สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๗

ขัตติยา สวัสดิผล หารือเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเรียกร้องการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทิศทางของประเทศ ขัตติยา สวัสดิผล หารือเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อเป็นการกำจัดอุปสรรคและช่วยจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และยังพูดถึงความสำคัญของเสียงประชาชนและกระบวนการประชาธิปไตย โดยเรียกร้องให้สมาชิกสภาสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในการตัดสินใจและรักษาความไว้วางใจในระบอบประชาธิปไตย

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ในระบอบประชาธิปไตยเสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์ เพราะ ประชาชนคือเจ้าของอำนาจที่แท้จริง เราในฐานะพรรคการเมืองและผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ แปรเปลี่ยนเสียงเรียกร้องของพี่น้องประชาชนนั้นไปปฏิบัติจริง ผ่านกระบวนการ ทางการเมืองในระบบ หลายป้ที่ผ่านมาข้อเรียกร้องของประชาชนที่ถูกเปล่งออกมาดังที่สุด สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งและช่องทางอื่น ๆ นั้นก็คือความต้องการที่จะมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญที่เปึนของประชาชนอย่างแท้จริง เสียงเรียกร้องต้องการดังกล่าวเปึนผลลัพธ์มาจากความเลวร้ายของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ ซึ่งนอกจากจะมีกระบวนการการได้มาที่ไม่ชอบธรรมแล้ว ยังเปึนรัฐธรรมนูญที่ทิ้งมรดกของ คณะรัฐประหาร และมีเนื้อหาที่สร้างความไร้เสถียรภาพต่อการเมืองไทยมากที่สุดฉบับหนึ่ง จนถึงปัจจุบัน พวกเราพรรคเพื่อไทยได้ยินเสียงเรียกร้องของประชาชนในเรื่องนี้อย่างชัดเจน มาโดยตลอด นี่จึงเปึนเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยถือเอานโยบายการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนนั้นเปึนนโยบายเรือธงในการหาเสียงเลือกตั้ง และย้ำ เจตนารมณ์ในเรื่องนี้ด้วยการที่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาล ๑๑ เดือนที่ผ่านไปจนถึงวันนี้และวินาทีนี้ รัฐบาลของ พรรคเพื่อไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่การเดินของ พรรคเพื่อไทยเราจะต้องเดินอย่างมียุทธศาสตร์ เดินด้วยความระมัดระวัง และเดินด้วย ความรอบคอบ เพื่อไม่ให้ถูกกลไกซ่อนเร้นของคณะรัฐประหารนั้นมาขัดขวางการเดินทาง ของเราจนสะดุดหยุดล้มและไปไม่ถึงเปัาหมาย นั่นก็คือรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ดิฉันพูดถึงกลไกซ่อนเร้นของคณะรัฐประหาร หนึ่งในกลไก ซ่อนเร้นอันนี้ที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ ไว้ไม่ให้ถูกแก้ไขได้โดยง่าย และเปึนด่านสกัดขัดขวางที่จะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่รัฐธรรมนูญที่เปึนของประชาชน นั่นก็คือพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเปึนสิ่งที่เรากำลัง อภิปรายกันอยู่ในตอนนี้ สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายแล้วถึงรายละเอียดในเชิงเนื้อหาสาระ ของตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวันนี้ดิฉันจึงอยากจะขออภิปรายในภาพที่กว้างขึ้นด้วยการ ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ทำไมการทำประชามตินั้นจึงสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย และทำไมเราถึงจำเปึนต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ฉบับปัจจุบันที่เราใช้อยู่ ท่านประธานที่เคารพคะ ต่อคำถามแรกว่าการทำประชามตินั้น มีความสำคัญอย่างไรต่อระบอบประชาธิปไตย ในระบอบประชาธิปไตยแบบมีตัวแทนซึ่งใช้กันอยู่ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย แม้เราจะมีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรเข้าไปใช้อำนาจอธิปไตย แทนประชาชนผู้ซึ่งเปึนเจ้าของอำนาจ แต่ระบอบการเมืองแบบตัวแทนก็มีข้อจำกัดค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดสถานการณ์ที่เราจะต้องตัดสินใจในเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญมาก ๆ ต่ออนาคตของประเทศ การตัดสินใจของผู้แทนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ อาจไม่ได้เปึนการสะท้อน ความต้องการของพี่น้องประชาชนที่เปึนเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ด้วยเหตุนี้ประเทศที่ใช้ ระบอบเสรีประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลจึงกำหนดให้มีเครื่องมือในการที่จะรับฟังเสียง ประชาชน กำหนดให้มีเครื่องมือในการที่จะให้ประชาชนส่วนใหญ่นั้นมีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจทิศทางของประเทศ ซึ่งเครื่องมือในการฟังเสียงดังกล่าวเราเรียกสิ่งนั้นว่าการทำ ประชามติค่ะ ในความหมายนี้การทำประชามติจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อระบอบ ประชาธิปไตยแบบตัวแทน เพราะถือเปึนเครื่องมือที่ให้ประชาชนนั้นมีส่วนร่วมโดยตรง ถือเปึนเครื่องมือที่ให้ประชาชนนั้นได้ตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญต่ออนาคตของบ้านเมือง ดังนั้น ประชามติจึงเปรียบเสมือนเข็มทิศของระบอบประชาธิปไตยที่จะช่วยชี้ทางเดินให้กับ บ้านเมือง เปึนเข็มทิศที่ช่วยในการตัดสินใจว่าในช่วงเวลาที่สังคมเกิดความสับสนหรือหาทาง ออกไม่ได้ในเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ การร่างกฎหมาย หรือการทำ นโยบายในระดับประเทศก็ตาม

ท่านประธานที่เคารพคะ ต่อคำถามที่ ๒ ว่าทำไมสภาผู้แทนราษฎรจึงมีความ จำเปึนต้องมาร่วมกันแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติฉบับที่ใช้บังคับกัน อยู่ในปัจจุบัน ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้มีเหตุผลสำคัญที่เกี่ยวข้อง ๒ ส่วนด้วยกัน

เหตุผลในส่วนแรก ดังที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วว่า พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติฉบับนี้เปึนหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญที่เปึนของประชาชนที่คนไทยส่วนใหญ่นั้นต้องการ การแก้ไขเนื้อหาของ พ.ร.บ. ประชามติฉบับนี้จะเปึนการกำจัดอุปสรรคในทางเทคนิคและช่วยเพิ่มโอกาสให้มีการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ไม่ว่าจะเปึนการเป่ดให้มีการทำประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งอื่น เพื่อเปึนการลดค่าใช้จ่ายในการทำประชามติ หรือการเพิ่มช่องทางให้มีการลงคะแนน ประชามติผ่านทางไปรษณีย์ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือช่องทางอื่น ๆ เพื่อเปึนการลด ข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงคะแนน หรือการปรับแก้เงื่อนไขการผ่านประชามติ จากเดิม ที่เปึนแบบ Double Majority หรือการใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น ซึ่งเปึนการขัดต่อหลักสากล ให้เหลือเพียงการใช้เสียงข้างมากชั้นเดียว

เหตุผลที่ ๒ ที่เปึนเหตุผลสำคัญและมีภาพที่ใหญ่กว่าแค่เพียงการได้มาซึ่ง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นก็คือเราจำเปึนต้องแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติให้มีความสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น เพื่อทวงคืนการทำประชามติซึ่งเปึนเครื่องมือ ในการรับฟังเสียงประชาชนที่ให้ประชาชนนั้นได้มีส่วนร่วมทางตรงในระบอบประชาธิปไตย เราจำเปึนต้องแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อให้การทำประชามตินั้น หลุดพ้นจากรอยแปดเปุ๋อนของคณะรัฐประหารที่ฉวยใช้และลดทอนการทำประชามติ ให้กลายเปึนเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมของการสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญ มาอย่างยาวนาน ท่านประธานที่เคารพคะ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมาคณะรัฐประหารป้ ๒๕๔๙ และ ป้ ๒๕๕๗ ต่างฉวยใช้การทำประชามติให้เปึนเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมและ การฟอกขาวให้กับรัฐธรรมนูญที่ถูกร่างโดยคณะรัฐประหาร หากดูผิวเผินก็อาจจะเข้าใจว่า การทำประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ และป้ ๒๕๖๐ นั้น ถือเปึนตราประทับ รับรองว่า รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับที่มีที่มาจากคณะรัฐประหารนั้น มีความชอบธรรมและ มีความเปึนประชาธิปไตย เพราะได้รับความยินยอมจากประชาชนส่วนใหญ่ผ่านการ ทำประชามติ แต่หากเราดูในรายละเอียด เราก็จะพบว่าการทำประชามติของรัฐธรรมนูญ ที่มาจากคณะรัฐประหารทั้ง ๒ ครั้งนั้น ล้วนมีกระบวนการการรับฟังเสียงของประชาชน ที่ไม่มีความชอบธรรม และขัดต่อหลักการประชาธิปไตยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนการไล่จับกุม และดำเนินคดีกับผู้ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับเนื้อหา หรือผู้ที่รณรงค์ให้ประชาชนไปโหวต ไม่รับร่าง หรือมีการข่มขู่ว่าหากประชาชนส่วนใหญ่โหวตไม่รับร่าง คณะรัฐประหาร ก็อาจจะไปหยิบฉวยใช้รัฐธรรมนูญฉบับใดก็ได้ไปใช้ตามอำเภอใจ นี่จึงเปึนเหตุผลสำคัญ ว่าทำไมประชาชนส่วนใหญ่ถึงมีความอึดอัดคับข้องใจกับรัฐธรรมนูญ และไม่ยอมรับ ความชอบธรรมที่เกิดจากการประทับตราของกระบวนการทำประชามติที่ถูกใช้โดย คณะรัฐประหาร เพราะถือว่าเปึนประชามติที่ไม่มีความเปึนประชาธิปไตย ไม่มีความโปร่งใส ไม่เสรีและไม่เปึนธรรม ในขณะที่ฝ์ายสนับสนุนรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหารก็ใช้เปึน ข้ออ้างว่า รัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นผ่านการทำประชามติมาแล้ว จึงมีความเปึนประชาธิปไตย มีที่มาจากประชาชนและไม่ควรแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย สิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้ ประชามติที่ควรจะเปึนเครื่องมือสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศนั้นถูกดูแคลน ด้อยค่า และไม่ถูกยอมรับว่าจะเปึนกระบวนการที่ช่วยให้เราตัดสินใจในเรื่องสำคัญ ของประเทศได้ในสายตาของประชาชนทั่วไป ซึ่งดิฉันคิดว่าหากเราปล่อยให้เปึนแบบนี้ ย่อมไม่เปึนผลดีในระยะยาวต่อการตัดสินใจทางการเมืองในเรื่องสำคัญ ๆ ของประเทศ ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นการแก้ไขเนื้อหาของพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียง ประชามติในครั้งนี้จึงไม่ได้เปึนไปแค่เพื่อเปัาหมายเฉพาะหน้า คือการให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ฉบับที่เปึนของประชาชน แต่เรายังมีเปัาหมายในระยะยาว นั่นคือการทวงคืน ศักดิ์ศรีและสถานะของการทำประชามติ ให้กลับมาเปึนเครื่องมือของระบอบประชาธิปไตย ให้มีความชอบธรรม และได้รับการยอมรับจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่ว่าในอนาคต หากเราเกิดวิกฤติ หรือเหตุการณ์สำคัญที่ต้องอาศัยการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศ การทำประชามติจะได้ถูกมองเปึนเครื่องมือที่ประชาชนทุกฝ์าย และทุกอุดมการณ์นั้น ล้วนยอมรับในผลการตัดสินที่เกิดขึ้นจากเครื่องมือดังกล่าว และเปึนเครื่องมือในการหา ฉันทามติที่ช่วยให้สังคมไทยนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ท่านประธานที่เคารพคะ ความเห็นต่าง และความขัดแย้งเปึนเรื่องธรรมดา ของการอยู่ร่วมกันในสังคม วิธีการหรือเครื่องมือที่เราใช้ในการหาทางออกจากความขัดแย้ง ต่างหากค่ะ ที่เปึนตัวชี้วัดความมีอารยะของสังคมนั้น ๆ การกลับไปถามประชาชน ให้ประชาชนเปึนคนตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ ที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศ คือมาตรวัด ความเปึนประชาธิปไตยว่ายังไม่ตายไปจากประเทศนี้ ในเมื่อเสียงของประชาชนคือสิ่งที่ สำคัญที่สุด กระบวนการการรับฟังเสียงของประชาชนจึงเปึนสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นวันนี้ ดิฉันขอให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านโปรดร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วย การออกเสียงประชามติ เพื่อทวงคืนประชามติให้กลับมาเปึนของระบอบประชาธิปไตย และกลายเปึนเครื่องมือที่ประชาชนไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณค่ะ