สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการเจรจาโครงการทางพิเศษและรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ยังไม่สามารถลดค่าโดยสารให้ได้ 20 บาทตลอดสายตามนโยบาย พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการประมูลที่อาจเอื้อประโยชน์เอกชนและส่งภาระทางการเงินกลับมาที่รัฐและประชาชน โดยเรียกร้องให้มีการเจรจาใหม่เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างแท้จริง พร้อมผลักดันกฎหมายว่าด้วยรางและตั๋วร่วมเพื่อความเป็นธรรมในระยะยาว.
ขอบคุณครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้ออกมาชี้แจงในส่วนของคำถามที่ ๑ นะครับว่า ได้ตอบทาง Official ไปแล้วนะครับ แล้วก็รัฐบาลเป็นไม้ที่ ๔ แล้วมันทำได้แค่นี้ แต่ว่าผมจึงได้ ถามว่าแล้วมันได้ทำอะไรเพิ่มเติมจากไม้ที่ ๓ บ้างครับ ท่านได้เจรจาอะไรเพิ่มเติมที่มันเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนบ้าง ในเมื่อมันเห็นอยู่ว่าส่วนต่าง ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมก็พยายามมองบวกว่าที่มันเข้ากระเป๋าใครก็ไม่รู้อย่างน้อยมันมีประมาณสัก ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ที่มันไปถึงประชาชนจากการลดค่าผ่านทาง แม้ว่าวิธีลดค่าผ่านทางนี้ จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตในปีที่ ๑๐
สำหรับคำถามที่ ๒ ท่านก็เลยตอบซึ่งอันนี้ตรงกัน ท่านก็ตอบว่าใช่มันจะเกิด ปัญหาในปีที่ ๑๐ ท่านก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดปัญหาในปีที่ ๑๐ แล้วท่านก็ให้ข้อมูลตรงกันอีก ว่าจะเก็บ ๑ สถานี ๑๗ บาท แล้วก็สูงสุดไม่เกิน ๔๔ บาท แต่อย่าลืมนะครับ เรามีส่วนต่าง ที่อย่างน้อยยังเหลืออีก ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านจริงใจกับนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย ของท่าน ท่านก็เจรจาลดราคาสิครับ ไม่ใช่เซ็นไปไว้สำหรับราคาแพง ๆ แล้วถึงเวลา ก็จะเอาเงินมาอุด แล้วเงินที่จะเอามาอุดก็คือเงินของคนทั้งประเทศครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
แล้วมันก็ไม่ได้เป็นตามที่ ท่านหาเสียงไว้นะครับ ขออนุญาตเอาสไลด์ขึ้นนะครับ สำหรับประเด็นที่ ๓ ผมถามเรื่อง ๒๐ บาทตลอดสายนี่ก็ได้ครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมเคยอภิปรายเตือนท่านไปแล้วตอนที่นโยบาย รัฐบาลเข้ามานะครับ ท่านประกาศไว้ว่าอะไรครับ ว่าจะเจรจาเพื่อลดราคา ท่านประกาศไว้ว่า จะทำทุกสายแล้วก็ข้ามสายได้ อย่างเช่นว่า สายสีเขียวไปต่อสายสีน้ำเงินจ่าย ๒๐ ไม่ใช่จ่าย ๔๐ ท่านประกาศท่านนายกบอกว่า ๓ เดือนนะครับ แต่อันนี้โอเคก็เข้าใจตอนหลังท่านก็มาเลื่อน ในสภาวันนั้น ว่าขอเป็น ๒ ปีแล้วกัน กันยายน ๒๕๖๘ แต่ท่านบอกว่าจะเจรจาเพื่อลดราคา