กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.เกี่ยวกับประชามติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการถามคำถามที่ง่ายและไม่ควรพ่วง โดยไม่โน้มน้าว และให้คณะรัฐสภาช่วยเลือกนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประชามติ และเรียกร้องให้ไม่จับกุมคนที่เห็นต่าง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องประชามติมีมาตั้งแต่ปี 2492 และมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างน้อย 4 ครั้ง โดยปัจจุบันมีการใช้แบบ Double Majority และมีการหารือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมาในอนาคต นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคืนอำนาจให้กับประชาชนผ่านการประชามติ และเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้ง
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขอร่วมอภิปรายเรื่องของ พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับประชามตินะครับ ประชามติ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Referendum หรืออีกคำหนึ่งเราเรียกว่า Public Vote ถ้าเกิด เอารวม ๆ กันหลายตัวนี้มันจะยาว วันนี้ อ.เอท ขอใช้คำสั้น ๆ ครับ คือคำว่า Vote ซึ่งก็ แปลว่าการออกเสียงนะครับ ๔ ตัวอักษรครับ VOTE ขออนุญาตเริ่มเลยครับ
ตัวแรก คือตัว V V ในที่นี้คือคำว่า Vital Vital แปลว่า ความสำคัญ อ.เอท ขอเน้นที่มาตรา ๑๑ คำถามควรจะเน้นว่ามันมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนครับ ที่ผ่าน ๆ มา คำถามเมื่อสักครู่นี้ สส. ปูอัดได้พูดไปแล้วชัดเจนครับว่า คำถามที่เปึนคำถามพ่วงไม่ควร เกิดขึ้น และคำถามที่ไม่ควรใช้กับประชามติก็เกี่ยวกับเรื่องของการเงิน เกี่ยวกับเรื่องของ สนธิสัญญาต่าง ๆ ระหว่างไทยกับประเทศอื่น แล้วก็เปึนคำถามที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ควรถามครับ ทีนี้ถ้าเปึนคำถามทั่ว ๆ ไปเราก็ถามได้และควรจะเปึนคำถามที่ง่าย ๆ ไม่ควรที่จะพ่วง เนื่องจากอะไรครับ ป้ ๒๕๕๙ ชัดเจนครับ คำถามมีพ่วงใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ และต้องไม่โน้มน้าวนะครับ มีการโน้มน้าว เพื่อเปึนการทำตามยุทธศาสตร์ชาติ จึงจำเปึนต้องมีคณะรัฐสภา ก็คือพูดง่าย ๆ สว. กับ สส. มาช่วย เลือกใครครับ เลือกนายกรัฐมนตรี เลยเปึนที่มาของสิ่งที่เรากำลังแก้กันอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ตัวแรกคือตัว V Vital คำถามตามมาตรา ๑๑ ควรจะง่าย ๆ Make it Simple ทำให้ง่าย ๆ เข้าไว้นะครับ
ตัวที่ ๒ คือตัว O O คืออะไรครับ O คือ Open Opportunity หรือ เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชน อันนี้ตามมาตรา ๑๖ ชัดเจนมากครับ เราต้องเป่ดโอกาส ให้พี่น้องเข้ามามีส่วนร่วมในการที่จะทำประชามติ แต่ที่ผ่านมาในป้ ๒๕๕๙ เช่นกัน เราก็จะ เห็นว่าคนที่เห็นต่างจากเราอาจจะโดนเข้าคุกบ้าง โดนจับบ้าง นี่คือสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ในผืนแผ่นดินบ้านเราถูกไหมครับ นี่คือตัวที่ ๒ คือตัว O ควรที่จะให้โอกาสเขา บางครั้งคำว่า มายาคติ หรือคำพูดบางอย่างครับ รับไปก่อนแก้ทีหลัง สุดท้ายก็แก้ไม่ได้ ก็ผิดตาม มาตรา ๖๘/๑ สุดท้ายก็ไม่มีการทำได้อยู่ดีนะครับ หรือแล้ว ๆ ไป เดี๋ยวค่อยว่ากัน อันนี้ ไม่ควรที่จะมีขึ้นในประเทศไทยของเรา นี่คือตัวที่ ๒ ครับ ตัว O
