สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ หารือเหตุสะพานยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบังถล่ม โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความปลอดภัยของโครงสร้าง และกระบวนการก่อสร้างอย่างเร่งด่วน ทั้งในส่วนของความผิดพลาดทางเทคนิค เช่น การดึงลวดแรงดัดก่อนที่ Wet Joint จะแข็งตัวเพียงพอ การเปลี่ยนแปลงแบบก่อสร้างหลังประมูล และการใช้ผู้รับเหมาย่อย พร้อมเสนอให้ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท และการควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมเสนอญัตติด่วนในเรื่องคล้ายคลึงกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ในญัตติด่วน ด้วยวาจาเรื่องสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาสะพานถล่ม กรณีสะพานยกระดับ ถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง เพื่อส่งให้รัฐบาลดำเนินการ ก็ก่อนอื่นเลยขอแสดงความเสียใจ กับญาติผู้เสียชีวิตทั้ง ๒ ท่าน รวมกับมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากในกรณีนี้นะครับ อันนี้ เป็นประเด็นสำคัญในวงการของวิศวกรรมโยธาถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง ที่ปล่อยให้มีอุบัติเหตุเช่นนี้เกิดขึ้น ถ้าทุกอย่างทำตามหลักการ กระบวนการทางวิชาการ มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้แน่ ๆ ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมาเร่งรัดดำเนินการให้เกิด การตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วก็ขยายผลเพื่อไปเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโครงการ ก่อสร้างในโครงการอื่น ๆ ด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามด้วยเวลาที่จำกัดผมจะพยายามอยู่ใน ประเด็นของโครงการนี้ที่กรณีของสะพานยกระดับอ่อนนุช-ลาดกระบัง มาดู Timeline กัน เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ มีการประกวดราคาด้วยวิธี e-Bidding แต่ราคาก็สังเกตได้ว่า ไม่ต่างจากราคากลางนักในโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ต่อมา เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ก็มีการประกาศผู้ชนะการประมูลก็คือกิจการร่วมค้า ธาราวัญ-นภา ราคาที่ชนะการประมูลจริง ๆ แล้วคือ ๑,๙๓๘,๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่ง เป็นงาน ๒ ส่วน งานใน Contract ของ กทม. ๑,๖๖๔,๕๕๐,๐๐๐ บาท ก็คือพูดง่าย ๆ ประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ในส่วนของ กทม. โดยสำนักการโยธา แล้วก็จะมีงานอีกส่วนหนึ่ง สำหรับการไฟฟ้านครหลวงอีกประมาณสัก ๒๗๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท ลักษณะของงาน โดยภาพรวมก็เป็นทางยกระดับก็คือพูดง่าย ๆ เป็นสะพานยาวประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร ขนาด ๔ ช่องจราจร เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แล้วก็มีงานอื่น ๆ อย่างเช่น งานปรับปรุง สะพานข้ามคลองหนองปรือ มีงานก่อสร้างระบบระบายน้ำ มีงานก่อสร้างระบบไฟฟ้า แล้วก็แสงสว่าง โดยมีเจ้าของโครงการก็คือทางสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร สัญญา ที่เซ็นไปลงชื่อสัญญา สนย ๑๑/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ให้เวลา ๙๐๐ วัน เริ่มจากวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๔ ถึง ๑๑ สิงหาคม ปี ๒๕๖๖ วันนี้วันที่เท่าไรแล้วครับ ท่านประธาน วันนี้วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นี่ครับถึงพยายามเร่ง แต่เดี๋ยวเรามาดู รายละเอียดกัน จริง ๆ ช่วงที่เร่งมันกลับไม่ควรเร่ง แต่มันเร่งช่วงที่มันไม่ควรเร่งคือในทาง วิศวกรรมไปเร่งมากแล้วมันพัง เดี๋ยวผมจะขยายความให้ฟังของการพังในกรณีนี้ ระยะเวลา สัญญาอย่างที่บอก ๙๐๐ วัน แต่ผมให้ข้อสังเกตอีกอย่างหนึ่งนะครับ มีการแก้ไขสัญญา ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๒ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยรวมแล้ว มีความช้าอยู่ ช้ากว่าแผนงานปัจจุบัน ๑๐.๘ เปอร์เซ็นต์
ประเด็นต่อมาที่อยากให้ดูกันนะครับ คือโครงการนี้จริง ๆ ตั้งงบไว้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๔ ๒๓๙ ล้านบาท งบประมาณปี ๒๕๖๕ ไม่ตั้งเลย คือมีปัญหาเริ่มไม่ได้ ยังมีปัญหาอะไรอยู่ จะมีการหา Subcontractor จะมีการเปลี่ยนแบบกลางอากาศอะไร ต่าง ๆ ก็มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ที่จะต้องไปตรวจสอบกันนะครับ ปี ๒๕๖๖ ตั้งงบไว้ ๕๐๐ ล้านบาท แล้วก็งบปี ๒๕๖๗ ที่จะผูกพันไปอีก ๙๒๐ ล้านบาท ตอนนี้เบิกเงินไปแล้ว ๙ ครั้ง คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้นที่เบิกไปแล้ว ๓๓๗ ล้านบาท จากข้อเท็จจริงต่าง ๆ อย่างนั้น ผมเอามาวิเคราะห์ให้ฟังนะครับ แบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนหนึ่งคือเรื่องของการตรวจสอบ เพื่อหาสาเหตุกับอีกส่วนหนึ่งคือส่วนข้อเสนอแนะ ซึ่งผมจะมีด้วยกัน ๔ ประการ มาเริ่มกัน จากเรื่องของสาเหตุก่อน รบกวนทางโสตเอาภาพขึ้นด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ตอนนี้ถ้าเราติดตาม ข่าวสารก็จะมีการวิเคราะห์ถึงทฤษฎีการพังทลายหลาย ๆ แบบ อะไรพังก่อน เสาพังก่อน อาคารพังก่อน Jack พังก่อน โน่นนี่นั่น แต่เอามาบวก ลบ คูณ หาร กันแล้วนี่ แล้วก็ถาม ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญประกอบกับการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงดูรูปต่าง ๆ นะครับ แล้วก็มี ทีมงานไปที่ Site ก่อสร้าง แล้วก็มีคลิป Video เป็นหลักฐาน