แล้วถ้าจะเจรจาเพื่อลดราคาอย่างในสายสีส้มก็ต้องเจรจาก่อนเซ็นสัญญา แล้วมันก็มีส่วนต่าง ที่เกิดขึ้น ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอย่างน้อยที่สุดมันยังเหลืออีก ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท แทนที่จะเอาไปลงกระเป๋าใครนี่อย่างน้อยมาลงกระเป๋าประชาชนยังดีกว่านะครับ แล้วจริง ๆ วันนั้นพรรคก้าวไกลก็เตือนแล้ว เมื่อสักครู่นี้ท่านชี้แจงเรื่องของจะยื่น พ.ร.บ. รางกับตั๋วร่วม เดือนหน้า ผมก็บอกแล้วว่า ๓ เดือนมันเป็นไปไม่ได้แน่นอนมันต้องมี พ.ร.บ. ราง พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ผมก็เตือนตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ แต่ก็ตรงกันนะครับว่ามันต้องมีกฎหมายในเรื่องของ พ.ร.บ. ราง แล้วก็ พ.ร.บ. ตั๋วร่วม แต่ไม่ใช่หาเสียงไปเรื่อยบอกว่าจะเจรจาเพื่อลดราคา แล้วถึงเวลา ก็ไม่ได้ทำอะไรนี่ครับ สายสีส้มไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วก็จะเอาเงินพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไปอุด แถมยังบอกอีกหลังปีที่ ๑๐ ก็มีทางเลือกนะ ใช้รถเมล์ได้ราคาถูก จริง ๆ ท่านจะทำค่าโดยสารร่วมนี่ ต้องคิดทั้งรถเมล์และรถไฟฟ้าไม่ใช่ละเลยรถเมล์ ทุกวันนี้รถเมล์เป็นอย่างไรบ้างครับ ท่านจะเอาเงิน ไปอุดหนุนแต่รถไฟฟ้าแล้วรถเมล์เป็นอย่างไรบ้าง รถเมล์ถูกกว่าเยอะครับ แล้ววันนั้น ผมก็เตือนแล้วว่าสายสีเขียวมันมีปัญหา มันมีความไม่ชอบมาพากล อันนี้โดย BTS เลยนะ ที่จะใช้มาตรา ๔๔ อะไรต่าง ๆ ผมบอกแล้วผมไม่ได้ช่วย BEM หรือช่วย BTS แต่ต้องการ ให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมจริง ๆ และถ้าในปี ๒๕๖๓ มันเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม รัฐประหยัดไปได้ ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท และสายสีส้มผมก็เตือนแล้วว่ามีปัญหา แต่วิธีที่ท่านใช้ คืออะไรครับ วันนั้นผมจำได้เลยว่าหลังจากวันนั้น ๑-๒ วัน ท่านสุริยะก็แค่ไปถือแบงก์ ๒๐ แล้วบอกลดราคาแล้ว สายสีม่วง สายสีแดง ซึ่งสายสีม่วง สายสีแดงลดราคาเหลือ ๒๐ บาท ไม่ใช่เรื่องใหม่ รัฐบาลอื่นก็เคยทำมาแล้ว ๆ แล้วมันก็เอาหนี้ไปโปะไว้กับรัฐวิสาหกิจ มันไม่ได้ เป็นการแก้ปัญหา และที่สำคัญท่านหาเสียงไว้ว่าทุกสายแล้วก็ข้ามสายได้ แล้วนี่สายสีส้ม ท่านได้เจรจาอะไรไปบ้างนะครับ มันจะใช้เงินอุดแน่นอนนะครับ
คำถามผมในส่วนของคำถามที่ ๓ นะครับว่ารัฐบาลนี้ได้มีการเจรจาตาม นโยบายที่หาเสียงไว้ ๒๐ บาทตลอดสายบ้างหรือไม่ ผมพูดถึงในส่วนของสายสีส้มนะครับ แล้วผมก็เตือนมาแล้วตั้งแต่ตอนท่านประกาศนโยบายว่าเรื่องนี้มันยาก แล้วมันก็มีส่วนต่าง อยู่เยอะ ถ้าท่านจะเจรจาเพื่อประชาชนจริง ๆ ต่อให้มันลดได้ไม่ถึง ๒๐ บาท มันก็ลดได้ถึง ระดับที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า