ธีระชัย แสนแก้ว สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติทั้งสี่ฉบับ โดยเห็นว่าการกำหนดให้วันประชามติตรงกับวันเลือกตั้งจะช่วยลดภาระประชาชน พร้อมเสนอให้ปรับมาตรา 13 เพื่อให้ผลประชามติสะท้อนเจตจำนงของประชาชนได้อย่างแท้จริง และย้ำถึงความจำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านกระบวนการประชามติสามครั้ง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มีปัญหาการตีความคลุมเครือ โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งขัดกับหลักประชาธิปไตยและทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปได้ยาก
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี และฉบับของ รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกพรรคการเมืองอีก ๒ ฉบับ รวมเปึน ๔ ฉบับ
ประการแรกครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่ผมได้กล่าวไป เบื้องต้น โดยมีการแก้ไขมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม นั่นคือการกำหนด วันออกเสียงประชามติเปึนวันเดียวกันกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เปึนการทั่วไป หรือให้เปึนวันเดียวกันกับการเลือกตั้งท้องถิ่นก็ได้ ท่านประธานครับ การที่พี่น้องประชาชนต้องเดินทางเพื่อไปเลือกตั้ง หรือใช้สิทธิในการออกเสียง ประชามตินั้น มันต้องใช้เงิน ใช้ทอง ต้องใช้เวลานะครับ เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะขอ ยกตัวอย่าง เวลาเรามีการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึนเลือกตั้งตัวแทนเกษตรกร หรือกองทุนฟุ๋นฟู อะไรก็แล้วแต่ตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ เหล่านั้น เวลามีการเลือกตั้งแค่เลือกตั้งสมาชิก เฉย ๆ ก็มีการไปลงคะแนนน้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับว่าพี่น้องประชาชน ในประเทศนี้มีความยากจน ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำ เพราะฉะนั้นคือพวกเขาไม่ทำงาน ในวันนั้นก็ต้องเดินทางไปออกเสียงประชามติ พวกเขาไม่มีเงินในวันนั้น นี่ต้องยอมรับ ความเปึนจริงจากการที่พวกเราเปึนนักการเมืองมันจะเปึนอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง แต่ละครั้งที่เขามีการไปลงคะแนนเสียงเยอะ ๆ ก็คือมีการเลือกตั้งครั้งใหญ่และเลือกตั้ง ท้องถิ่นครับ นี่ก็คือการเลือกตั้งที่ผ่านมาซึ่งเปึนประสบการณ์ กระผมจึงเห็นด้วยกับการที่แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๑ วรรคสาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิ ใช้เสียงของพวกเขาในการกำหนดชะตากรรมของประเทศได้อย่างเต็มที่ โดยไม่กระทบต่อ การประกอบอาชีพของพวกเขาครับท่านประธาน ต่อมาร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ก็มีการแก้ไขมาตรา ๑๓ แต่เดิมบัญญัติว่าการออกเสียงประชามติจะถือว่ามีข้อยุติได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงเปึนจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง แล้วยังยาก ขึ้นไปอีกครับ มีเงื่อนไขที่ ๒ ครับว่า จะต้องมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียง ในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น มันถึงต้องแก้ครับ ซึ่งบัญญัติทั้ง ๒ เงื่อนไขนี้มันทำให้ผ่านการ ประชามติยากจริง ๆ ครับท่านประธาน กระผมจึงเห็นว่าในการแก้ไขมาตรา ๑๓ เพื่อให้ ใช้เสียงของพี่น้องประชาชนนั้นมีความหมาย และตอบสนองความต้องการประชาธิปไตย อย่างถูกต้อง
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ ฉบับนี้ที่พวกเรา ทุกคนที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศต่างก็ทราบกันดีว่ามาจากรัฐประหาร เปึนมรดกบาปที่พวกเราได้มานั่งอยู่นี้มันมีความจำเปึนต้องเอามรดกบาปมาสมัครผู้แทน ก็เพราะเขาร่างมาอย่างนั้นนะครับ เราก็ต้องมาเปึนนักการเมืองแบบนี้ ซึ่งเมื่อการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลชุดที่แล้วของคราวที่แล้ว ซึ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ท่านก็มอบหมายให้ท่านรองภูมิธรรมได้เริ่ม Start ตั้งแต่วันแรก ๆ ในการมีมติ ครม. กระบวนการ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จัดการทันทีนะครับ จนมาถึงวันนี้ครับท่านประธาน รัฐบาลได้ข้อสรุปแล้วว่าจะต้องให้พี่น้องประชาชนออกเสียงทำประชามติเปึนจำนวน ๓ ครั้ง เพื่อเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้มีความเปึนประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับบริบท ทางการเมือง และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน และสอดคล้องกับสภาพสังคมไทย ของเรา โดยเปึนไปตามเจตนารมณ์และเสียงเรียกร้องของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่ จะทำได้ ท่านประธานที่เคารพครับ แม้ว่ารัฐบาลได้แสดงออกถึงความตั้งใจจริงว่า บ้านเมือง ของเราจะต้องเดินหน้าก็ต่อเมื่อเรามีรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยเท่านั้น แต่ก็มีบางส่วน ออกมา Discredit รัฐบาลบ้าง โน่น นี่ นั่น อะไรต่าง ๆ บ้าง ซื้อเวลา ทำไมจะต้องมีประชามติ ตั้ง ๓ ครั้ง อะไรทำนองเหล่านี้สิ้นเปลืองงบประมาณ ซึ่งกระผมขอออกความเห็นแบบตรง ๆ เลยนะครับว่า ที่ผ่านมาเราก็พยายามมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใช่ไหมครับ แต่ก็ตกม้าตาย เพราะฉะนั้นมันแก้ยากจริง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ การแก้ไข การจะเพิ่มเติม หรือการเขียน ฉบับใหม่มันไม่ง่ายนะครับท่าน มันไม่ได้แก้ด้วยวิธีการที่เปึนปกติ เพราะคณะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ สอดไส้เงื่อนไขให้แก้แบบลักษณะที่ว่าซับซ้อน จริง ๆ ว่าดังที่พวกเราเห็นในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ เปึนประสบการณ์ ที่สอนให้พวกเราต้องระมัดระวังในการจัดทำรายงานฉบับใหม่ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิด ความรอบคอบที่สุด ไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เปึนประชาธิปไตยต้องแท้งและไม่ให้เปึน หมันนะครับท่านประธาน
ประการที่ ๓ ครับท่าน เมื่อรัฐบาลได้ข้อสรุปแล้วว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่จะต้องสอบถามความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน โดยออกเสียงประชามติ ตั้ง ๓ ครั้ง การสอบถามประชามติ ไม่ว่าจะเปึนการสอบถามประชามติจะเห็นชอบด้วยกับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตามหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ กระผมอยากจะขอ กราบเรียนกับท่านอีกเรื่องหนึ่งว่า ร่างพระราชบัญญัติประชามติทั้ง ๔ ฉบับนี้คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน แต่เราสามารถแก้ไขได้ในขั้นกรรมาธิการ มันเปึนกุญแจดอกสำคัญที่สุดใน การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือฉบับป้ ๒๕๖๐ ส่วนตัวของผมเปึนรัฐธรรมนูญที่แย่ที่สุดใน บรรดา ๒๐ ฉบับที่ผ่านมาครับท่านประธาน เปึนรัฐธรรมนูญที่สลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนว่าจะ เขียนชัดก็ไม่ชัด จะเขียนละเอียดก็ไม่ละเอียด ผลของการเขียนไม่ชัด ไม่ละเอียด มันคืออะไรครับ ก็คือรัฐธรรมนูญต้องตีความ ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ อะไรนิดอะไรหน่อยก็ต้องตีความ โยนให้ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วถ้าตีความเปึนไปตามหลักความจริง หรือตีความไม่ถูกต้องตาม กฎหมาย หรือตีความให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจถูกต้องมันไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ กระผมขออนุญาตยกตัวอย่างสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ การเลือกตั้ง สส. เมื่อป้ ๒๕๖๒ นี้ละครับว่า ก็ต้องย้อนดูความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คำว่า สส. พึงมี ทุกท่านน่าจะจำกันได้ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ พรรคเพื่อไทยของกระผม ท่านประธานครับ ตอนนั้นพรรคเพื่อไทยได้ สส. เขตมากที่สุดในประเทศไทยตั้ง ๑๓๖ คน ย้ำอีกว่าเปึน สส. เขต แต่การเขียนรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป่ดช่องให้ใช้สูตรคำนวณแบบ พิสดาร กกต. ก็ใช้สูตรพิสดารคำนวณหา สส. แบบบัญชีรายชื่อ ระบบจัดสรรปันส่วนผสม คำว่า สส. พึงมี ทำให้เกิดอะไรครับท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งมา ๗,๘๐๐,๐๐๐ คะแนน แต่กลับไม่ได้ สส. บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว นี่ละครับที่อยากแก้ กลับกลายเปึนว่าพรรคที่ได้คะแนน ๑๐,๐๐๐ เสียง ๒๐,๐๐๐ เสียง เดิน Parade เข้าสภา ตั้ง ๑๐ กว่าคน