ผมเชื่อในทฤษฎีที่เรียกว่า Wet Joint Wet Joint คืออะไรครับ Wet Joint คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในภาพนะครับ ภาพบน คือภาพตอนที่ยังไม่พัง ภาพล่างคือภาพที่มันพังแล้ว ส่วนสีแดง ๆ ที่เป็นก้อนสีแดง ๆ อันนี้ เขาเรียกว่า Wet Joint การที่เราจะเข้าใจการพังทลาย ผมขออธิบายสั้น ๆ ว่าจริง ๆ แล้ว ตัวสะพานถ้าย้อนกลับไปดูมันเป็นลักษณะที่เรียกว่า Box Girder เป็นการเอากล่องมาต่อ ๆ กัน วางพาดอยู่บนเสาคอนกรีตนะครับ ตัวสะพานนี่เป็นคานยาวเขาเรียกว่า Continuous Span ซึ่งต่างจากพวกเวลาเราไปก่อสร้างรถไฟฟ้าหรือทางด่วนซึ่งเป็น Simple Span ก็คือมี Span เดียวระหว่าง ๒ เสา แต่อันนี้มันยาว แล้วก็ในการก่อสร้างเขาก็จะเอา Segment ที่หล่อจากโรงงานเอามาต่อ ๆ กัน เคลื่อนย้ายโดยรถบรรทุกเอามาต่อ ๆ กันไว้ที่บนหัวเสา แล้วจากนั้นก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า Launcher แล้วก็ดึงลวดเพื่อให้มันรับน้ำหนักได้ แต่ระหว่าง แต่ละ Span มันก็จะมีช่องว่าง ๆ ประมาณสัก ๑๕-๒๐ เซนติเมตรที่โชว์เป็นกล่องสีแดง ๆ ในภาพตรงนี้เขาเรียกว่า Wet Joint คำว่า Wet Joint ก็คือหล่อเปียก เอามาหล่อในที่ คราวนี้ถ้างานเร่งมาก ๆ แล้วปูนมันไม่ได้แห้งเต็มที่ หมายความว่ามันอาจจะดูแห้งแล้ว แต่กำลังยังไม่ได้มันก็อาจจะเกิดการ Failed ขึ้น อันนี้ก็คือเป็นข้อสันนิษฐานหนึ่งในหลาย ๆ ทฤษฎี ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้ดู Clip กัน เปิด Clip ที่ ๑ ประมาณวินาทีที่ ๒๕ ข้ามไป ตรงนั้นเลยก็ได้ จะได้เห็นว่าเวลาแตกนี่มันแตกจากตรง Wet Joint ครับ ข้ามไปที่ประมาณ วินาทีที่ ๒๕ ดูด้านขวาบริเวณทางยกระดับกำลังจะเริ่มพังนะครับ ท่านเห็นไหมที่เริ่มพัง มันเริ่มพังตรงนี้ สิ่งตรงนี้ละที่เขาเรียกว่า Wet Joint ซึ่ง Wet Joint ถ้ากำลังมันไม่ได้เต็มที่ คอนกรีตตอนแรก ๆ มันยังไม่มีกำลัง มันต้องทิ้งไว้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดทิ้งไว้ใน ระยะเวลาที่ไม่เพียงพอ เพราะมัวแต่ไปเร่ง ๆ มันจะเกิดการพังอย่างนี้ขึ้น แต่ว่าโครงการนี้ มันช้าจริง ๆ นะครับ แต่กระบวนการที่มันช้าเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบบ แบบที่ก่อสร้างไม่ตรงปกกับที่ประมูลกัน ไปหา Subcontractor อะไรต่าง ๆ พวกนี้ทำให้ช้า แต่ว่าเวลาเขาเริ่มสร้างแล้วไปเร่ง ๆ นี่มันก็พังได้นะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นทฤษฎี ที่เรียกว่าพังจาก Wet Joint ดูภาพที่ ๒ พอ Wet Joint พังนี่ตำแหน่งอื่นมันก็จะพังไป รวมถึงส่วนที่เป็น Box Girder แล้วก็ตัว Launcher ที่เป็นโครง Truss ก็หล่นตามลงมา เดี๋ยวขอเปิดคลิปที่ ๒ ให้ดูนะครับ หลังจาก Wet Joint พังแล้วว่าการพังทลายมันหน้าตา ประมาณไหน อันนี้เรากำลังวิ่งมา ท่านเห็นการพังใช่ไหมครับ อันนี้เขาก็หยุดดูการพังทลาย แล้วเดี๋ยวรถคันนี้ก็จะขับไปข้างหน้า การพังทลายแบบนี้ก็คืออันนี้มองย้อนกลับไปจากจุดที่ Wet Joint พัง แล้วเราก็จะเห็นว่ามันมีการพังทลายของส่วนที่เรียกว่า Box Girder แล้วก็ ตัว Launcher ถล่มตามลงมา ฉะนั้นการที่ Wet Joint มันพังนะครับ มันพังเพราะว่าแรงอัด จากลวดสปริงเวลาดึง เพราะว่าตัว Wet Joint ยังไม่แข็งแรงเพียงพอ เพราะว่าภายหลัง การหล่อคอนกรีตกำลังวัสดุก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอผ่านไปหลาย ๆ วันกำลังถึงจะสูงเพียงพอ ที่จะรับตัวดึงลวดความดันสูงเข้าไปได้ ฉะนั้นคำถามที่สำคัญนะครับ คำถามที่สำคัญก็คือ ทำไมผู้รับเหมาจึงดำเนินการดึงลวด Sling โดยที่ Wet Joint ยังไม่แข็งแรงเพียงพอ คือถ้า การพังอย่างนี้มันสามารถสรุปได้ว่า Wet Joint ไม่แข็งแรงเพียงพอ ก็จะมองกลับไปได้ว่า อาจจะมีการประมาทเกิดขึ้น หรือมีการผิดพลาดเกิดขึ้น หรือมีการเร่งการทำงานนะครับ เรื่องนี้จะต้องไปสอบสวนกันโดยข้อเท็จจริงต่อไปว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ว่าข้อสันนิษฐาน Wet Joint จะถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้ก็จะต้องไปพิสูจน์กัน แล้วก็หาเหตุผลที่แท้จริง แล้วป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคล้าย ๆ กันอีกในอนาคตนะครับ นอกจากในส่วนของ Wet Joint แล้ว อีกคำถามที่สำคัญก็คือแล้ววิศวกรคุมงาน ซึ่งงานนี้วิศวกรคุมงานก็คือทางสำนัก การโยธา กรุงเทพมหานคร ได้ทำหน้าที่ควบคุมแล้วก็ตรวจสอบผู้รับเหมาดีพอหรือยัง ทำตามขั้นตอนหรือไม่ อันนี้ก็ต้องไปตรวจสอบกันนะครับ เพราะว่าการสอบสวนเป็น เรื่องที่สำคัญที่เราจะเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ในอนาคต อันนี้ก็ฝากไว้เลยนะครับ ฉะนั้นอันนี้เราจะต้องไปดูกันว่าข้อสันนิษฐานถ้ามันเป็น ในลักษณะ Wet Joint มันก็จะเป็นอย่างที่ผมพยายามอธิบายไป แต่ถ้าไม่เป็นแบบ Wet Joint เป็นเพราะเหตุผลอื่น ก็จะปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุการพังทลายที่แท้จริง เราต้องไปตาม เอาหลักฐานมาตรวจสอบกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเขาเรียกว่า Method Statement for Guarder Elections นะครับ คือปกติผู้รับเหมาก็จะต้องเอาเอกสารมาแสดงว่าขั้นตอน ในการก่อสร้างเป็นอย่างไร ปูนเท่าไรถึงจะดึงลวดได้ ต้องไปดูรายการคำนวณว่าที่เขา คำนวณถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่ว่าไปหยิบแบบจากเจ้าหนึ่งมา แล้วเอามาเปลี่ยนแปลงหน้างานอีก เปลี่ยนแปลงขั้นตอนก่อสร้าง เดิมจะวิ่งคานจากซ้ายไปขวา เปลี่ยนมาวิ่งจากขวาไปซ้าย แต่ทำอะไรรายการคำนวณถูกต้องหรือยัง รวมถึงต้องไปดูบันทึกการทดสอบลูกปูน คือลูกปูน ก้อนที่เทวันนั้นเขาก็จะมีการเก็บ Sample ไว้ ถ้าไม่มีก็คือการตรวจสอบถือว่ามีปัญหา อย่างยิ่งนะครับ เพราะในงานก่อสร้างผู้รับเหมาก็จะต้องมีการเสนอวิธีการติดตั้งคานสะพาน แล้วก็แสดงขั้นตอนอย่างละเอียด รวมถึงต้องนำส่งรายงานการคำนวณเพื่อพิสูจน์ว่า การก่อสร้างมีความปลอดภัยเพียงพอ ในที่นี้ก็คือคำนวณหาตัวที่เขาเรียกว่า Straight ที่เกิด ขึ้นกับบริเวณ Wet Joint แล้วก็หาว่า Wet Joint จะต้องมีกำลังเท่าไรจึงสามารถดึงลวดได้ ต้องรอครับ พูดง่าย ๆ ต้องรอให้มันหาย Wet ก่อน รอปูนให้มันหายเปียกก่อน ให้มีกำลัง เพียงพอ ไม่ใช่ว่าไปเร่ง ๆ แล้วไปดึงมันก็จะพังอันนี้ก็ต้องไปดูกัน แต่ความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ก็คือความสูญเสียครับ ความสูญเสียต่อชีวิตแล้วก็ทรัพย์สินของประชาชน ฉะนั้นการที่ สะพานถล่มครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะว่าเกิดความผิดพลาด ไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลัก วิศวกรรมแน่ ๆ ไม่ใช่ว่าเป็นอุบัติเหตุแบบว่ามันเกิดขึ้นได้เสมอ มันไม่มีใครผิด ไม่ใช่ครับ เรื่องนี้ต้องมีคนผิด ต้องมีคนรับผิดชอบ และเราต้องเรียนรู้จากมันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก ในอนาคต จากสาเหตุที่พูดไปนะครับ การตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ต้องเดินไป ข้อเสนอแนะ ที่เป็นรูปธรรมที่จะฝากไว้ในสภาแห่งนี้ส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการ
ข้อเสนอแนะที่ ๑ ก็คือให้ กทม. แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบไปเก็บ รวบรวมหลักฐาน ไปถ่ายรูป เก็บตัวอย่าง เก็บก้อนปูน เก็บเอกสารก่อนที่หน้างานจะเกิด Big Cleaning Day อันนี้สำคัญนะครับ ถ้ามี Big Cleaning Day เอกสารหลักฐานอะไร ต่าง ๆ ไม่รู้มันจะหายไปไหน Sample ปูนจะเอาไปอย่างไร ตกอะไร ทับอยู่อะไร ต้องรีบไป เก็บเลย แล้วก็ทำการพิสูจน์ให้มันรู้ข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องไปเก็บก่อน เพราะว่า ถ้าเกิดไม่เก็บแล้วเราจะไปพิสูจน์ทราบในภายหลังมันทำได้ยากยิ่ง แล้วมันก็จะไม่มีหลักฐาน ที่เป็นรูปธรรม แล้วสุดท้ายก็จะไม่มีใครผิด เรื่องนี้สำคัญนะครับ ฝากไว้เลยนะครับ ก่อนที่ จะทำ Big Cleaning Day ไปเก็บรวบรวมหลักฐานให้เรียบร้อยเสียก่อน
ข้อเสนอแนะที่ ๒ ให้ กทม. ไปตรวจสอบเรื่องการใช้ Subcontractor พูดเป็นภาษาบ้าน ๆ ง่าย ๆ คือผู้รับเหมาไม่ตรงปก เวลาประมูลงานเจ้าหนึ่งไปประมูล เขาก็จะมี Qualification ว่าคนที่เข้ามาประมูลได้ต้องมีผลงานอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องมี ความน่าเชื่อถือพอ ต้องมีฝีมือพอ ต้องมีวิศวกรพอ ต้องมีทุนทรัพย์พอ แล้วผมไม่เชื่อว่า สัญญาฉบับไหนจะเขียนบอกว่าไป Sub Sub ต่อเป็นทอดได้ โดยให้คนที่ได้งานมาก่อนก็กิน หัวคิวแล้วก็ Sub ไปให้เจ้าต่อ ๆ ไปทำ อันนี้ต้องไปดูเลยนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นเราก็จะ ได้ผู้รับเหมาไม่ตรงปก ได้ผู้มีคุณสมบัติไม่เพียงพอมาทำงานก่อสร้าง ซึ่งก็แน่นอนพอเกิด การตัดหัวคิวได้คนไม่มีคุณสมบัติมาทำงานคุณภาพก็จะลดลง โอกาสทางพังทลายก็จะสูงขึ้น นั่นคือข้อเสนอแนะที่ ๒ นะครับ
