ฐากร ตัณฑสิทธิ์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ประชามติ โดยเปรียบเทียบรายละเอียดของร่างกฎหมายจากทั้งสี่กลุ่มผู้เสนอ โดยเฉพาะในมาตราที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์การนับคะแนนเสียง พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดต้นทุนในการจัดทำประชามติ ทั้งยังสนับสนุนให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งพิจารณาร่างกฎหมายทั้งหมดอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยไม่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 และ 2
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทยครับท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติในครั้งนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาต เรียนท่านประธานว่าวันนี้ร่าง พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติในวันนี้จะเปึนหมุดหมายหรือการ เป่ดประตูในการที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ต่อไปครับท่านประธาน จุดยืน ของพรรคไทยสร้างไทยขอนำเรียนก่อนครับ ก่อนจะเข้า พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติในครั้งนี้ เรามีจุดยืนที่สำคัญครับว่า ขออนุญาตขึ้นสไลด์ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเป่ด Presentation)
จุดยืนที่สำคัญคือเรายืนยันว่า เราจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่ ๑ คือบททั่วไป และหมวดที่ ๒ คือพระมหากษัตริย์ครับ ผมขออนุญาตลงในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. ประชามติในครั้งนี้ครับ ก่อนอื่นขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มีใช้เดิมอยู่แล้ว คือป้ ๒๕๖๔ ทุกท่านได้อภิปรายว่าเปึน Double lock หรืออภิปรายเปึน ๒ ชั้น ทำอะไรทั้งหมดนะครับ ประชาชนทุกคนหรือท่านประธานคงได้ยินการอภิปราย ไปแล้ว แต่ผมจะอภิปรายเปรียบเทียบให้เห็นว่าร่างเดิมที่กฎหมายเดิมและร่างทั้ง ๔ ฉบับ ที่ออกมาอันไหนที่ดำเนินการจากเบาสุดไปหาหนักสุด ผมขออนุญาตอ่านข้อความ ดังต่อไปนี้นะครับท่านประธาน พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ เดิมกำหนดไว้ในมาตรา ๑๓ บอกว่า การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเปึนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงและมีจำนวนเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น ร่างของคณะรัฐมนตรี ที่ขอแก้ไขปรับปรุงในมาตรา ๑๓ เขียนไว้ว่า การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำ ประชามติ ให้ถือเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมากต้องมีจำนวนเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผู้มาออกเสียงและต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ จัดทำประชามตินั้น
ร่างต่อไปครับท่านประธาน ร่างของท่านอาจารย์ชูศักดิ์และคณะ มาตรา ๑๓ เขียนไว้ว่า การออกเสียงให้ถือเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมากต้อง สูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น
ร่างของท่านพริษฐ์และคณะครับท่านประธาน มาตรา ๑๓ เขียนไว้ว่า การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องที่จัดทำประชามติ ต้องมีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น
ร่างสุดท้ายครับท่านประธานครับ ร่างของท่านอนุทินและคณะ มาตรา ๑๓ เขียนไว้ว่า การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติในเรื่องการจัดทำประชามติต้องมีผู้มาใช้สิทธิ ออกเสียงเปึนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง และมีจำนวนเสียงข้างมากของผู้มา ออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่ จัดทำประชามตินั้น อ่านไปผมเข้าใจว่าท่านประธานก็คงงงครับ กฎหมายเดิมที่มีใช้อยู่ใน ปัจจุบัน ๔ ร่างที่นำเสนอขึ้นมาว่าเปึนอย่างไรครับ ผมเรียงลำดับให้นะครับ ผมวิเคราะห์ แล้วก็ขออนุญาตเรียงลำดับความสำคัญต่าง ๆ จากเบาไปหาหนักว่าร่างดังกล่าวนี้เปึนอย่างไร ขออนุญาตขึ้นสไลด์ที่ ๒ ให้ผมด้วยครับ
จะเห็นนะครับว่า เมื่อเราวิเคราะห์แล้ว เมื่อดูตามมาตรา ๑๓ ครับท่านประธาน ร่างที่เบาที่สุดที่ร่างขึ้นมาคือ ร่างของท่านพริษฐ์และคณะครับท่านประธาน จะเห็นว่า ในหัวข้อที่ ๑ จำนวนผู้มาใช้สิทธิลงมติไม่ได้กำหนดครับท่านประธาน เสียงข้างมากกำหนดไว้ว่า เกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง เงื่อนไขครับ เพิ่มเติมไม่มีครับท่านประธาน ร่างที่ ๒ ก็คือร่างของคณะรัฐมนตรี จำนวนผู้มาใช้สิทธิลงมติไม่ได้กำหนดครับ ตรงกันกับร่างของ ท่านพริษฐ์ครับ เสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาออกเสียงเหมือนกันครับท่านประธาน แต่มี เงื่อนไขสุดท้ายเขียนว่า ต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในเรื่องที่ทำ ประชามตินั้นครับท่านประธาน ดูร่างของท่านอาจารย์ชูศักดิ์และคณะ จำนวนผู้มาใช้สิทธิ ในช่องแรกก็ไม่ได้กำหนดเช่นกัน เสียงข้างมากเขียนว่า เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง ก็คล้ายกันอีกครับ ก็คือต้องได้คะแนนเสียงข้างมาก มีเงื่อนไขข้อสุดท้ายอีกครับ ต้องสูงกว่า คะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นครับท่านประธาน ดูต่อไปนะครับ ร่างที่เปึนกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันเขียนไว้บอกว่า ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียง เปึนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง อันนี้คือกฎหมายปัจจุบันครับ เสียงข้างมาก เขียนไว้ว่า มีจำนวนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้นครับ เงื่อนไขมีไหมครับ ไม่มีกำหนดไว้ครับ สุดท้ายครับท่านประธานครับ ร่างของท่านอนุทินและ คณะครับ เขียนไว้ว่า ผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเปึนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง ก็คือ อยู่ในข้อกำหนดของจำนวนผู้มาใช้สิทธิลงมติครับ เสียงข้างมากเขียนไว้ว่า เสียงข้างมากของ ผู้มาออกเสียงครับ เงื่อนไขมีครับท่านประธานครับ เขียนไว้บอกว่า ต้องสูงกว่าคะแนนเสียง ไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น เพราะฉะนั้นผมอภิปรายวันนี้สนับสนุน ร่างทั้ง ๔ ร่างนะครับ เพียงแต่ว่าผมแสดงภาพหรือแสดงให้เห็นว่า ร่างนี้นำจากเบาที่สุดไป หาหนักที่สุด เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญหลังจากที่เราเห็นชอบร่วมกัน ไปดำเนินการตามข้อสังเกตดังกล่าว เบาที่สุดก็คือร่างของท่านพริษฐ์ ผมใส่หมายเลข ๑ ไว้ เบอร์ที่ ๒ ก็คือร่างของคณะรัฐมนตรี และร่างของท่านอาจารย์ชูศักดิ์และคณะ อันที่ ๓ ก็คือ เปึนพระราชบัญญัติเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ฉบับที่ ๔ มาแรงนิดหนึ่ง ก็คือร่างของท่านอนุทิน และคณะครับ เขียนไว้เปึนลำดับที่ ๔ ต่อไปครับ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่า การที่พรรค ไทยสร้างไทยในวันนี้เราเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าเปึนการเป่ดประตูในการที่จะนำไปสู่ การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตข้างหน้า ซึ่งจะเปึนร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ ร่างที่ ๔ เราก็เห็นชอบในหลักการ เพื่อที่จะให้มีการจัดตั้ง แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา เรื่องนี้ต่อไปครับ
ผมขออนุญาตไปเรื่องต่อไปครับท่านประธานครับ เรื่องมาตรา ๑๒ ครับ ต้องขอชื่นชมทั้ง ๔ ร่างครับ ในมาตรา ๑๒ เดิมจะเขียนไว้บอกว่า การออกเสียงให้ใช้ การลงคะแนนเสียงโดยตรง และอ้อม และลับนะครับ โดยการออกเสียงให้กระทำได้โดยการ ใช้บัตรออกเสียง หรือคณะกรรมการอาจกำหนดให้กระทำโดยวิธีการลงคะแนนออกเสียง ทางไปรษณีย์ ผมชอบใจครับ ทั้ง ๔ ร่างตัดคำว่า อาจ ออกครับ บังคับให้ กกต. ทำเลยครับ ท่านประธาน ไม่ต้องมีอาจแล้ววันนี้ บังคับ กกต. ทำไปเลย คำว่า อาจ ไม่รู้ว่าจะทำหรือไม่ทำ แต่วันนี้กฎหมายทั้ง ๔ ร่างเขียนขึ้นมาถือว่าเปึนสิ่งที่ดี แล้วก็เปึนสิ่งที่สอดคล้องกับ การดำเนินการ อย่าเขียนอะไรที่มันอาจเลยครับ เห็นด้วยกับทั้ง ๔ ร่างเลยครับ สิ่งที่สำคัญครับ ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าในมาตรา ๑๒ การออกเสียงให้ใช้วิธีการ ลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ ก็คือ ๑. ออกเสียงโดยการกระทำโดยใช้บัตรออกเสียง ๒. ออกเสียงโดยการกระทำโดยวิธีการลงคะแนนออกเสียงทางไปรษณีย์ ๓. ก็คือออกเสียง โดยการลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีอื่นครับ สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า เราจะทำอย่างไร ที่เราจะดำเนินการ จัดการลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม แล้วก็ปัองกันการทุจริต ที่จะเกิดขึ้นกับการลงประชามติในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ผมเห็นรัฐบาลเสนอเรื่องหนึ่ง Digital Wallet ครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะอภิปราย พรุ่งนี้ครับท่านประธาน ไม่ต้องห่วงครับ เพียงแต่ว่าผมกำลังบอกว่า Digital Wallet ท่านนายกรัฐมนตรีพูดมาตลอดว่า จะใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการที่จะเข้ามาแก้ไข นำเทคโนโลยี Blockchain นี้มาใช้ในการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์เปึนครั้งแรกเลยครับ ท่านประธาน จะประหยัดเงินงบประมาณไปได้อีกเยอะ เปึนจำนวนมากเลยครับ ท่านประธานหรือพี่น้อง ประชาชนอาจจะไม่ทราบว่าเทคโนโลยี Blockchain คืออะไรครับท่านประธานครับ เทคโนโลยี Blockchain เปึนกลไกฐานข้อมูลขั้นสูงที่เป่ดรับการแบ่งปันข้อมูลที่โปร่งใส ภายในเครือข่าย โดยฐานข้อมูล Blockchain จะจัดเก็บข้อมูลในบล็อกที่เชื่อมโยงกันเปึน ลูกโซ่ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะมีความสอดคล้องกันตามลำดับเวลา เนื่องจากเราไม่สามารถลบ หรือแก้ไขข้อมูลลูกโซ่ได้หากไม่ได้รับฉันทามติจากเครือข่าย เราจึงสามารถใช้เทคโนโลยี Blockchain เพื่อสร้างความปลอดภัยในการใช้งานและเกิดความโปร่งใสและบริสุทธิ์ยุติธรรม สามารถปัองกันทุจริตคอร์รัปชัน หรือปัองกัน หรือสร้างความมีประสิทธิภาพในการ ลงคะแนนเสียงประชามติในครั้งนี้ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นภาพว่า พี่น้องประชาชนเดินทางไปที่หน่วยเลือกตั้ง ถ่ายกล้องถ่ายรูปแชะหนึ่งลงไปแล้วเดินไปไม่ต้อง มีบัตรเลือกตั้ง พอถ่ายรูปครับ รูปเราจะถูกส่งเข้าไปในระบบของ Blockchain ส่งเข้าไปเสร็จ เรียบร้อย เขาจะมีการตรวจสอบตัวตนเองหมดว่าเปึนคนนี้จริงหรือเปล่ากับบัตรประชาชนครับ ท่านประธานครับ ไม่มีใครที่จะเข้าไปดูได้เอง เพราะฉะนั้นมีการตรวจสอบกันเอง เสร็จเรียบร้อย ลงคะแนนให้ใครไม่ต้องมีบัตรครับท่านประธาน กลับมาสบายใจ ใช้เถอะครับ ท่านประธาน จะมีการทำประชามติหลายครั้งเท่าไรก็ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณเยอะครับ ท่านประธาน ผมสนับสนุนมาตรา ๑๒ ที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขครั้งนี้อย่างเต็มที่ครับ ท่านประธานครับ
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเรียนว่าพรรคไทยสร้างไทยสนับสนุน ร่างทั้ง ๔ ร่าง และสนับสนุนในการที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณา ศึกษาเรื่องนี้ แต่ขอให้กำหนดระยะเวลาที่มีการศึกษาให้เร็วนิดหนึ่งนะครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเปึนอย่างยิ่งครับ