ปัญหาเลยทำให้สภาล่มบ้าง ปัญหาแจกกล้วยบ้าง อะไรต่ออะไรต่าง ๆ ผมมีความจำเปึนที่จะต้องพูดอย่าเพิ่งเบรกผมนะครับท่านประธานครับ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็ คือว่าการเลือกตั้ง สว. เดี๋ยวนี้อยู่ในกระบวนการเลือกตั้ง เหตุการณ์ช่วงนี้เลยนะครับว่า รัฐธรรมนูญหรือพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้ผู้สมัครเท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง สว. ได้ นี่มันเปึนประชาธิปไตยตรงไหนครับให้ผู้สมัคร แล้วท่านประธานไปเป่ดดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๔ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเปึนผู้แทนปวงชน ชาวไทย แล้วกระผมขอถามว่าสมาชิกวุฒิสภาเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทยตรงไหนละครับ เมื่อท่านเขียนรัฐธรรมนูญให้ สว. จำกัดไว้แค่คนมีเงิน ๒,๕๐๐ บาทเท่านั้นที่จะเลือก มีคนไปสมัคร ๒,๕๐๐ บาท จะเปึนกลุ่มเปึนอะไรต่าง ๆ ออกไป สามารถเลือกอยู่ด้วยกันครับ เลือกไขว้ไปไขว้มา แล้วประชาชนมองตาปริบ ๆ ไม่มีสิทธิเลือก ถ้าไม่ไปสมัครก็คือไม่มีสิทธิเลือก แล้ว สว. ครั้งนี้เปึนครั้งแรกนะครับ มีกระบวนการเลือกตั้ง ที่พิสดารเหมือนกันนะครับ ซึ่งเปึนผลมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ ที่เราอยากจะขอ ประชามติแก้นี่ละ เพราะว่าการเลือกตั้ง สว. ก็เลือกตั้งเปึน ๓ ระดับ ก็เปึนที่ทราบกันดี อำเภอ จังหวัด ประเทศ มีสูตรทั้งเลือกตั้งไขว้กลุ่มอาชีพและมีการเลือกตั้งกลุ่มอาชีพ ประชาชนซับซ้อน สับสน แม้กระทั่ง สส. ทุกคน ผมไปถามว่าเขาเลือกตั้งอย่างไร งงไปหมด มันเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่งงที่สุดในการเลือกตั้ง สว. คราวนี้ แม้กระทั่งผู้ไปสมัครเลือกตั้ง บางคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากติกาเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ๒ ตัวอย่างที่ผมได้ยกมานี้จึงเปึน ความสำคัญที่สภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้จะต้องรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ประชามติ เพราะไม่ว่าสูตรการนับคะแนน สส. ตอนเลือกตั้งป้ ๒๕๖๒หรือการเลือกตั้ง สว. ที่กำลังดำเนินการอยู่ ณ วันนี้ รัฐธรรมนูญเป่ดช่องให้ตีความมั่ว ๆ เราก็ไม่ควรให้เกิดปัญหา เรื้อรังในระบอบการเมืองของพวกเราในอนาคตต่อไปครับท่านประธานครับ กระผมจึงมี ความเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลควรไตร่ตรองและรอบคอบอย่างถูกต้องแล้วละครับ ที่ได้เสนอเข้ามา แล้วเพื่อนสมาชิกทั้งหลายด้วยนะครับ และที่สำคัญที่สุดเราก็คิดว่า ถ้าหากว่าเรามีการผ่านประชามติไปแล้ว เราก็มองย้อนตลอดจนการจัดตั้งรัฐบาลทุกพรรค การเมืองด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปก็เปึนเรื่องอีกต่างหากซึ่งมันก็มีบางบทบางอะไรต่าง ๆ ที่จะต้องมีการถามไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะไม่เอ่ยถึง แต่ที่สำคัญที่สุดเราต้อง ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข นั่นหมายความว่า ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลของเราที่ได้ตั้งเราจะต้องยึดหลักตัวนี้เปึนสำคัญนะครับ เพราะมันเปึนรากฐานการเมืองในการปกครองของประชาธิปไตยตั้งแต่บรรพบุรุษ รัฐธรรมนูญ ๒๐ กว่าฉบับไม่เคยเอาตรงนี้ออกไปเลยนะครับ ซึ่งมันเปึนโครงสร้างของสังคม ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดำรงอยู่เปึนที่เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนนะครับ ดังนั้น วันนี้สภาของเรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติซึ่งจะเปึน กฎหมายสำคัญ กุญแจดอกสำคัญที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความเปึน ประชาธิปไตย แล้ววันนี้เปึนหมุดหมายที่สำคัญที่พี่น้องประชาชนรอคอยรัฐธรรมนูญฉบับที่มี ความเปึนประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของพวกเขาเอง
สุดท้ายทั้งหมดนี้ผมขอสนับสนุนรับหลักการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการ ออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี ฉบับของท่านรองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล และร่างของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๒ พรรค รวมเปึน ๔ ฉบับ กระผมขอขอบคุณครับ