ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประชามติ โดยตั้งข้อสังเกตถึงบทบัญญัติของศาลรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ต้องมีประชามติก่อนจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของการใช้อำนาจโดย คสช. ที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและส่งผลต่อความโปร่งใสของรัฐธรรมนูญปี 2560 เสนอให้ทบทวนร่างกฎหมายประชามติให้มีความเป็นธรรม มีการมีส่วนร่วมจากประชาชนอย่างแท้จริง และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงท่าทีชัดเจน พร้อมผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างเต็มที่
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายในเรื่องพระราชบัญญัติประชามติฉบับแก้ไข ซึ่งมีทั้งร่างรัฐบาล แล้วก็ ๓ พรรคการเมือง คือพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ขอเรียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนมูลเหตุจูงใจในการที่จะแก้ตรงนี้เชื่อว่าทุกท่านมีตรงกันก็คือ อยากที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร ป้ ๒๕๖๐ เพราะถูกวางกลไกไว้ให้แก้ไข ยากเหลือเกิน สิ่งที่มาทับอีกทีหนึ่งเพื่อให้ยากขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็คือในส่วนของคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า หากรัฐสภาต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ต้องจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติเสียก่อน ว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว และเมื่อจัดทำ รัฐธรรมนูญเสร็จแล้วต้องให้ประชาชนมีประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง นั่นคือศาลรัฐธรรมนูญซึ่งกลไกที่มาจากรัฐบาล คสช. ตั้งโดย สว. มากำหนดกฎเกณฑ์นี้ขึ้นมานอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคการเมือง อยากที่จะแก้ไขประชามติตรงนี้เปึนสิ่งสำคัญ แต่หากเราดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เขาบอกว่า รัฐสภา ศาล หรือองค์กรอื่นต้องปฏิบัติหน้าที่ ให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม จะทำนอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมามาตรา ๒๑๐ ของรัฐธรรมนูญเขาบอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
๑. พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมาย หรือร่างกฎหมาย
๒. พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ
๓. หน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
ไม่มีให้ศาลรัฐธรรมนูญสามารถกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ในการกระทำ ประชามติ หรือร่างกฎหมายใดได้ นี่คือข้อสงสัยว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นกระทำเกินอำนาจ หน้าที่ เกินอำนาจของตัวเองตามกฎหมายหรือไม่ ในการกำหนดตามคำพิพากษา ที่ ๔/๒๕๖๔ แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเราเห็นว่าทุกฝ์ายเห็นพ้องกันว่า การทำรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องทำ ประชามติ ทั้งที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ทำประชามติเพียงแค่ครั้งเดียว แต่การกำหนด กฎเกณฑ์ใหม่มีอย่างน้อย ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง บางคนตีความว่าเปึน ๓ ครั้ง ผมดูแล้วมันเกินเลยไป หรือไม่ในส่วนนี้ และมันชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่ การใช้อำนาจเกินกฎหมายในการ กำหนดตรงนี้มันเกินหรือไม่ นี่เปึนประเด็นหนึ่งที่เปึนการป่ดล้อม เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ยากถึงยากที่สุด
