วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อภิปรายเร่งรัดการชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ถล่มในกรุงเทพฯ โดยเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครเร่งประสานบริษัทประกันและผู้รับเหมาจ่ายเงินเยียวยาอย่างทันท่วงที พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการเก็บหลักฐานเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงทางวิศวกรรมก่อนเคลียร์พื้นที่ และตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการขาดผู้ควบคุมงานก่อสร้างอย่างอิสระ รวมถึงความเสี่ยงจากการกลับมาดำเนินงานก่อสร้างหลังยุติช่วงโควิด-19 โดยเรียกร้องให้ตรวจสอบความปลอดภัยอย่างรัดกุมก่อนเริ่มงานใหม่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ.
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในวันที่เกิดเหตุท่านประธานครับผมได้เข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจกับประชาชนร่วมกัน กับคุณชุมพล หลักคำ ก็เป็นทีมงานของพรรคก้าวไกลแล้วก็เป็นอดีตผู้สมัคร สส. ของเรา ที่เขตลาดกระบัง สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าตอนนี้คงมีหลายท่านแล้วพูดถึงเรื่องของการสืบสวน สอบสวนข้อเท็จจริงทางวิศวกรรม แล้วก็ผมเข้าใจว่าทางสำนักการโยธาของกรุงเทพมหานคร ก็มีการร่วมมือกันกับทางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย รวมทั้งสภาวิศวกรในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ผมเห็นด้วยกับทางท่านสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ว่าจะต้องมีการเก็บ รวบรวมหลักฐานเอาไว้ก่อนที่จะมีการ Clear พื้นที่ ซึ่งเข้าใจว่าจะมีคำสั่งในการ Clear พื้นที่ ให้เสร็จภายใน ๓ วันนี้ ซึ่งผมก็เข้าใจอีกว่าก็คงมีความจำเป็นต้องมีการตรวจสอบพื้นที่ แล้วก็ต้องดำเนินการก่อสร้างต่อ เพราะมิฉะนั้นพื้นที่ตรงนั้นก็จะมีปัญหาเรื่องการจราจรติดขัด แต่อย่างไรการเก็บหลักฐาน เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงก็มีความจำเป็นอย่างมากนะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะใช้เวลาสั้น ๆ ในการอภิปรายไม่เกิน ๗ นาทีก็คือเรื่องของการชดเชยเยียวยาผู้เสียชีวิตทั้ง ๒ ท่าน แล้วก็ ผู้บาดเจ็บอีก ๑๐ กว่าท่าน เบื้องต้นทราบว่า ๑๒-๑๓ ท่าน คืออย่างนี้ครับ ตอนนี้การเยียวยา ผมติดตามข่าวและติดตามสถานการณ์ เข้าใจว่าทางผู้รับเหมามีการทำประกันเอาไว้โดยมี วงเงินอยู่ที่ ๕๐ ล้านบาท ก็มีบริษัทที่รับประกันอยู่ ๒ ราย คือกรุงเทพประกันภัยรับไป ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ทิพยประกันภัยในอีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจดีในการชดเชยเยียวยา คงจะต้องมีกระบวนการในการรวบรวมเอกสารแล้วก็เก็บรายละเอียดต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ การเยียวยาชดเชยที่ล่าช้าก็ยังมีความไม่เป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียเช่นกัน ดังนั้นผมจึงขอใช้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ส่งความคิดเห็นเชิงบวกไปยังกรุงเทพมหานครในการเร่งรัดกับ บริษัทประกันภัยแล้วก็ผู้รับเหมาในการเร่งจ่ายเงินชดเชยเยียวยา ผมรู้ดีว่าเงินเท่าไร ก็ไม่สามารถที่จะชดเชยกับชีวิตที่เสียไปได้ แต่อย่างไรก็ตามก็ดีกว่าการที่ปล่อยให้เวลา ล่วงเลยไป แล้วก็ตัวเงิน ณ ที่ควรจะเป็นเงินเยียวยากลับตกไม่ถึงมือผู้สูญเสียเสียที แล้วจนต้องมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกัน
เรื่องต่อมา เป็นเรื่องที่ทางกรุงเทพมหานครจะต้องเข้าไปรับผิดชอบตรง ๆ ก็คือว่าโดยปกติแล้วการก่อสร้างจะมีการทั้งจ้างผู้รับเหมา แล้วก็จ้างวิศวกรผู้ควบคุมงาน ในกรณีนี้ครับ ท่านประธานครับ เข้าใจว่าผู้ควบคุมงานนี้เป็นการควบคุมงานโดยสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครเอง ไม่ได้มีการจัดจ้างผู้ควบคุมงาน ดังนั้นสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จึงต้องเป็นผู้ให้คำตอบว่าการควบคุมงานนั้นเป็นอย่างไร และมีความปลอดภัย มั่นคง เพียงพอหรือไม่ จึงอนุญาตให้มีการก่อสร้างในลักษณะนี้
