พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ชี้ปัญหาความขัดแย้งจากการพัฒนาพื้นที่คลังน้ำมันในกรุงเทพฯ ที่กลายเป็นศูนย์กลางเมืองโดยไม่ได้วางแผนไว้แต่แรก จึงจำเป็นต้องย้ายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนในการบริหารผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการเวนคืนที่ดินใน 6 พื้นที่ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการและแรงงานจำนวนมาก รวมถึงปัญหาการจัดส่งน้ำมันและเชื้อเพลิงระหว่างการย้ายจุดกระจายสินค้า จึงเรียกร้องให้มีแนวทางแก้ไขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบประเด็นกระทู้ที่ถาม ตรงนี้ ผมก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิก เพราะว่าส่วนตัวผมเอง ผมก็เคยคิดเหมือนท่านนะครับ ตั้งแต่ เด็ก ๆ ขับรถตั้งแต่ยังไม่มีทางด่วน ก็เห็นมีโรงกลั่น มีคลังน้ำมัน มีท่าเรือที่ขนส่งน้ำมันกันอยู่ ตั้งนานแล้วครับ ตั้งแต่ความเปึนจริงก็คงมีมาตั้งแต่ก่อนผมเกิดด้วยซ้ำไปนะ แล้วก็ปัญหา ของบ้านเราก็คือเรื่องแบบนี้ คือการเติบโตของเมืองประเทศเรามันไม่ค่อยมีการวางแผนไว้ ล่วงหน้านะครับ แล้วเมื่อก่อนนี้ท่าเรือคลองเตยพูดง่าย ๆ ก็เหมือนชานเมืองเลย พูดง่าย ๆ สมัยก่อนก็ไกล แล้วก็คงจะไม่ได้มีใครคิดว่าเมืองจะเติบโตขยายไปจนถึงตรงนั้นนะครับ สมัยก่อนก็ถือว่าไกลแล้วแล้วก็ใกล้พอสมควรสำหรับการขนส่งทางน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเข้ามาจากอ่าวไทยนะครับ ผมคิดว่าเรื่องราวมันเริ่มต้นมาแบบนี้แหละ เสร็จแล้วก็เลย มีการลงทุนเรื่องของน้ำมันนะครับ ไม่ว่าจะเปึนโรงกลั่นบางจาก ซึ่งรู้สึกจะมีอยู่โรงเดียว ที่ได้พื้นที่พอที่จะสร้างตั้งแต่โบราณนะครับ แล้วก็มีพื้นที่ที่เปึนคลังน้ำมัน พื้นที่ทั้งหมด ตรงนั้นเปึนร้อย ๆ ไร่นะครับ ส่วนหนึ่งก็เปึนพื้นที่ของรัฐ คือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย บางส่วนเปึนของที่ท่านบอก ของการรถไฟ แต่หลายส่วนในนั้นก็เปึนที่ของเอกชน คือที่ของ ส่วนใหญ่ที่ว่าเอกชนคือที่ของพวกบริษัทน้ำมันที่เขาซื้อไว้เอง เช่น เชลล์ เปึนต้น เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าในพื้นที่ตรงนั้น มันเปึนพื้นที่ของกรรมสิทธิ์จากหลากหลายแห่ง อันนี้คือเรื่องของ พื้นที่ ส่วนเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ ไม่รู้จะนับป้ไหนเปึนจุดเริ่มต้น ก็คือเรื่องการตั้งโรงกลั่น เมื่อโรงกลั่นมีก็ต้องมีคลังเก็บน้ำมัน เมื่อมีคลังเก็บน้ำมันก็ต้องมีการ ขนถ่ายส่งน้ำมัน ก็เลยทำให้พื้นที่แถวนั้นที่ท่านสมาชิกถาม มันเลยกลายเปึนพื้นที่ที่เกี่ยวกับ เรื่องของน้ำมันตลอดมาเลยจนวันนี้ แต่ขณะเดียวกันก็มีการขยายตัวของเมือง มีการที่ ประชาชนเข้าไปใช้พื้นที่ ทั้งถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้างในพื้นที่เหล่านั้น ก็ทำให้เกิดปัญหา ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานตั้งขึ้นเมื่อป้ ๒๕๔๕ นะครับ ไม่กี่ป้นี้เอง ๒๐ กว่าป้ ท่านจะเห็นว่า มันเนิ่นนานหลังจากที่มีโครงการเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านั้นมันเปึน ความรับผิดชอบของหลายส่วนราชการมาก พอกระทรวงพลังงานเกิดขึ้นก็ได้มีการตั้ง คณะกรรมการที่จะมาดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องตรงนี้เหมือนกันว่าจะดูแลตรงพื้นที่ตรงนี้อย่างไร