เอมอร ชี้รัฐต้องจริงจังอนุรักษ์วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาท้องถิ่น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

เอมอร ศรีกงพาน อภิปรายย้ำเจตนารมณ์ไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักการพื้นฐานของรัฐและสิทธิเสรีภาพ พร้อมเรียกร้องให้รัฐดำเนินการอย่างจริงจังในการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และมรดกทางวัฒนธรรมตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้มีการกระจายอำนาจด้านวัฒนธรรมไปสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดสรรงบประมาณ การกำหนดกฎหมาย กลไกติดตามประเมินผล และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อคุ้มครองและส่งเสริมทรัพย์สินทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

นางเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางเอมอร ศรีกงพาน สมาชิกวุฒิสภา ขออนุญาตใช้เวลาในสภาแห่งนี้ อภิปรายใน ๒ ประเด็น ประเด็นแรกนำเสนอเจตนารมณ์ที่สำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ถือว่าไม่มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ในฉบับนี้ โดยเฉพาะในหมวด ๑ และหมวด ๒ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนชาวไทย ทุกคนจะต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก จึงถือเป็นหน้าที่ของประชาชนชาวไทยที่จะต้อง ถือปฏิบัติสืบต่อกันไป และจากที่ได้ฟังผู้ทรงเกียรติได้นำเสนอเกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องเสนอให้มี การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้สามารถแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้าน และดิฉันเห็นว่าพวกเราควรมาร่วมมือร่วมใจกันสร้างความ สมัครสมานสามัคคีและรวมกันฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย โดยบูรณาการความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศไม่ว่าจะเป็นปัญหาสังคม ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาอยู่ ณ ขณะนี้ให้เป็นไปด้วยดีนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันมีอีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าในฐานะ ที่ดิฉันอยู่ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และจารีตประเพณี ซึ่งอยู่ในหมวด ๓ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพของ ปวงชนชาวไทย มาตรา ๔๓ (๑) ที่บัญญัติไว้ว่า บุคคลและชุมชนมีสิทธิในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู หรือส่งเสริมภูมิปัญญา ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงาม ทั้งของท้องถิ่นและของชาติ ในหมวด ๔ หน้าที่ของประชาชนชาวไทย มาตรา ๕๐ (๘) บัญญัติให้บุคคลมีหน้าที่ต้องร่วมมือและสนับสนุนการอนุรักษ์และคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรม หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ มาตรา ๕๗ (๑) รัฐจะต้องอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุน ให้ประชาชน ให้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการ ดำเนินการด้วย สำหรับหมวด ๖ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา ๗๐ รัฐพึงส่งเสริมและ ให้ความคุ้มครองชาวไทย กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุขโดยไม่ถูกรบกวน ดังนั้น ปัญหา มันอยู่ที่ว่าการนำไปใช้ โดยเฉพาะเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้เป็นหน้าที่ของรัฐและนโยบาย แห่งรัฐ จึงต้องมีหน้าที่ที่จะต้องขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ดิฉันขอเสนอ ประเด็นเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม เพื่อการปฏิบัติจริง ดังนี้

๑. ด้านการสร้างกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ปัญหา ปัจจุบันจะเห็นว่าภูมิปัญญาท้องถิ่นถูกนำไปใช้เชิงพาณิชย์โดยท้องถิ่นไม่ได้ผลประโยชน์ ที่ยุติธรรม ข้อเสนอแก้ไข ควรที่จะบัญญัติให้รัฐมีหน้าที่จัดตั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาภูมิ ปัญญาท้องถิ่น กำหนดให้มีระบบการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เชิงพาณิชย์

