นิคม บุญวิเศษ หารือเรื่องการออกเสียงประชามติ และเรียกร้องการแก้ไขเพื่อให้ประชามติมีความยุติธรรมและสะดวกสบาย
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ สส. พรรคเพื่อไทย เปึนผู้เสนอ และเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล และพรรคภูมิใจไทย ทั้ง ๔ ร่าง กระผมขอสนับสนุนครับ กระผมเห็นว่าการออกเสียงประชามติเปึนการคืนอำนาจ อธิปไตยให้กับพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการกำหนดทิศทางประเทศ ในการที่เราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเราไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้คือชัดเจนท่าน ประธานครับ รัฐธรรมนูญจะต้องเปึนของประชาชน ประชาชนเปึนผู้มีอำนาจ ประชาชนย่อม เปึนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติว่าเราสมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ การออกเสียงประชามติควรจะทำง่าย ๆ ท่านประธานครับ การใช้อำนาจอธิปไตยควรง่าย ๆ ไม่ควรมีอุปสรรคเรื่องเวลา อุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่าย การกำหนดทิศทางการประชามติ ในรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ค่อนข้างจะยุ่งยากซับซ้อน อาจทำให้การประชามติไม่ประสบ ความสำเร็จ เสียเวลา เปลืองงบประมาณเปล่า ๆ เราจึงเห็นควรว่าจะมีการแก้ไข ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้การออกเสียง ประชามติผ่านและเราทุกคนจะได้รัฐธรรมมนูญฉบับใหม่ซึ่งเปึนฉบับของประชาชน การออกเสียงประชามตินั้นควรกำหนดให้สามารถกำหนดวันออกเสียงประชามติได้ ร่วมกับ วันเลือกตั้งท้องถิ่น เลือกตั้งซ่อม หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อประหยัด ค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา แล้วที่สำคัญการออกเสียงประชามติ ควรออกเสียงได้หลากหลายวิธี ทางไปรษณีย์ ทาง Online ทาง Social หรือทางอื่น ๆ ท่านประธาน เพื่อให้ความสะดวกกับ พี่น้องประชาชน เปึนการจูงใจให้ประชาชนที่เขาไม่สามารถมาออกเสียงประชามติ ไม่สามารถเดินมาคูหาได้ เพราะหลายคนเขาอยากจะออกเสียงครับ แต่มีความจำเปึนทาง ร่างกาย สุขภาพ ผู้ป์วยติดเตียง ผู้ป์วยหนัก หรือคนที่มีธุระจำเปึนจริง ๆ ไม่สามารถมาได้ แต่ตัวเขาเองก็อาจจะอยากออกเสียงประชามติ เห็นชอบ แต่ถ้าเราบอกว่าคนที่ไม่มาไป รวมกับคนที่ไม่เห็นด้วย ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ไม่เปึนธรรม จริง ๆ แล้วผมอยากจะแก้ไข กฎหมายด้วยซ้ำว่าการออกเสียงประชามติ หรือการเลือกตั้งควรจะมีแค่ ๒ ช่อง ช่องเห็นด้วยกับ ช่องไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อกฎหมายกำหนดเปึน ๓ ช่อง ท่านประธานครับ ช่องหนึ่งเห็นด้วย อีกช่องหนึ่งไม่เห็นด้วย และมีช่องหนึ่งคือช่องงดออกเสียง เราเอาช่องงดออกเสียงไปรวมกับ ช่องไม่เห็นด้วย กลายเปึนว่าคนที่งดออกเสียงซึ่งเขาอาจจะมีความเปึนกลางไม่สามารถ ตัดสินใจทางใดทางหนึ่งได้ กลับกลายเปึนว่าคนเหล่านี้เปึนคนที่ไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าลักษณะนี้ เปึนการไม่ชอบธรรมกับคนที่เห็นด้วย ฉะนั้นผมคิดว่าเราควรจะมีวิธีการ โดยผมเห็นชอบ ที่สุดก็คือร่างของรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล คือเราเอาคะแนนที่เปึนคะแนนสูงสุดใน ๓ ช่อง เปึนหลัก ยกตัวอย่างท่านประธานครับ ถ้ามีคนมาลงคะแนนเสียง ๑๐๐ คน มีคนเห็นด้วย ๔๐ คน คนที่ไม่เห็นด้วย ๒๐ คน และผู้ที่ไม่ออกเสียงอีก ๔๐ คน เห็นไหมครับ ฉะนั้นช่องคน เห็นด้วยมันอาจจะมากกว่า ยกตัวอย่างใหม่ ถ้าคนเห็นด้วย ๔๕ คน คนไม่เห็นด้วย ๒๕ คน เห็นไหมครับรวมแล้วเปึน ๗๐ คนแล้ว คนงดออกเสียง ๓๐ คน ฉะนั้นคนเห็นด้วยย่อมชนะ แต่ถ้าเราเอา ๒ อันไปรวมกัน คือคนไม่เห็นด้วยกับคนงดออกเสียงก็จะทำให้ประชามติฉบับนี้ มันตกไป และที่สำคัญในมาตรา ๑๓ ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่าการออกเสียงประชามติ ถ้าเราใช้วิธีการ Double Majority จะทำให้การออกเสียงประชามติค่อนข้างจะยาก สมมุติว่า มีผู้มีสิทธิออกเสียง ๔๐ ล้านคน แต่มาออกเสียงจริง ๆ ไม่ถึงกึ่งหนึ่งไม่เกิน ๒๐ ล้านคน ก็ทำให้ประชามตินั้นตกไป ทำให้เราเสียเวลา เสียงบประมาณ ยังไม่พอครับ คนที่มา ออกเสียงประชามติต้องได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งอีก อันนี้ยิ่งยากไปใหญ่ครับที่ผมอธิบายไปแล้ว เพราะช่องที่ ๑ ก็คือช่องเห็นด้วย แต่ช่องที่ ๒ กับช่องที่ ๓ ไปรวมกัน ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วย จึงมีการแก้ไขมาตรา ๑๓ อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันตื่นตัวครับเพราะเปึนโอกาส ที่เราจะได้มีการช่วยกันทำประชามติเพื่อเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ เราจะได้รัฐธรรมนูญของประชาชนที่แท้จริงเพื่อประเทศ เดินหน้า กฎหมายใดที่ทำให้เปึนกฎหมายที่ยุ่งยาก ซับซ้อน เปึนกฎหมายที่กีดกันการพัฒนา ประเทศ เราก็จะได้มีการทำในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ แล้วก็ขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นนี้ช่วยกัน ผมจึงเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียง ประชามติทั้ง ๔ ฉบับที่ยื่นเข้ามา โดยฉบับของคณะรัฐมนตรี ฉบับของท่านชูศักดิ์ ศิรินิล แล้วก็เพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ พรรค ผมขอสนับสนุน ขอบคุณมากครับ