ณัฐพล ชี้รัฐธรรมนูญผูกมือรัฐบาล วอนแก้ยุทธศาสตร์ชาติ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล อภิปรายถึงข้อจำกัดที่รัฐธรรมนูญปี 2560 และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก่อให้เกิดขึ้นต่อการบริหารนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการผูกพันการจัดสรรงบประมาณที่ทำให้ขาดความยืดหยุ่นและไม่ตอบสนองต่อปัญหาเศรษฐกิจภาคประชาชนอย่างทันท่วงที จึงเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ให้พรรคการเมืองสามารถกำหนดทิศทางนโยบายได้ตามความต้องการของประชาชน และเร่งแก้ปัญหาปากท้องอย่างมีประสิทธิภาพ

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เวลาเราพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะมีคำถามตัวโต ๆ กลับมายัง พวกเราจากพี่น้องประชาชนว่า พวกนักการเมืองจะมุ่งแก้รัฐธรรมนูญกันไปทำไม ทำไม ไม่แก้ปัญหาเรื่องปากท้องก่อน ซึ่งวันนี้สมาชิกหลายท่านก็พูดถึงเรื่องนี้ จริงอยู่ครับเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเป็น ก่อนหน้านี้ผมก็คงตั้งคำถามแบบเดียวกัน แต่ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาที่ได้มาทำงานตรงนี้ ได้เห็น การทำงานของรัฐบาล ได้เห็นการทำงานของข้าราชการ ได้เห็นการจัดสรรงบประมาณ สำหรับผมตอนนี้มันชัดนะครับว่ารัฐธรรมนูญและปากท้องเกี่ยวข้องกันโดยตรง เกี่ยวข้อง กันอย่างไร ผมอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ โดยปกติแล้วพี่น้องประชาชนเลือกพรรคการเมือง เลือกรัฐบาลจากนโยบายที่เขานำเสนอ นโยบายนั้นก็ต้องเป็นนโยบายที่คิดมาแล้วว่า แก้ปัญหาประเทศ แก้ปัญหาประชาชนได้จริง เมื่อได้รับการเลือกเข้ามาก็ต้องพยายามทำ นโยบายนั้นให้เป็นจริง ผ่านการออกกฎหมาย ผ่านอำนาจสั่งการ ผ่านการใช้งบประมาณ ซึ่งถ้าทำได้ก็ได้รับเลือกเข้ามาใหม่ ถ้าทำไม่ได้ประชาชนก็ไม่เลือกเข้ามาใหม่ การเมืองมันควร จะเรียบง่ายแบบนี้ แต่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ฉบับที่เราใช้อยู่นี้มันทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่ง่าย เพราะว่ามันมียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีมาล็อกคอการทำงานของรัฐบาล ล็อกคอการทำงานของ ข้าราชการ แล้วล็อกวิธีการจัดสรรงบประมาณอยู่ ล็อกไว้อย่างไรบ้างผมจะชี้ให้เห็น

ล็อกที่ ๑ ล็อกการทำงานของรัฐบาล รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๒ บอกไว้ว่า รัฐบาลที่จะเข้าบริหารต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยที่นโยบายนั้นต้องสอดคล้องกับ แนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติ เขียนไว้แบบนี้หมายความว่าอย่างไรครับ ต่อให้ รัฐบาลหรือพรรคการเมืองนั้นนำเสนอนโยบายที่ดี นำเสนอนโยบายที่เป็นที่ยอมรับจาก ประชาชน แต่ถ้าหากว่านโยบายนั้นมันไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ก็หมายความว่า ทำไม่ได้ เพราะถ้าทำแล้วก็เท่ากับผิดรัฐธรรมนูญ อันนี้เป็นล็อกที่ ๑ ที่ทำให้ฝ่ายการเมือง บริหารนโยบายได้ยาก ไม่มีอิสระในการทำนโยบาย

ล็อกที่ ๒ นอกจากจะห้ามทำเกินยุทธศาสตร์ชาติ ล็อกที่ ๒ บอกไว้ว่าต้องทำ ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติบอกไว้แล้วด้วย ในมาตรา ๒๖ ของ พ.ร.บ. ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ร.บ. นี้ งอกมาจากรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๕ นะครับ บอกไว้ว่าหากหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์ชาติ หน่วยงานนั้นก็อาจโดน ป.ป.ช. สอบได้ เห็นไหมครับท่านประธานตีกรอบไว้ แบบนี้ รัฐบาล หน่วยงานรัฐไม่มีใครกล้าทำเกินกรอบ พอถูกตีกรอบไว้แบบนี้สิ่งที่เขาทำ เขาก็ทำแบบ Play Safe ทำงานที่ถูกระบุไว้แล้วในยุทธศาสตร์ชาติ เพราะทำเพียงแค่นี้ละ ไม่มีใครมาว่าอะไร แล้วก็ไม่โดนคดี มันก็ปิดกั้นที่เราจะทะเยอทะยานทำเรื่องที่จะแก้ปัญหา ได้มากขึ้น