๒. การบูรณาการวัฒนธรรมในการพัฒนาทุกด้าน จะเห็นว่าปัญหาปัจจุบัน การพัฒนามักจะละเลยในมิติทางวัฒนธรรม ข้อเสนอแนะ อยากจะให้บัญญัติในหลักการ การพัฒนาทุกด้านต้องคำนึงถึงบริบททางวัฒนธรรมและไม่กระทบต่อมรดกภูมิปัญญาของ ท้องถิ่น โดยกำหนดให้มีการประเมินผลกระทบทางวัฒนธรรมก่อนที่จะดำเนินโครงการ พัฒนาต่าง ๆ รวมทั้งมีกลไกป้องกันและส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรม

๓. การมีกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชน ข้อเสนอ ควรบัญญัติให้ชุมชนมีสิทธิ ในการเข้าร่วมกระบวนการตัดสินใจในนโยบายสาธารณะด้านวัฒนธรรม โดยกำหนดให้มีสภา ชุมชนด้านวัฒนธรรมในระดับท้องถิ่น

๔. การปกป้องการนำไปซึ่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เสนอให้บัญญัติให้รัฐ มีหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการนำทรัพย์สินทางวัฒนธรรมออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับ อนุญาต ควรจะสร้างระบบทะเบียนและคุ้มครองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และมีมาตรการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

๕. มาตรการทางด้านการเงินการคลัง ขอเสนอกำหนดให้รัฐต้องจัดสรร งบประมาณสนับสนุนการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างพอเพียง สร้างระบบภาษีส่งเสริม การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

๖. มาตรการด้านการศึกษา ขอเสนอ บัญญัติให้รัฐต้องคุ้มครอง บูรณาการ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับหลักสูตรในทุกระดับ ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญา ท้องถิ่นด้วยวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย

การกระจายอำนาจ ขอเสนอบัญญัติหลักการ เรื่อง การกระจายอำนาจด้าน วัฒนธรรมสู่ท้องถิ่น กำหนดสัดส่วนงบประมาณด้านวัฒนธรรมที่จะต้องกระจายสู่ท้องถิ่น อย่างชัดเจน และขอเรียนว่าควรที่จะต้องแก้ไขในเรื่องการสร้างกลไกบังคับในหมวด แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ โดยข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อบทบัญญัติ รัฐจะต้องจัดสรร งบประมาณเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม รัฐจะต้องให้กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทาง วัฒนธรรมภายใน ๑ ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้

ประการต่อไป การสร้างกลไกติดตามและการประเมินผล ขอเพิ่มเติม ในหมวด ๖ โดยให้มีคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ที่มีหน้าที่อำนาจติดตามประเมินผล การดำเนินงานตามมาตรา ๕๗ มาตรา ๗๐ และรายงานผลต่อรัฐสภาทุกปี โดยองค์ประกอบ ของคณะกรรมการต้องมีผู้แทนชุมชน ท้องถิ่น กลุ่มชาติพันธุ์ อย่างน้อย ๑ ใน ๓

ประการต่อไป การสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนจะต้องเพิ่ม บทบัญญัติให้ชุมชนมีสิทธิขอรับทรัพยากรและสนับสนุนจากรัฐ รวมทั้งมีสิทธิคัดค้าน ในโครงการหรือนโยบายที่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน ส่วนด้านกฎหมายที่จะ ผลักดันผ่านกฎหมายลำดับรอง ซึ่งกฎหมายที่ควรผลักดันคือพระราชบัญญัติส่งเสริมและ คุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม โดยกำหนดกลไกการแบ่งปัน ผลประโยชน์ กำหนดโทษสำหรับการละเมิดสิทธิทางวัฒนธรรม พระราชบัญญัติกองทุน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและมรดกทางวัฒนธรรม เงินนอกงบประมาณ ให้รัฐมีหน้าที่จัดตั้งกองทุน ส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาของท้องถิ่น โดยการบริหารร่วมกับผู้แทนของชุมชน

ประการสุดท้าย พระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดมรดกทาง วัฒนธรรม โดยกำหนดขั้นตอนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมและกำหนดกลไกการยับยั้ง โครงการที่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม จึงขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณค่ะ