ต่อมาเปึนตัว T T คืออะไรครับ T คือ Timeline หรือเวลา วันนี้ขออนุญาต เล่าครู่เดียวครับว่า Timeline ของประชามติมีมาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๒ ครับ ณ ปัจจุบันนี้ ๗๕ ป้ ก็พอ ๆ กับเรามีรัฐธรรมนูญนะครับเรามีประมาณเกือบ ๆ ๙๐ ป้นะครับ ฉะนั้น ๗๕ ป้ ถามว่าตั้งแต่ป้ ๒๔๙๒ มาถึงปัจจุบันนี้เราเคยมีการทำประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง คำตอบ ๒ ครั้ง ก็คือป้ ๒๕๔๙ ๑ ครั้ง แล้วก็ป้ ๒๕๕๙ ๑ ครั้งครับ ในช่วงป้ ๒๕๔๙ เรามีการทำรัฐประหาร เลยจำเปึนต้องมีการทำประชามติ แล้วก็ทำแบบ Single Majority ด้วย ก็หมายความว่า อย่างไรครับ ก็คือครั้งเดียวล็อกเดียว ผ่าน พูดง่าย ๆ ขออนุญาตใช้คำง่าย ๆ ครับ คือ ๑ ล็อก เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ผ่านได้เลยทันที พอป้ ๒๕๔๙ ผ่านไป ป้ ๒๕๕๒ ก็เปลี่ยน พ.ร.บ. มาอีกครับ ก็บอกว่าต้องเปึนแบบ Double หรือเปึนการล็อก ๒ ชั้น แต่ก็ไม่มีการทำ ประชามติในช่วงนั้น พอป้ ๒๕๕๗ เกิดรัฐประหาร เปลี่ยนรัฐธรรมนูญอีก เปลี่ยนปุ็บ ในป้ ๒๕๕๙ มีการทำประชามติ ก็เปึนการปรับมาเปึน ๑ ล็อกอีก ก็คือ Single Majority ท่านเห็นไหมครับว่ามีการปรับไปปรับมา เสร็จหลังจากป้ ๒๕๕๙ ครับ พอมาป้ ๒๕๖๔ ก็เปลี่ยนมาเปึนแบบ Double Majority ก็คือเปึนการทำแบบ ๒ ชั้นขึ้นมาอีก มันก็เลยมา เปึนที่มาของวันนี้ ป้ ๒๕๖๗ ตกลงเราจะเปลี่ยนกี่ชั้นกันแน่ อ.เอท ส่วนตัวไม่ได้มีความเห็นที่ ต่อต้านกับ Double Majority เพราะอะไร เพื่อน ๆ หลายท่านพูดไปเยอะมากแล้วว่า Double Majority นอกจากจะเปึนเรื่องที่สำคัญแล้ว เรื่องท้องถิ่นก็เปึนสิ่งที่สำคัญ เช่น สมมุตินะครับ เราจะทำการบางอย่าง ขุดถนน หรือทำเขื่อนผ่านจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง หรือที่ใดที่หนึ่ง ก็ควรจะให้คนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ถ้าเกิดเปึนมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ และเห็นด้วยแบบ Double Majority หรือกึ่งหนึ่ง ๒ ชั้น หรือล็อก ๒ ชั้น ก็เปึนสิ่งที่ดี แต่ในที่นี้เรากำลังทำประชามติ ต้องง่าย ๆ เข้าไว้ ให้คนเข้าใจ ในฐานะที่ อ.เอท ก็เปึนคุณครู เราอยากจะให้นักเรียนหรือทุกคนเข้าใจแบบง่าย ๆ
และตัวสุดท้ายครับ VOTE ตัว E สุดท้ายครับ คือคำว่า Empower Empower คืออะไรครับ Empower แปลว่า คืนอำนาจ คืนอำนาจให้กับประชาชน ให้เขาได้มีสิทธิในการที่จะเลือก หรือในการที่จะให้ความเห็นในประเทศของเขาถูกไหมครับ เพราะปัจจุบันนี้การที่เราจะคืนอำนาจให้เขา มันมีการทำแบบเดียวนั่นเอง ก็คือการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเราจะเปลี่ยน ที่เรามาคุยประชามติวันนี้เพราะอะไรครับ เพราะเราต้องการ ที่จะได้รัฐธรรมนูญใหม่ถูกไหมครับ ซึ่งการที่จะได้รัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีการทำประชามติ อย่างน้อย ๆ ก็ ๓ ครั้งที่เราไปดูมาตามรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ ครั้งแรกก็คือ เอา ไม่เอา ครั้งที่ ๒ ก็คือ ถ้าเกิดมีการผ่านร่างของ ๒๕๖ แก้ไขเสร็จปุ็บ ผ่านเสร็จก็ต้องถามอีกรอบ แล้วครั้งที่ ๓ ก็คืออะไรครับ มีร่างของ สสร. ทำขึ้นมา ก็ต้องมาโหวตกันใหม่ เพราะฉะนั้น ๓ รอบนี้แค่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย แค่นั้นเองครับ ไม่จำเปึนต้องมีคำถามอะไรพ่วงมาให้พี่น้อง เขาสับสนในการทำประชามตินะครับ และนี่คือ VOTE
สุดท้ายครับ สุดท้าย อ.เอท อยากที่จะเห็นประชามติ คือการคืนสิทธิ คืนเสียงให้กับประชาชน ไม่ใช่แค่พิธีกรรม เพื่อมาสืบทอดอำนาจของใครบางคนอีกต่อไป ขอบพระคุณครับ Respect