ตั้งแต่ ๒๕๔๖ ก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ คณะ เพื่อมาดูแลเรื่องพวกนี้ แล้วก็ยังดูแล อยู่ต่อมานะครับ จนหลังสุดก็มีแผนพัฒนาพื้นที่ตรงนี้ ซึ่งเปึนแผนของทางการท่าเรือ แห่งประเทศไทยที่กำหนดการพัฒนาพื้นที่ เพราะพื้นที่ตรงนี้ พูดง่าย ๆ วันนี้มันอยู่กลางเมือง ที่เขาเรียกว่า CBD ไปแล้ว จากที่ชานเมืองไกลกลายเปึน CBD ก็มีการคิดว่าพื้นที่ตรงนี้ ควรจะเหมาะสมกับการนำไปพัฒนาอย่างอื่นหรือเปล่า ขณะเดียวกันก็จะได้เอาภารกิจ ที่ใช้กันอยู่ตรงนี้ ซึ่งมันค่อนข้างล่อแหลมในเรื่องความเปึนอันตรายต่อ Public สาธารณะ ให้มันย้ายที่ออกไป อันนี้ก็เลยเปึนความเปึนมาของแผนตัวนี้ แผนตัวนี้ถ้าผมจำไม่ผิดจะมี ป้ ๒๕๖๒ แต่ว่ารัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งผมดำรงตำแหน่งเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วย เราเข้ามารับหน้าที่เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ ประมาณ ๔ ป้หลังจากแผนพัฒนาพื้นที่นี้ออก แต่ว่าเมื่อต้นป้นี้ครับประมาณวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีดำริที่จะให้ พัฒนาตามแผนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยตรงนี้นะครับ ก็มอบหมายให้ทุกส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ไปดู ในส่วนของกระทรวงพลังงานเราก็ได้ไปตรวจสอบไปดูเพิ่มเติม จากที่ว่ามีคณะกรรมการดูอยู่แล้วต่อเนื่องมานะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่านโยบาย เรื่องนี้ เหมือนที่ท่านสมาชิกถาม นโยบายตรงกันนะครับ ทั้งความห่วงใยของท่านสมาชิก ที่มีต่อพื้นที่ต่อประชาชน ก็ต้องขอบคุณท่านแทนพี่น้องประชาชน แต่ว่าตรงกันกับตัวของ ภาครัฐ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยประจำหรือหน่วยการเมืองตรงกัน แต่ปัญหาขณะนี้มันไม่ใช่เรื่อง นโยบาย ปัญหาขณะนี้มันเรื่องของการที่พื้นที่ตรงนี้มันได้รับการพัฒนาไปในเชิงเรื่องของ น้ำมันจนลงรากลึกมากเหลือเกินนะครับ ถ้าผมสรุปคร่าว ๆ จะมีพื้นที่ที่เปึนคลังน้ำมันของ หน่วยงานต่าง ๆ ประมาณ ๖ แห่ง ที่อยู่ใน Area ทั้งหมดที่ท่านถาม ก็คือในพื้นที่ทั้งหมด จะเปึนคลังน้ำมันของ ปตท. กับ OR กับบางจาก ๑ ส่วนนะครับ แล้วก็เปึนของ OR พระโขนงอีกส่วนหนึ่ง แล้วก็เปึนคลังน้ำมันของเชลล์ อันนี้เชลล์นี่เอกชน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เปึนของเชฟรอน นี่ก็เอกชน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ แล้วก็ของบางจากนะครับ แล้วก็ เปึนเรื่องของระบบขนส่งน้ำมันทางท่อของบริษัท บาฟส์ ตรงนี้ผมอยากขออนุญาตเรียนว่า แต่เดิมอาจจะเปึนพื้นที่ที่เปึนน้ำมันไม่เยอะมาก แต่ตอนหลังที่พัฒนามาจนวันนี้ มันไม่ได้มีแค่ น้ำมันเตาแบบที่ท่านว่า มันกลายเปึนว่าเก็บน้ำมันทุกประเภทที่ใช้ในกรุงเทพมหานคร เกือบทั้งหมดด้วย และที่เปึนจุดกระจายไปในภาคเหนือและภาคตะวันตกด้วยนะครับ และที่สำคัญคือเปึนจุดที่ส่งไปเรื่องน้ำมันเครื่องบินด้วย ของบาฟส์ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะเปึนคลังน้ำมันเครื่องบินด้วย แล้วก็เปึนจุดที่ขนส่งน้ำมันเครื่องบินไปที่ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ แล้วนอกจากเรื่องของน้ำมันซึ่งเปึนจุดเริ่มต้นของพื้นที่ตรงนี้ในอดีต