แล้วผมก็เตือนแล้วด้วยว่าต้องคิดทั้งรถไฟฟ้า กับรถเมล์ร่วมกัน ไม่ใช่มองเป็นโลกคู่ขนานแล้วอุดหนุนแต่รถไฟฟ้าแล้วละเลยรถเมล์ อย่างไรก็ตาม ก็ขอเอกสารการประชุมที่มันแสดงได้ถึงการเจรจาให้เกิด ๒๐ บาท ตลอดสายในส่วนของ สายสีส้มนะครับ ไม่ใช่การพูดลอย ๆ ว่าทำแล้วนะ เพราะตัวเลขมันก็เห็นกันอยู่ว่าไม่ได้ มีการเจรจาอะไรเพิ่มเติมจากที่ท่านเรียกว่าไม้ที่ ๓ และท่านเป็นไม้ที่ ๔ ท่านนั่งนิ่ง ๆ หาเสียงไป โฆษณาไป ๒๐ บาทตลอดสาย แต่ก็ไม่ได้ทำด้วยซ้ำ เราพูดถึงสายสีส้มนะครับ ไหนบอกว่าจะ เจรจาเพื่อลดราคาครับ และสุดท้ายมันจะออกเป็นน่าว่าใช้เงินของคนทั้งประเทศไปอุด แล้วเรากำลังพูดถึงเงินปีละร่วม ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการรักษาหน้าเพื่อทำนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย แล้วก็ไม่ได้ทำตามที่หาเสียงไว้อย่างที่ผมแสดงในสไลด์นี้ครับ หาเสียงไว้ ว่าทุกสายข้ามสายภายใน ๓ เดือนแล้วก็จะเจรจาเพื่อลดราคา จริง ๆ แล้วนโยบายท่าน คนเขียนนโยบายยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ ท่านบอกว่าตั๋วร่วม ๒๐ บาทตลอดสาย แต่สิ่งที่ท่าน จะทำเขาเรียกว่าค่าโดยสารร่วม ๒๐ บาทตลอดทาง มันไม่ใช่ ๒๐ บาทตลอดสาย ไปคิดมาใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นกล่าวโดยสรุปนะครับ หากท่านยังเดินตามวิธีอย่างนี้แล้ว ท่านจะใช้วิธีใช้เงินของคนทั่วประเทศมาอุดเพื่อรักษาหน้าให้เป็น ๒๐ บาทตลอดสาย มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Induced Demand ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนอีกรอบ สายสีส้มนี่เห็นชัดเลยครับ ก็ท่านเซ็นสัญญาอย่างที่ท่านก็ตัวเลขตรงกับผมว่า ๑ สถานี ๑๗ บาท สูงสุดไม่เกิน ๔๔ บาท เพราะฉะนั้นอยู่ ๆ จะไปปรับว่าสูงสุดแทนที่เป็น ๔๔ บาท ให้เป็นสูงสุดไม่เกิน ๒๐ บาท ใช้เงินอีกมหาศาล แล้วจะเกิด Induced Demand ไปเอื้อเอกชนเพิ่มเติมอีก ฉะนั้นกล่าวโดยสรุป เรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็น Mega deal ที่เพิ่งเซ็นกันไปเมื่อ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ แล้วก็ เป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง มันมีกระบวนการ มีอะไรต่าง ๆ ทางราชการอะไรเกิดขึ้น แต่มันผิดเห็น ๆ มันทุจริตเห็น ๆ มันมีเงินส่วนต่าง ๖๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมถึงบอกว่าเรื่องนี้ มันถูกต้องโดยทุจริต ย้ำนะครับว่าเรื่องนี้ถูกต้องโดยทุจริต เกิดความเสียหายต่อรัฐ ๖๘,๖๑๓ ล้านบาท แต่สุดท้ายไม่มีใครผิดเลยใช่ไหมครับ เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือครับ มันเกิดอะไรขึ้นกับการประมูลงานของรัฐในประเทศนี้ แบบนี้นะครับ คนอนุมัติรวย แต่ประชาชนซวยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน