่องของก๊าซธรรมชาติ ตราบใดที่ยังต้องมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจาก ต่างประเทศ เราก็ควรจะต้องนำเข้าในลักษณะที่มีต้นทุนที่คงที่ แล้วก็มีเสถียรภาพในระยะยาว แล้วก็ควรเปึนต้นทุนในราคาที่ต่ำ ทาง กกพ. ก็เลยได้มีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนในเรื่อง ของการนำเข้า LNG ในรูป Spot ซึ่งเปึนสัญญาในระยะสั้น มาเปึนรูปแบบของการนำเข้า ที่เปึนสัญญา Long Term ในระยะยาว ซึ่งจะช่วยทำให้การนำเข้าเชื้อเพลิงในอนาคต มีต้นทุนที่ถูกลง แล้วเราก็หวังว่าต้นทุนที่ถูกลงเราก็จะพยายามจะสะท้อนไปสู่ต้นทุนของ ค่าไฟ ไปสู่พี่น้องประชาชนในอนาคตเช่นกัน

อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของที่เราจะต้องหาวิธีที่จะพิจารณาถึงเรื่องของ งบลงทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการไฟฟัาฝ์ายผลิต ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการไฟฟัาภูมิภาค หรือนครหลวงก็ตาม เราก็ต้องมีการตรวจตรา ตรวจสอบ ให้การลงทุนในเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็มีเหตุมีผล เพื่อที่จะให้ไม่เปึนผลกระทบเปึนต้นทุน ที่เปึนภาระแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งหน้าที่นี้ก็เปึนหน้าที่โดยตรงของทาง กกพ. ที่จะต้องมีการ สำรวจตรวจสอบ แล้วก็มีการ Check การทำงานของทางการไฟฟัาทั้ง ๓ การอยู่โดยตลอด เช่นกัน

แล้วอีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเปึนหน้าที่ที่ทาง กกพ. ก็มีโอกาสในการที่จะรณรงค์ สร้างจิตสำนึก รวมถึงสร้างให้เกิดความตระหนักรู้ทางด้านพลังงานในอนาคต เราพยายาม ที่จะรณรงค์ผ่านเงินของกองทุนพัฒนาไฟฟัา มาตรา ๙๗ (๕) ที่เราพยายามที่จะกระตุ้น ให้เกิดการใช้พลังงานอย่างประหยัด แล้วก็อย่างรู้ค่า แล้วก็สามารถที่จะนำพลังงานนั้นไปสร้างสรรค์ แล้วก็ทำให้เกิดเศรษฐกิจที่ดีขึ้น กับพี่น้องประชาชนนะครับ ถ้าหากเรามองว่าต้นทุนทางพลังงานในปัจจุบันนี้เปึนต้นทุน ที่ค่อนข้างแพง เราอาจจะต้องพยายามหาวิธีที่จะใช้ของที่มีราคาแพงในการที่จะสร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชน สร้างความเปึนอยู่กับพี่น้องประชาชนในทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ

ในอีกส่วนหนึ่งที่อาจจะเปึนคำถามของทางท่านวรภพนะครับ ที่ท่านถามถึง เรื่องของการกำกับค่าไฟในอนาคต ที่จะมีการคำนึงถึงเรื่องของ Carbon Tax หรือเปล่า ซึ่งเรื่องของ Carbon Tax ก็ต้องเรียนว่าเปึนแนวคิดที่เกิดขึ้น แล้วก็เปึนแนวคิดที่พยายาม จะให้เกิดความรับผิดชอบ แล้วก็ดูแลในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนะครับ หรือที่เราเรียกว่า Polluter Pays Principle ก็คือผู้ที่ทำให้เกิดมลภาวะก็จำเปึนจะต้องจ่ายเพิ่มในระบบ แต่ต้องเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมานะครับ สัญญา PPA ที่เราทำกับการไฟฟัา เราอาจจะยังไม่ได้ นำส่วนนี้เข้ามาคิดคำนึงนะครับ แต่ว่าในอนาคตต่อ ๆ ไปเราก็จำเปึนที่จะต้องเอาเรื่องนี้ เข้ามาทบทวน ก็ต้องขอบพระคุณท่านที่ช่วยชี้ให้เราเห็นถึงประเด็นนี้นะครับ แล้วก็จะได้มีการ พูดคุยหารือกันในเรื่องนี้ต่อไปนะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่ท่านให้ความสนใจ ก็คือเรื่องของ Direct PPA ซึ่งก็มีการพูดถึง แล้วก็รวมถึงเรื่องของ UGT ด้วยเช่นกัน ที่ได้มีการพูดถึง โดยท่านอนุสรณ์ เรื่องของ UGT ก็เปึนนโยบายที่ทางภาครัฐก็พยายามที่จะสนับสนุนให้เรามีพลังงานสะอาด พลังงานสีเขียว หรือที่เราเรียกว่า Green Energy นะครับ เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันนี้ มีความตื่นตัวแล้วก็มีความกังวลด้วยเช่นกัน ในการที่จะต้องเร่งปรับตัวให้สามารถทันต่อ การเปลี่ยนแปลงนะครับ เพราะประเทศที่เปึนประเทศปลายทางในการนำเข้าสินค้าจาก ประเทศไทย ปัจจุบันก็เริ่มสร้างมาตรฐานในการที่จะต้องผลิตสินค้าและบริการจากเชื้อเพลิง แล้วก็ไฟฟัาที่มีความสะอาดเพียงพอ ดังนั้น Utility Green Tariff ก็เลยเปึนจุดอันหนึ่ง ที่เราพยายามที่จะผลักดันให้เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งโอกาสที่เราจะเห็นความสำเร็จในอนาคตอันใกล้ ก็คือ ระบบของ UGT1 ซึ่งก็เปึนระบบที่เราให้ทางการไฟฟัาใช้ไฟฟัาที่มาจากเขื่อนพลังน้ำ เปึนส่วนใหญ่ในการผลิตไฟฟัา แล้วก็ปัอนให้กับผู้ที่ต้องการไฟฟัาสีเขียว แล้วก็รวมถึง เรายังให้ เขาเรียกว่า Renewable Energy Certificate หรือ REC ควบคู่กับทุก ๆ Electron ที่รับเข้าไปที่ภาคอุตสาหกรรมนะครับ ซึ่งโครงการนี้ก็จะมีเปัาประสงค์ที่ต้องการ จะให้เกิดสัมฤทธิผลในป้นี้นะครับ เดือนตุลาคม ป้ ๒๕๖๗ นี้ แล้วก็คาดว่าเหตุการณ์นี้ ก็จะเริ่มมีความสำเร็จเกิดขึ้นนะครับ แล้วก็โครงการ UGT2 ซึ่งก็จะตามมาในอนาคต โครงการ UGT1 ประมาณ ๕,๐๐๐ เมกะวัตต์ แล้วอยู่ UGT2 อีกประมาณ ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ ก็จะตามมาในช่วงป้ ๒๕๖๘ ต้นป้นะครับ และในส่วนของ Direct PPA ซึ่งก็เปึนนโยบายใหม่ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็พยายามที่จะใช้ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศด้วย เช่นกัน ซึ่งก็มีกลุ่มผู้ลงทุนที่มีความสนใจนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของ Data Center นะครับ ซึ่งก็ใช้พลังงานที่ค่อนข้างมหาศาล แล้วก็ต้องการพลังงานที่สะอาดด้วยเช่นกัน ดังนั้น Direct PPA ก็เลยเปึนสิ่งที่ได้มีการหารือกันใน กพช. แล้วก็ได้มีการระบุถึงว่าอาจจะมีการตั้งเปัาไว้ที่ ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ ในเบื้องต้นสำหรับ Direct PPA ซึ่งในส่วนนี้ทาง กกพ. ก็จะต้องนำ ทั้งนโยบายของทางฝัืงนโยบายทาง กพช. มาวางหลักวางกฎเกณฑ์ว่า อันที่ ๑. ก็คือ ในส่วนของผู้ใช้ คือส่วนที่เปึนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เขามีความต้องการไฟฟัาในลักษณะใด เช่นไรนะครับ ๒. ก็คือเขาจะเปึนผู้ผลิตเองหรือเปล่า ๓. ก็คือว่าความต้องการไฟฟัา ที่เขาต้องการนี้มันมีความต้องการที่ให้เกิดความสม่ำเสมอในระบบ และเขามีความพร้อม ที่จะจ่ายในเรื่องของค่าไฟฟัาที่เปึน Direct PPA เช่นไรนะครับ ซึ่งนั่นก็จะเปึนองค์ประกอบ สำคัญที่ทำให้เราจะต้องนำมาคิดในเรื่องของค่า Wheeling Charge หรือค่าผ่านสายนะครับ แล้วก็รวมถึง Ancillary Service ค่าที่เปึนค่าบริการเสริมอื่น ๆ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนระบบที่จะต้อง Backup ให้เกิดไฟฟัาสำรอง แล้วก็สามารถที่จะตอบโจทย์ ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ ๆ จะเข้ามาในอนาคตนะครับ สำหรับคำถามท่านว่า ภาคครัวเรือน แล้วก็ภาคเอกชนจะมีโอกาสเข้ามาในส่วนนี้ได้หรือไม่ ตรงนี้ผมขออนุญาตว่า ขอให้เห็นภาพของทางฝัืงนโยบายที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งนะครับ แล้วเราก็จะได้มีการกำหนด อีกครั้งหนึ่งในนัยของ กกพ. ในการพิจารณาเรื่องนี้ ในส่วนของการกำกับก๊าซธรรมชาติ ในช่วงต้นป้นี้นะครับ ก็คือเมื่อเดือนมกราคมจนถึงเมษายนที่ผ่านมานะครับ เราก็ได้มีการ กำหนดการใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเพื่อผลิตกระแสไฟฟัา แล้วก็ใช้ให้กับประชาชนก่อน ซึ่งอันนี้เปึนนโยบายที่เปึนนโยบายชั่วคราว ซึ่งทาง กกพ. ก็ได้ทำหน้าที่ในส่วนนี้ได้สัมฤทธิผล แล้วนะครับ ถ้าหากว่าภาคนโยบายจะมีนโยบายเพิ่มเติมอย่างไร เราก็จะได้นำมากำหนดใน ส่วนการกำกับดูแลในส่วนนี้ต่อไปนะครับ แล้วก็จริง ๆ แล้วเรื่องของ Energy Pool Price นี้ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ต้นทุนของการใช้แก๊สในอ่าวไทยเกิดความเท่าเทียม แล้วก็มีต้นทุน ที่ลดลงนะครับ แล้วสิ่งนี้ก็เปึนสิ่งที่เราพยายามที่จะให้ Priority กับประชาชน แล้วก็พี่น้อง ประชาชน แล้วก็คนในประเทศเปึนสำคัญนะครับ แต่ทั้งหมดก็อยู่บนความเท่าเทียม แล้วเราก็ต้องดูถึงผลกระทบในภาพรวมกับภาคเศรษฐกิจ แล้วก็ภาคครัวเรือนด้วยเช่นกัน

สำหรับในส่วนของการประเมินเกี่ยวกับเรื่องของการนำเข้าตัวก๊าซธรรมชาติ ในปัจจุบันนี้ก็อยากจะเรียนว่าวิธีการนำเข้าก๊าซธรรมชาตินี่ ถ้า Shipper รายใหม่ ๆ ที่จะนำเข้าทาง กกพ. ได้มีมาตรฐานกำหนดชัดเจนครับว่าจะต้องนำเข้า โดยที่จะต้อง Benchmark ก็คือมีการเทียบเคียงกับราคาในตลาดโลก ซึ่งราคาตลาดโลกที่สำคัญ ในแถบบ้านเรา ก็คือราคาที่เรียกว่า JKM นะครับ JKM นี่ก็เปึนราคาตลาดที่ใช้ในการอ้างอิง แล้วก็ต้องเปึน JKM ที่ -X นะครับ X นี้ก็คือตัวเลขที่จะต้องลดลงไปจาก JKM ก็คือคุณต้อง นำเข้าในราคาที่ถูกกว่าราคามาตรฐานในตลาดโลก เพราะฉะนั้นนั่นก็เปึนหลักประกัน อันหนึ่งว่าเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาใช้ในบ้านเราจะต้องเปึนเชื้อเพลิงที่ไม่เอาเปรียบพี่น้อง ประชาชน จะต้องเปึนเชื้อเพลิงที่มีราคาค่อนข้างจะถูก แล้วก็ไม่ก่อให้เกิดภาระกับพี่น้อง ประชาชนนะครับ

แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่เราได้มีการพูดถึงก็คือ เรื่องของการที่มีการพิจารณา การรับซื้อไฟที่เปึนไฟฟัาจากพลังงานทดแทนในอนาคตนะครับ ซึ่งต้องเรียนตรงนี้เลยครับว่า ปัจจุบันนี้ถ้าหากว่าเราดูถึงค่าไฟเฉลี่ยในระบบของเรา ถ้าอย่างรอบที่ปัจจุบันที่เพิ่งประกาศไป ก็คือที่ ๔.๑๘ บาท ต้นทุนของการรับซื้อไฟในรอบที่ผ่านมาก็อยู่ที่ประมาณ ๒.๘๐ บาท ถึงประมาณ ๓ บาทนิด ๆ ซึ่งก็จะหมายความว่าสิ่งที่นำเข้ามาในระบบนี้มันไม่ได้ไปเพิ่ม มันถัวแล้วทำให้ต้นทุนของระบบถูกลง ก็คือสิ่งที่เรามุ่งเน้น ก็คือเรามองถึงเรื่องของภาระ เรื่องของค่าใช้จ่าย แล้วก็เรื่องของต้นทุนของระบบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกันนะครับ

สำหรับอีกส่วนหนึ่งนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของคำถามที่ท่านถามถึงเกี่ยวกับ ตัวของบอร์ดของเรานะครับ ที่คุณสมบัติของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่า มีความโปร่งใส มีผลประโยชน์ไม่ทับซ้อนเช่นไร ก็ต้องเรียนตามตรงครับว่า เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ เรามีความระมัดระวังสูงมากนะครับ ซึ่งในกระบวนการที่ผ่านมาในการคัดเลือก คัดสรร บุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่ในตำแหน่งของคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงานนั้นจะต้องมีการคัดสรรจากคณะกรรมการสรรหา ซึ่งคณะกรรมการสรรหาจะต้อง เปึนผู้ที่ทรงคุณวุฒินะครับ แล้วก็เปึนผู้ที่กลั่นกรองแล้วว่าบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ตำแหน่ง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะต้องเปึนผู้ที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนนะครับ ท่านอาจจะเคยดำรงตำแหน่งในอดีตในองค์กรที่มีความสำคัญนะครับ แล้วก็เปึนผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ที่ยาวนานนะครับ แต่เมื่อท่านมาทำหน้าที่ในตำแหน่งของ กกพ. ท่านก็จะต้องไม่เกี่ยวข้อง ไม่ข้องแวะกับเรื่องของการถือหุ้นใด ๆ ทั้งสิ้นในบริษัทเอกชน เหล่านั้นนะครับ แล้วก็รวมถึงหลังจากที่ท่านทำหน้าที่จนหมดวาระไปแล้ว ก็คือ ๑ ท่านก็จะมีวาระอยู่ ๖ ป้นะครับ ก็จะต้องไม่ข้องแวะเกี่ยวกับเรื่องของกิจการพลังงานอีกอย่างน้อย ๒ ป้ เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เปึนเงื่อนไขหนึ่งในการที่เราใช้ในการคัดเลือก แล้วก็กลั่นกรองบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ของ กกพ. นะครับ