เรื่องที่ ๓ ผมคิดว่าตอนนี้ประชาชนก็มีความตื่นตระหนกอยู่พอสมควร เนื่องจากทราบข้อมูลว่ามีการขอให้เปลี่ยนวิธีการก่อสร้างจากเดิมเป็นการก่อสร้างแบบ หล่อคอนกรีตแล้วก็เทในพื้นที่ Site งานเลย แล้วก็มีการขอให้เปลี่ยนนะครับ ทางผู้รับเหมา ขอเปลี่ยนให้เป็นระบบแบบที่เรียกว่าหล่อเสร็จจากโรงงานแล้วก็เอามาติดตั้งโดยใช้ตัว แขวนคาน แล้วก็วางตัวสะพานที่หล่อเสร็จจากโรงงานมาติดตั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วการเปลี่ยน แบบตรงนี้ทั้ง ๒ แบบนี้มีความปลอดภัยทั้งสิ้นถ้าดำเนินการตามหลักวิศวกรรม ดังนั้นไม่ได้ หมายความว่าแบบ ๒ หรือแบบ ๑ อะไรปลอดภัยกว่ากัน คือมันปลอดภัยทั้งคู่ถ้าดำเนินการ ตามหลักวิศวกรรม ดังนั้นแต่อยู่ดี ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ชอบคำนี้คำว่าอยู่ดี ๆ มันก็ร่วงลงมา อยู่ดี ๆ มันก็หล่นลงมา ถ้าอยู่ดี ๆ มันไม่หล่นลงมาละครับ มันต้องมีเหตุ ที่ทำให้มันต้องหล่นลงมา แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ผมคงต้องพูดในสภาว่าทั้ง ๒ แบบ มีความปลอดภัย แต่ต้องมีการกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ผิดหลักวิศวกรรมจนทำให้ระบบ ที่หล่อคอนกรีตที่เสร็จจากโรงงานแล้วเอามาติดตั้งที่ Site งานมีปัญหาแบบนี้ ซึ่งก็คงต้อง ตรวจสอบนะครับ แต่อย่างไรก็ตามทั้ง ๒ แบบก็มีความปลอดภัยทั้งสิ้นถ้าทำอย่างถูกต้อง
เรื่องสุดท้ายครับ ในเวลาอีก ๒ นาที จากเหตุการณ์พระราม ๒ ก็ดี จนมาถึง ที่ลาดกระบังก็ดี เรารู้สึกไหมว่าการก่อสร้างที่มีปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบ ได้ประสบ อุบัติเหตุ แล้วก็เกิดความหวาดหวั่นว่าการก่อสร้างจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งหมด ทั้งมวลมาจากการเร่งรัดการก่อสร้างหลังจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั้งสิ้น ผมว่าการขยายสัญญาให้มีการยืดอายุสัญญาออกไปเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะระหว่างที่ โควิดระบาด Site ก่อสร้างต่าง ๆ ที่อาจจะเชื่อว่าเป็นแหล่งการระบาดของ COVID-19 ก็ถูกปิดไป หลาย Site หยุด หลาย Site ชะลอการก่อสร้าง ก็เป็นเหตุที่เข้าใจได้ที่ต้องมี การยืดอายุสัญญาออกไป แต่หลังจากที่การระบาดสิ้นสุดหรืออยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้ แล้วการก่อสร้างกลับมาก่อสร้างใหม่ ซึ่งการก่อสร้างในลักษณะนี้มีทั่วประเทศนะครับ ไม่ใช่ จำเพาะเจาะจงเฉพาะแค่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น ก็ต้องถามว่าทั้งกรุงเทพมหานครก็ดี ทั้งจังหวัดต่าง ๆ ก็ดี กรมทางหลวงก็ดี กระทรวงมหาดไทยก็ดี หน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในเรื่องของการก่อสร้างก็ดี ได้มีการออกหนังสือกำชับให้ผู้รับเหมาแล้วก็ผู้ควบคุมงานได้ตรวจสอบความพร้อมที่จะ ก่อสร้างต่อหรือไม่ มีการตรวจสอบมาตรการหรือมาตรฐานในการดำเนินการให้มี ความปลอดภัยในการก่อสร้างต่อเรียบร้อย รอบคอบดีพอหรือยัง หรืออยู่ดี ๆ โรคระบาด หมดปั๊บก็ก่อสร้างต่อเลย มันเป็นอย่างไรก็ก่อกันไปอย่างนั้น มันเป็นอย่างไรก็สร้างต่อกันไป อย่างนั้น ถ้ายังไม่มีมาตรการในการกำชับ Site ก่อสร้างต่าง ๆ ทั่วประเทศให้ตรวจสอบ ความพร้อม ให้ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรัดกุม ผมก็กังวลว่า ความเสียหายในลักษณะนี้ที่ประชาชนต้องมาหวาดหวั่นและได้รับผลกระทบก็จะเกิดขึ้นอีก และนี่น่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย จึงเรียนผ่านทางท่านประธานไปยังรัฐบาลแล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่ากรุณาเถอะครับ ตรวจสอบกำชับเพื่อให้การก่อสร้างต่อมีความรอบคอบ รัดกุม แล้วก็มีความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