ข้อเสนอแนะที่ ๓ ให้ กทม. ชี้แจงเรื่องการเปลี่ยนแบบหลังการประมูล พูดง่าย ๆ มีการก่อสร้างไม่ตรงปก เรื่องนี้มีการเปลี่ยนแบบจากเดิม ตอนเอาไปประมูลกัน เป็นคอนกรีตแบบหล่อในที่ แต่ตอนนี้ที่สร้างกันก็คือหล่อจากโรงงานแล้วยกมาติดตั้ง แล้วมีการดึงลวดกันหน้างานแล้วเกิดการพังทลาย ผมไม่ได้บอกว่าวิธีนี้ไม่ดีนะครับ แต่เมื่อ มันดี คุณบอกว่ามันดีทำไมคุณไม่ออกแบบไว้อย่างนั้น ทำไมตอนประมูลไม่ใช้วิธีนั้น ทำไม ประมูลวิธีหนึ่ง แบบเป็นแบบหนึ่งแล้วก็ไปประมูล เสร็จแล้วถึงเวลาจริง ๆ ไม่ใช้ มาเปลี่ยน หน้างาน มาเปลี่ยนในภายหลัง อันนี้ต้องไปดูเลยว่ามีการก่อสร้างไม่ตรงปก คือแบบที่ใช้ใน การก่อสร้างจริงหน้างานทุกวันนี้ที่เกิดการพังทลายมาไม่ใช่แบบที่ใช้ประมูลกันเมื่อวันก่อนโน้น แต่เป็นการถูกขออนุมัติใหม่เพื่อแก้ไขหน้างาน
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๔ ที่อยากฝากไว้นะครับ ก็จะต้องให้ทาง กทม. ชี้แจงเรื่องของความเข้มงวดในการควบคุมงานก่อสร้าง อย่างเมื่อสักครู่ที่ผมเล่ามันต้องมี การเก็บ Sample ปูน มันจะต้องมี Method Statement ว่าขั้นตอนการก่อสร้างอะไร ต่าง ๆ นี้เป็นอย่างไร แล้วก็มีคนไปควบคุมว่าผู้รับเหมาทำตามสิ่งที่เขาเสนอไว้หรือไม่ ไม่ใช่ว่าหน้างานก็ลุยไปมันก็จะพังอย่างนี้ เพราะฉะนั้นถ้ามันเป็นอย่างที่ผมบอกให้ไป ตรวจสอบ ถ้ามันมีการใช้ผู้รับเหมาไม่ตรงปก ถ้ามันมีการก่อสร้างไม่ตรงปก ถ้ามันไม่มี การควบคุมหน้างานที่ดีมันก็เกิดการพังทลายเช่นนี้ ในทางวิศวกรรมยอมไม่ได้นะครับ อันนี้อันตรายกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และที่สำคัญนอกจากข้อเสนอ ๔ ข้อแล้ว เราต้องรู้ว่าโครงการที่เราพูดถึงนี้ นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุครั้งแรกนะครับ แล้วในช่วงปีที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างใหญ่ ๆ เกิดขึ้นหลายครั้งมาก ๆ เอาครั้งหลัก ๆ ที่เป็นข่าวดัง ๆ อย่างเช่นกรณีพระราม ๒ กรณีโน่นนี่นั่น พี่น้องก็คงคุ้นหูว่ารอบปีที่ผ่านมามีอุบัติเหตุใหญ่ ๆ ที่มันสูญเสียต่อชีวิตประชาชน แล้วประชาชนนี่คือซวยขับรถมาดี ๆ เจอคานหล่นใส่อย่างนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับวงการก่อสร้างไทยครับ ฉะนั้นพรรคก้าวไกลเราจะร่วมหาข้อเท็จจริง แล้วก็จะลดโอกาสการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้อีกเสมอ ๆ ในอนาคต ถ้าไม่มาร่วมมือกันแก้ไข ปัญหาอย่างจริงจัง ขอบคุณครับท่านประธาน