ล็อกที่ ๓ ครับ ยุทธศาสตร์ชาติก็ล็อกการจัดสรรงบประมาณไว้อีก รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๒ บอกไว้ว่า การจัดทำงบประมาณแผ่นดินต้องสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่านโยบายหรือโครงการใด ๆ ที่ดูแล้วจำเป็นมาก ๆ จำเป็นที่ต้องได้รับงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ถ้ามันไม่สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติครับ แม้แต่บาทเดียวก็ไม่มีสิทธิได้จากงบประมาณ และในขณะเดียวกัน ต่อให้มีนโยบายหรือโครงการใด ๆ ที่มันไม่ตอบโจทย์แล้วมันตกยุคไปแล้ว แต่ยุทธศาสตร์ชาติ บอกว่าต้องทำอยู่ นโยบายนั้นโครงการนั้นก็จะได้รับงบไปแบบ Automatic ก็คือต้องทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ทำต่อไปแบบนี้ กลายเป็นว่างบประมาณแผ่นดินเราที่มีจำกัดถูกระบุให้ทำ ทุกเรื่อง ไม่ทำเรื่องใดก็ไม่ได้ กระจายไปแบบเบี้ยหัวแตก กลายเป็นว่าเราทำทุกเรื่อง แต่เรา ทำได้ไม่สุดสักเรื่อง ประเทศไทยเราตั้งแต่มียุทธศาสตร์ชาติมาเราใช้งบประมาณ ๗ ปีงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๖ ล้านล้านบาทไปแล้วนะครับ ผลของมันเราดูได้ ง่าย ๆ จีดีพีของประเทศไทย ณ ปัจจุบันโตต่ำในภูมิภาคเป็นเชิงประจักษ์ มันไม่มีใครเถียงได้ และเรายังต้องอยู่กับยุทธศาสตร์ชาตินี้ไปจนครบ ๒๐ ปี ซึ่งถ้าคำนวณในหัวไว ๆ จนครบ ๒๐ ปีเราจะใช้งบประมาณแผ่นดินรวม ๆ ๖๐ ล้านล้านบาทเป็นอย่างน้อย ลองคิดดูถ้าเรา ยังดำเนินแบบนี้ประเทศเราจะไปต่อได้อย่างไร เพื่อสรุปผ่านท่านประธานไปยัง พี่น้องประชาชนเลยว่า ทำไมเราต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อน แล้วถึงจะแก้ปากท้องได้ดี เพราะยุทธศาสตร์ชาติที่ระบุในรัฐธรรมนูญปัจจุบันล็อกคอการทำงานของรัฐบาล ล็อกคอ การทำงานของข้าราชการและล็อกการจัดสรรงบประมาณไว้ รัฐบาล พรรคการเมือง ไม่สามารถนำเสนอสิ่งใดที่เหลื่อมล้ำเกินยุทธศาสตร์ชาติได้เพราะมันจะผิด ข้าราชการ หน่วยงานไม่กล้าทำนอกกรอบ ไม่กล้าทะเยอทะยานต้องทำตามที่ระบุไว้เท่านั้น ถ้าไม่ทำตาม ก็ผิด งบประมาณแผ่นดินเช่นกันครับจะโยกไปทำเรื่องอื่นก็ไม่ได้ จะไปโปะตรงนั้นก็ไม่ได้ จะตัดอันนี้ทิ้งไม่ได้เพราะยุทธศาสตร์ชาติบอกว่าให้ทำ มันก็เป็นที่มา ของวลีครับ ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ ผมว่านี่คือที่มาที่แท้จริงของมัน ข้อเสนอของผมในการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจำเป็นต้องยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติครับ และให้เรื่องของนโยบายเป็น เรื่องของพรรคการเมือง เป็นเรื่องของรัฐบาลที่ต้องคิดและนำเสนอให้กับประชาชน ซึ่งถ้าคิด มาดี ประชาชนก็เลือก ถ้าเลือกมาแล้วทำได้ดีประชาชนเลือกต่อ ถ้าทำไม่ได้ประชาชน ก็ไม่เลือก มันควรที่จะเรียบง่ายแบบนี้ ไม่ใช่ว่าถูกล็อกด้วยยุทธศาสตร์ชาติแบบนี้ พรรคประชาชนเรามีแนวคิดที่จะบริหารประเทศแบบ Mission Based ไม่ใช่ Ministry Based หมายความว่าอะไรครับ เราจะเอาโจทย์สำคัญของประเทศเป็นตัวตั้งแล้วดึง หน่วยงานต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันเพื่อตอบโจทย์นั้น ไม่ใช่ทำงานแบบแยก กระทรวงกันเป็นไซโลแบบทุกวันนี้ ซึ่งถ้าเราไม่แก้ยุทธศาสตร์ชาติเราไม่มีทางทำเรื่องนี้ได้ ยุทธศาสตร์ชาติกรอบทุกหน่วยงานให้ทำตามหน้าที่ของตัวเอง เราไม่สามารถที่จะดึงเขา มาร่วมกันอย่างง่ายดายแบบนั้นได้ ถ้าเราไม่แก้รัฐธรรมนูญไม่ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ การแก้ปัญหาปากท้อง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแทบทุกวัน ความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอด การแก้โจทย์ใหญ่ของประเทศที่ต้องใช้ทรัพยากรมากนะครับ งาน เงิน คน เรา ต้องใช้แบบพุ่งเป้า เราทำไม่ได้เลยครับเพราะเราไม่มีอิสระในการทำ ดังนั้นผมจึงเห็นชอบ ที่จะเปิดทางสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อไปยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติเพื่อที่เราจะได้แก้ปัญหา ปากท้องให้กับพี่น้องประชาชนได้ดีขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน