ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเท่าเทียมกัน และต้องการเล็งเห็นหลักการ 3 ข้อในการกำหนดกติกานี้ นอกจากนี้ เธอยังแถลงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ประชามติ 4 ฉบับ และสนับสนุนให้ร่างทั้ง 4 ฉบับเข้าถึงกรรมาธิการ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๑ พรรคก้าวไกล เขตสายไหม วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพราะว่านี่เปึนโอกาสสำคัญที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาแห่งนี้จะร่วมกันหาทางออก ที่ถูกต้องและเปึนประชาธิปไตยให้กับประเทศไทยของเรา ท่านประธานคะ การจัดทำร่าง พ.ร.บ. ประชามติฉบับนี้หากต้องการจะใช้เปึนบันไดขั้นแรกในการร่าง หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ มีผลต่อการกำหนดทิศทางในอนาคตของประเทศไทย ไม่ว่าจะเปึนทิศทางใดก็ตาม เพราะว่า รัฐธรรมนูญฉบับหนึ่ง จะประกอบไปด้วยสิทธิต่าง ๆ เสรีภาพของประชาชน ความเปึนอยู่ รวมถึงประชาธิปไตยในประเทศนั้น ๆ ด้วยเหตุนี้เองค่ะท่านประธาน ดิฉันก็จึงอยากจะให้ กติกาของการทำประชามติครั้งนี้สะดวก ง่าย แล้วก็เอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของประชาชน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้มากที่สุดค่ะท่านประธาน หลังจากที่ดิฉันได้อ่านทุกร่างที่ยื่นเสนอ เข้ามาในสภาทั้ง ๔ ฉบับนี้ ถ้าว่ากันให้ชัดเจนเรื่องของกติกาการจัดทำประชามติ เพื่อให้มี ความยึดโยงกับหลักการประชาธิปไตยที่มีศูนย์กลางคือประชาชน แต่ร่างของท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ จะมีประเด็นสำคัญอยู่ประมาณ ๒ ประเด็นด้วยกันค่ะ ท่านประธาน
ประเด็นแรก คือประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชน นั่นก็คือการเสนอให้มีการเข้าชื่อเสนอคำถามประชามติ และพรรคก้าวไกลเปึนพรรคเดียว ที่เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๑ ให้สามารถเข้าชื่อผ่านทางช่องทาง Online ได้ เพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาซ้ำเดิม โดยการให้องค์กรอิสระมานั่งตีความ มานั่งตีตกรายชื่อที่ประชาชนเข้าชื่อกว่า ๒๐๐,๐๐๐ รายชื่อ แล้วก็เพื่อลดข้อครหาที่กีดกันทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได้ กระบวนการย่อมเปึนเรื่องที่ดี ดิฉันเห็นว่ามีความจำเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เกิดการเข้าถึง กระบวนการได้ง่าย และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเท่าเทียม
ประการที่สอง ท่านประธาน เรื่องนี้เปึนเรื่องที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลายคน ได้พูดไปแล้ว ก็คือเรื่องเกี่ยวกับการกำหนดกติกาที่เปลี่ยนจาก Double Majority มาเปึน Single Majority ซึ่งกำหนดให้ผู้ลงประชามติจะถือว่าผ่านก็ต่อเมื่อมีผู้มาลงคะแนนให้ผ่าน มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้สิทธิ หากเราใช้เกณฑ์จาก Double Majority เพื่อหาข้อยุติจากการทำประชามติครั้งนี้อาจจะทำให้ การทำประชามติตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกคว่ำ แล้วก็เปึนการสิ้นเปลืองงบประมาณด้วย ด้วยเหตุนี้เองเราควรจะต้องตัดความเสี่ยงออกไปตั้งแต่ตอนแรกเลย ที่อาจจะเกิดปัญหาขึ้น ในอนาคตด้วยการใช้เปึนระบบแบบ Single Majority
อีกประการหนึ่ง ก็คือว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งในแต่ละครั้ง มักจะสอดคล้องกับ สถานการณ์บ้านเมืองอยู่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ การใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น หรือว่า Double Majority จะทำให้การทำประชามติไม่ได้สอดคล้องกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง และทำให้ การทำประชามติในครั้งนั้นอาจจะเกิดปัญหาในอนาคตขึ้นได้ ท่านประธานคะ ในฐานะของ ฝ์ายนิติบัญญัติและการเมือง การร่างรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ เปึนภาระหนักอึ้งที่เราจะต้อง พิจารณากันหลาย ๆ ครั้ง และทุกคนในที่นี้ก็คาดหวังร่วมกันว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะ ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปึนฉบับใหม่ เพราะว่าเราจะร่างขึ้นมาจากมือ ของประชาชนที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้ง การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ย่อมจะแข็งแกร่งกว่า ฉบับที่มาจากการทำรัฐประหารแน่นอน และต้องยึดโยงกับประชาชนเปึนหลักการพื้นฐานที่ สำคัญ กติกาครั้งนี้ต้องไม่ป่ดกั้น ไม่ล็อกสเปกแก้ไขได้ และให้ประชาชนสามารถแสดงความ คิดเห็นได้อย่างเท่าเทียมกันทุกฝ์าย ตั้งแต่ต้นกระบวนการ ตลอดไปจนถึงกระบวนการ มีส่วนร่วมในการตั้งคำถามประชามติ ด้วยเหตุนี้เองท่านประธานดิฉันจึงอยากฝากพวกเรา ทุกคนเอาไว้ในที่นี้ว่าการตั้งกติกาการออกเสียงประชามติ เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ อยากให้เล็งเห็นหลักการธรรมดา ๆ พื้นฐาน ๓ ข้อด้วยกัน
ข้อ ๑ คือการตั้งกติกาในบันไดขั้นแรกต้องไม่เพิ่มความขัดแย้งที่อาจจะ เกิดขึ้นโดยไม่จำเปึน แต่ต้องอยู่ในหลักการพื้นฐานของความเท่าเทียม โดยมีองค์กรรัฐสภา และองค์กรอิสระที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น กกต. เปึนตัวกลางในการสงวนจุดต่างแสวงจุดร่วม ให้ทุกฝ์ายได้แสดงความคิดเห็น โดยไม่มีเครื่องมือทางการเมืองมาเปึนส่วนสำคัญในการ กีดกันฝ์ายตรงข้ามออกไป
ข้อ ๒ คือหลักการในการร่าง พ.ร.บ. ประชามติครั้งนี้ หากจะใช้วิธีการทำ ประชามติต้องทำให้ชัดเจนทั้งกติกา แล้วก็กรอบระยะเวลา การกำหนดวันออกเสียง ประชามติด้วย
ข้อสุดท้าย ข้อ ๓ ฉบับใหม่ฉบับนี้จะเปึนตัวชี้วัดที่สำคัญของทิศทาง การเมืองไทย ซึ่งควรยึดโยงกับประชาชนเปึนหลัก ทั้งในเรื่องของกติกา การลงรายละเอียด การลดอคติทางการเมือง ไม่ใช่ช่องทางนิติบัญญัติในการใส่ความทะเยอทะยานต่าง ๆ ทางการเมืองเข้าไปเพื่อหวังประโยชน์ส่วนตัวอย่างที่เคยมีกันมาก่อนหน้านี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ หากในอนาคตจะนำไปสู่จุดเริ่มต้นของความเปึนไปได้ที่ประเทศไทยจะกลับมามีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งคงจะต้องมีเส้นทางที่ เราจะต้องเดินทางกันอีกยาวไกลกว่าจะมีรัฐธรรมนูญ ดิฉันและพรรคก้าวไกลก็ยินดีที่จะ สนับสนุนและเป่ดโอกาสให้ทั้ง ๔ ร่างนี้ เข้าไปถกกันในชั้นกรรมาธิการ พวกเราในฐานะ ฝ์ายนิติบัญญัติยังคงต้องพูดคุยกันด้วยเหตุและผล แล้วก็ร่วมกันออกแบบกระบวนการเพื่อให้ ประชามติเปึนคำตอบที่ยืนยันเจตจำนงของประชาชน แล้วก็ยืนยันเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญว่า ควรจะต้องแก้ทุกหมวด ทุกมาตรา ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ประชามติ ทั้ง ๔ ร่างนี้ เพื่อเปรียบเสมือนเปึนการเป่ดประตูบานแรก ในการร่วมพูดคุยกันในการหา ทางออก การสร้างกติกาที่ดีที่สุด เปึนธรรมกับทุกฝ์ายผ่านรัฐสภา และให้ยึดโยงกับประชาชน เปึนหัวใจหลัก ขอบคุณท่านประธานค่ะ