วันนี้กลายเปึนแหล่งรวบรวมและเก็บแก๊สด้วย ในขณะที่ข้างหนึ่งเราต้องการทำอย่างไรจะ ควบคุมไม่ให้มันเกิดอันตรายมากขึ้น แต่ว่ามันก็มีวัตถุดิบที่เปึนอันตรายเพิ่มมากขึ้นด้วยความ จำเปึนของไทยเชิงความต้องการใช้ของประเทศและเรื่องของทางธุรกิจของเขานะครับ พื้นที่ตรงนี้มันเลยกลายเปึนพื้นที่ซึ่งแยกไม่ออกเลยครับ ที่จะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ไม่ใช่ว่า ไม่คิดจะแก้ ต้องแก้ แต่เรียนให้ฟังว่ามันไม่ง่ายเหมือนที่เคยคิดในอดีต เพราะมันซับซ้อนมากไป
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องของค่าใช้จ่ายและผลกระทบในส่วนที่คำนวณออก มาแล้ว ๖ พื้นที่ที่เรียนท่านสมาชิก ค่าใช้จ่ายตรงนี้เปึนแสนล้าน ประเด็นคือ แล้วถ้าเปึน นโยบายรัฐให้เขาออกค่าชดเชยเฉพาะค่าขนย้ายไปสร้างใหม่เปึนแสนล้านจะเอาตรงไหน และค่าชดเชยในเชิงธุรกิจ พูดง่าย ๆ คือเขาทำธุรกิจเขา สมมุติต้องย้ายไปสร้างที่ใหม่ ๕ ป้ กว่าจะเสร็จสมมุติ ๕ ป้ ค่าใช้จ่ายการขนย้ายและก่อสร้างส่วนหนึ่งแล้ว และส่วนที่เขาขาด ทำธุรกิจไปไม่ได้ตรงส่วนนี้ใครจะรับผิดชอบชดเชยเปึนเงินอีกมหาศาลที่จะเกิดผลกระทบ ตามมานะครับ อันนี้คือเรื่องของค่าใช้จ่าย แต่สิ่งที่ตามมาก็คือว่าในระหว่างนั้นคนจำนวนมาก ที่ทำงานอยู่ช่วงนี้เปึนหมื่นคนจะมีปัญหาในเรื่องของการทำงานนะครับ ตำแหน่งงาน ค่าใช้จ่ายของครอบครัว อะไรต่าง ๆ ก็จะเกิดปัญหาตรงนี้อีกนะครับ
และอีกส่วนหนึ่งคือปัญหาเรื่องของการ Supply เขาเรียกว่า การจัดส่ง ทั้งน้ำมันที่ต้องใช้ ไม่ว่าจะเปึนดีเซล เบนซิน หรือว่าน้ำมันเครื่องบิน แล้วรวมไปถึงแก๊ส ในระหว่างขนย้ายถ่ายเทตรงนี้ ซึ่งเปึนจุดกระจายหรือส่งต่าง ๆ ตรงนี้ให้ประชาชน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครเกือบทั้งหมด ผลกระทบตรงนี้จะทำอย่างไร จะเอาน้ำมันก็ดี จะเอาแก๊สก็ดีจากตรงไหนมา Supply ในระหว่างที่ไปตรงนี้หมดแล้วนะครับ แล้วก็เรื่องของ เครื่องบินอีก น้ำมันเครื่องบินที่ต้องใช้โดยสารเดินทางกันทุกวัน จะไปอยู่ตรงไหนในช่วงขนย้าย และมันจะต้อง Supply ให้พอกับที่ทำอยู่ตรงนี้นะครับ ทั้งหมดนี้ที่ผมเรียนคร่าว ๆ ว่าเปึน ปัญหาซึ่งกำลังหาทางออกกันอยู่ว่าจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นปัญหาไม่ใช่เรื่องนโยบายว่า เห็นด้วยตรงกันไหมว่าควรจะขยาย ตรงนี้ตรงกัน แต่ขณะนี้ปัญหาคือไม่ใช่เรื่องว่า นโยบายจะ ย้ายหรือไม่ย้าย ปัญหาขณะนี้คือ แก้ไขปัญหาผลกระทบทั้ง ๓-๔ เรื่องที่ผมเรียนท่าน จะแก้อย่างไรจะทำอย่างไร ซึ่งมันเปึนเรื่องใหญ่มากนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้พูด ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ ซึ่งก็ต้องถือว่าเปึนมติคณะรัฐมนตรีด้วย ก็คือว่าพยายามทำก็แล้วกันนะครับ ให้ทุกส่วนงานไม่ใช่เฉพาะกระทรวงพลังงานนะครับ ไปหาวิธีแก้ไขทำอย่างไร แล้วเราจะขอความร่วมมือกับเอกชนอย่างไร ในส่วนของเปึนภาครัฐ ยังพอที่จะขยับหรือช่วยเหลือ Support จากภาครัฐได้ เช่น ปตท. อะไรอย่างนี้เปึนต้นนะครับ แต่ในส่วนของบริษัทที่เปึนเอกชนโดยแท้ เรายังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ ก็ขออนุญาตเรียนท่านเบื้องต้นตามนี้ แต่ว่าผมขออนุญาตว่ารายละเอียดต่าง ๆ พวกนี้ เดี๋ยวผมจะทำข้อมูลส่งให้ท่านทราบเปึนรายละเอียดอีกทีหนึ่งนะครับ