อีกส่วนหนึ่งที่ท่านมีโอกาสได้ถามถึงนะครับ ก็คือเรื่องของค่าตอบแทน ค่าตอบแทนที่ไม่ว่าจะเปึนในส่วนที่เปึนค่าตอบแทนในเรื่องของเงินเดือน ในเรื่องของ เบี้ยประชุม ก็ต้องเรียนว่าสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน ก็เปึนองค์กรรัฐนะครับ เปึนองค์กร อิสระ เพราะฉะนั้นการเทียบเคียงเงินเดือนต่าง ๆ ก็อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับองค์กรอื่น ๆ ที่ไม่แตกต่างกันเลยนะครับ ไม่ว่าจะเปึน กสทช. ไม่ว่าจะเปึนองค์กรก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเรา ก็อยู่ในมาตรฐานที่เหมือน ๆ กับเขานะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านมั่นใจว่าเราไม่ได้มีการตั้ง ค่าตอบแทนหรือค่าเบี้ยประชุมที่เกินไปกว่าเหตุ แล้วก็รวมถึงว่าในกระบวนการต่าง ๆ ที่เราทำหน้าที่เหล่านี้ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนเข้าไปอยู่ในเรื่องของต้นทุนค่าไฟน้อยมากนะครับ แล้วก็ไม่ได้มีผลในการที่จะไปกระทบในเรื่องของค่าไฟเลยนะครับ

สำหรับท่านกฤษฐ์หิรัญ ที่ท่านมีความเปึนห่วงเกี่ยวกับเรื่องของ Carbon Neutrality แล้วก็เรื่องของ Net Zero ที่เราตั้งเปัาไว้ในป้ ๒๐๕๐ และป้ ๒๐๖๕ ตามลำดับ สิ่งนี้ก็เปึนสิ่งที่ทางภาคนโยบายเองก็ให้ความห่วงใยในเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วก็คือทางภาคนโยบายเอง ก็มีการตั้งเปัาว่าภายในป้ ๒๐๔๐ การใช้พลังงานทดแทนก็จะต้องตั้งเปัาให้สูงถึงอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเปัานี้ก็เลยเปึนเปัาที่สะท้อนมาที่ทางสำนักงานกำกับกิจการ พลังงานที่เราจะต้องมีหน้าที่ในการดูแลในเรื่องของกฎระเบียบ แล้วก็เร่งรัดในเรื่องของการ รับซื้อไฟฟัาที่เปึนไฟฟัาพลังงานสีเขียวเพิ่มเติมด้วยเช่นกันนะครับ

ในส่วนของ Solar Rooftop ภาคประชาชน ก็ต้องเรียนท่านว่าเปึนโครงการ ที่ได้รับความสนใจสูงมากนะครับ จากที่ตั้งเปัาไว้ที่ ๙๐ เมกะวัตต์ ก็ปรากฏว่าตอนนี้ก็มีผู้ที่ ให้ความสนใจจนเกิน ๙๐ เมกะวัตต์ไปแล้วนะครับ ซึ่งในปัจจุบันทางสำนักงาน กกพ. ก็ได้ มีการแจ้งเรื่องนี้ไปที่ทางกระทรวงพลังงาน ซึ่งเปึนฝ์ายนโยบายว่าจะมีการทบทวนในเรื่องนี้ หรือมีการเพิ่มเปัาในอนาคตเช่นไรนะครับ เราก็ยังเฝัาติดตามอยู่ว่าจะมีการขยับในเรื่องนี้ เช่นไรต่อไป เพราะว่าทาง กกพ. ก็พยายามที่จะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ในการที่จะติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคา ไม่ว่าจะเปึนการให้อำนวยความสะดวก เรื่องของ Application ทางออนไลน์ต่าง ๆ ให้สามารถลงทะเบียนได้นะครับ แล้วก็รวมถึง เรามีสำนักงานเขตอยู่ ๑๓ เขตทั่วประเทศนะครับ บุคลากรของเราก็มีความยินดีที่จะอำนวย ความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคา แล้วเราก็ได้ มีการพูดคุยกับทางการไฟฟัาด้วยเช่นกันที่จะให้การอำนวยความสะดวก แล้วก็สนับสนุน ในเรื่องของการดูแลในการติดตั้งมิเตอร์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย แล้วก็เปึนไปโดยรวดเร็วในระยะ ต่อไปนะครับ

สำหรับในเรื่องของคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องของกองทุนไฟฟัานะครับ ก็อาจจะ ขอเชิญทางท่านผู้ช่วยนฤมิตรทำหน้าที่ในการตอบคำถามต่อไปครับ