ถัดมา กระบวนการทำกฎหมายประชามติ เพื่อจะแหวกล้อมตรงนี้ของฝ์าย ที่มาจากประชาชน คือฝ์ายพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น ก็พยายามจะทำ แต่มีข้อโต้แย้ง เพิ่มขึ้นมาอีกอันหนึ่ง ก็คือว่ากฎหมายประชามติที่จะแก้ไขนั้น จะต้องเปึนกฎหมายปฏิรูป ประเทศหรือไม่ นั่นคือต้องผ่านรัฐสภา ไม่ใช่กฎหมายผ่านกรณีปกติเหมือนกับในส่วนของ สภาผู้แทนราษฎร แล้วไปวุฒิสภาหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้มีการโต้แย้งกันอยู่มากมาย ซึ่งอาจเปึนบันไดสกัดอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากให้ตัวแทนรัฐบาลช่วยตอบประเด็นนี้ด้วยว่า เหตุใดรัฐบาลถึงเสนอร่างนี้มาประกบกับร่างของก้าวไกล เพื่อไทย และเพิ่มร่างของ ทางพรรคภูมิใจไทยด้วย ผมเชื่อว่าท่านพร้อมที่จะตอบในคณะทำงานการทำประชามติ ของรัฐบาล เชื่อว่าตอบตรงนี้ได้
ประเด็นต่อมา ก็คือว่าในเรื่องของการทำประชามติ โดยหลักการทำ ประชามติแล้ว ก็คือการจำกัดอำนาจของรัฐบาลไม่ให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ และเคารพ เสรีภาพของประชาชนในการแสดงเจตจำนงร่วมกัน เพื่อเข้ามีส่วนร่วมทางการเมือง ในกระบวนการตัดสินใจ นี่คือหลักประชามติตามหลักเสรีทั่วไป แต่กระบวนการทำประชามติ ของเรานั้น มันมีข้อขัดข้องและมีบทเรียนจากการทำประชามติในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๖๐ ในป้ ๒๕๕๙ ค่อนข้างมาก และร่างทั้ง ๔ ฉบับที่เกิดขึ้นนั้นเปึนตัวแก้ไขสิ่งเหล่านั้นได้ดี แต่ผมดูแล้วอาจจะไม่ครบถ้วน ผมขอตั้งข้อสังเกตและตั้งประเด็นของการทำประชามติ ป้ ๒๕๕๙ และดูว่าร่างนี้จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมในชั้นกรรมาธิการอย่างไร
ประการที่ ๑ ก็คือ ในการทำประชามติรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๙ ตัวร่างที่ใช้ถาม ความเห็นมาจาก คสช. ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มาจากประชาชนเลยนะครับ ซึ่งตรงนี้ ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบเนื้อหา สิ่งที่เรามาประชามติตั้งแต่ต้น แต่มีเพียง โอกาสที่จะเลือกระหว่างเห็นชอบและไม่เห็นชอบในเนื้อหาที่เสนอมาแล้วเท่านั้น ซึ่งประชาชนบางคนอาจเห็นชอบ และบางส่วนไม่เห็นชอบ บางส่วนไม่มีทางเลือกที่จะออก เสียงได้ นี่คือสิ่งที่กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะต้องทำ ในการตั้งคำถามจะต้องให้ประชาชนนั้น มีส่วนร่วมและแก้กฎหมายเพื่อตัดปัญหาเหล่านี้
ประการที่ ๒ คสช. ออก พ.ร.บ. ประชามติ จำกัดความคิดเห็นนะครับ คือมีออกบอกว่าห้ามทำประชามติ เช่น ก้าวร้าว ปลุกระดม ข่มขู่ มีโทษจำคุกสูงสุดถึง ๑๐ ป้ อันนี้คือจำกัดให้คนมีความเห็นต่างจากรัฐธรรมนูญ หรือคำถาม หรือร่างต่าง ๆ ขึ้นมา เรื่องนี้ ในร่างมี ร่างรัฐบาล ร่างของพรรคก้าวไกลมี แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ อยากให้ท่านเขียน ให้ละเอียด เพื่อจะไม่ให้ถูกป่ดกั้นแบบนี้นะครับ
ประการที่ ๓ คสช. ใช้อำนาจควบคุมสื่อห้ามกิจกรรมทางการเมือง นี่คือเปึน ระบบในการทำในป้ ๒๕๕๙ ใช้การควบคุมไม่ให้มีการแสดงออกความคิดเห็นโต้แย้งระหว่าง ๒ ฝ์ายที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันทำให้คนจำใจบางคนอยากเลือกตั้ง ก็ต้องไปเลือกก่อน การจะอ้างความชอบธรรมในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ที่ทำประชามตินั้น น่าจะขาดความ ชอบธรรมอย่างยิ่ง เรื่องนี้เราต้องดูนะครับ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ ก็คล้ายกฎอัยการศึก ในการให้อำนาจทหารจับกุมประชาชนไปคุมขังได้ ๗ วัน เรื่องอย่างนี้ไม่อยากจะให้มี อยากจะให้เขียนในเชิงส่งเสริมสนับสนุนให้ทำความเห็นและอภิปรายอิสระอย่างกว้างขวาง มีนะครับในร่างแต่อาจจะไม่รอบคอบเท่าไร
๔. เวทีเสวนาจัดกิจกรรมสาธารณะถูกป่ดกั้น นั่นหมายความว่ามันเปึนระบบ ควบคุมโดย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ร่างใหม่นี้ควรจะเขียนส่งเสริม ตรงนี้ยังไม่มีนะครับ ให้สื่อมวลชนการจัดเวทีนั้นเกิดอย่างเสรี ไม่ใช่ไปภาครัฐอย่างเดียวนะครับ ในส่วนตรงนี้ บางร่างบอกว่าภาครัฐสามารถสื่อสารได้แต่อยากให้ส่งเสริม ทำอย่างไรให้ร่างกฎหมายนี้ สามารถส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมในการอภิปรายอย่างกว้างขวาง เพื่อให้ประชาชนนั้น สามารถที่จะเข้าถึงก่อนที่ตัวเองจะลงประชามติ
๕. การไม่แจกร่างรัฐธรรมนูญนะครับ แจกแต่เอกสารชวนเชื่อ สิ่งเหล่านี้ รัฐบาลจะต้องนำไปทำเหมือนกัน ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้ควรจะต้องมีให้ถึงในการแจกร่าง รัฐธรรมนูญให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง จะเปึน File ใน Internet หรือเปึนหนังสือต้องถึง ไม่ใช่ไปบางส่วนหย่อม ๆ แล้วก็เอกสารชวนเชื่อเข้าไปแล้วให้หนุนในการรับร่างเฉย ๆ สิ่งเหล่านี้ควรจะแก้ไขในร่างฉบับนี้
๖. กลไกของรัฐให้นำเสนอแต่ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่างเช่น ใช้อาสาสมัครรักษาดินแดนเปึนวิทยากรอาสารักษาเขตชายแดนเผยแพร่ประชาชน ครู ก ข ค เลยนะครับไปในส่วนนี้ มันไม่ใช่กลไกในการช่วยในการสนับสนุนให้เห็นทุกฝ์าย ทุกด้าน และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ นั้นออกมาโดยที่ฟังแต่ฝ์ายเดียว และจำกัดฝ์ายตรงข้าม
๗. ประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง นั่นก็คือการใช้สื่ออะไรไม่ค่อยได้ทั่วถึงเท่าไร ดังนั้นควรจะเขียนข้อไปว่าจะประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงในการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ ทาง Internet ทางสื่อมวลชนทุกอย่างในส่วนนี้รัฐบาลจะต้องทำ ต้องเขียนในร่างฉบับนี้นะครับ
๘. คำถามพ่วงเปึนคำถามที่สำคัญ มันไม่ได้ออกแบบโดยประชาชนแล้ว ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสาระของการสนับสนุนให้การเห็นชอบมุ่งให้เห็นครับ เพื่อให้การปฏิรูป ประเทศเกิดความต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงสาระสำคัญที่จะให้อำนาจแก่ สว. โดยใช้คำว่า ที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภา แต่ไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่า สว. ชุดแรกมาจากการแต่งตั้ง มีสิทธิเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีได้ นี่คือการหมกเม็ดซึ่งทำขึ้นมา ทำอย่างไรถึงจะเขียนในส่วนของตัวกฎหมาย ฉบับนี้ ร่างของพรรคก้าวไกลค่อนข้างที่จะเขียนออกมาได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ ให้ชี้แจง ให้ข้อมูลทั้ง ๒ ฝ์าย ร่างของพรรคเพื่อไทย ร่างของรัฐบาลก็เขียนชัดเจน รวมถึง ร่างพรรคภูมิใจไทยก็เขียน แต่ผมอยากให้ในชั้นกรรมาธิการนั้นฝากไปแก้ไขปัญหาที่ ข้อขัดข้องเหล่านี้ให้ดีขึ้น
ประการต่อมา ในเรื่องของระบบการใช้เสียง ๒ ชั้น ความเห็นข้างมาก ๒ ชั้น ที่เกิดขึ้น ตรงนี้เปึนสิทธิที่ทุกฝ์ายเห็นร่วมกัน ขอบคุณพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่ตัวแทนท่านได้กรุณาบอกว่า ถึงแม้จะมีข้อขัดข้องในกรณีของเสียงข้างมากในชั้นของ ผู้ใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งท่านสามารถที่จะตกลงปรับได้ในส่วนล่างในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้กรณีสำคัญที่สุดที่จะให้ผ่านร่างประชามติแบบนี้มันสามารถที่จะผ่านไปได้
เรื่องต่อมา ก็คงเปึนเรื่องของการใช้กรณีของไม่ใช่รัฐธรรมนูญ การใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ในการมีส่วนร่วม ในการที่เสนอประเด็นต่าง ๆ เข้ามา เรื่องนี้ร่างพรรคก้าวไกล มีนะครับ
ถัดมา ก็คงเปึนเรื่องของการที่จะให้เผยแพร่ในเรื่องต่าง ๆ ได้ และการกำหนด วันที่ให้วันเลือกตั้งเปึนวันเดียวกับการประชามติได้ในส่วนนี้
ทั้งหมดนี้เปึนความร่วมมือร่วมใจกันของตัวพรรคการเมือง ผมอยากให้ การร่วมมือร่วมใจของฝ์ายที่มาจากประชาชนนั้น ร่วมใจให้แข็งขันนะครับ ข้อขัดแย้งมีน้อย มากครับ แล้วผมเชื่อว่าครั้งนี้จะเปึนการฝ์าวงล้อมที่ถูกป่ดล็อก เราไม่ทราบว่าอะไรมาจะมี การส่งตีความแล้วก็ตีให้ตกไปหรือไม่ อย่างไร แต่ความร่วมมือของฝ์ายที่มาจากประชาชน เปึนสิ่งสำคัญที่จะต้องเดินหน้าร่วมกัน และผมเชื่อว่าร่างประชามติฉบับนี้จะออกมาใน ทิศทางที่ดี และทำให้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และสามารถทำประชามติในประเด็นต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และเคารพเจตจำนงของประชาชนได้มากขึ้นในการตัดสินใจร่วมในทุกระดับ ไม่ว่าระดับชาติ หรือระดับท้องถิ่นครับ