ศนิวาร ชี้ขาดสิทธิสิ่งแวดล้อมในรัฐธรรมนูญ หนุนแก้เพื่อคุ้มครองพื้นฐานปชช.

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

ศนิวาร บัวบาน หารือปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งฝุ่น PM2.5 น้ำเสีย ขยะ และสารพิษจากโรงงาน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรับรองสิทธิของประชาชนในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อให้ประชาชนสามารถเรียกร้องความรับผิดชอบและฟ้องร้องกรณีมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาวศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอสไลด์ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

เมื่อช่วงต้นปีมีคนส่ง ภาพนี้มาให้ดิฉัน คุณพ่อของน้องอยู่จังหวัดแพร่ ส่งภาพกระดาษทิชชูที่เต็มไปด้วยเลือดกับ ดาวของลูกสาวมาให้ดูบอกว่าลูกสาวแพ้ฝุ่นหนักมาก แล้วก็ไม่ใช่ปีนี้ปีเดียวนะคะ ลูกสาวเขา เลือดกำดาวไหลช่วงฤดูฝุ่นทุกปี น้องเป็นแค่ ๑ ตัวอย่างนะคะจากเด็กหลาย ๆ คนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ PM2.5 ดิฉันเห็นภาพแล้วก็รู้สึกจุกอกค่ะท่านประธาน แล้วก็ ไม่ใช่แค่มลพิษทางอากาศเท่านั้นนะคะที่คนไทยกำลังเผชิญอยู่ ไหนจะน้ำเน่าเสีย กลิ่นเหม็น จากภูเขาขยะ สมุทรปราการ อยุธยา ไฟไหม้กองขยะทุกปี สส. สมุทรปราการก็นั่งข้างดิฉัน อยู่นี่นะคะ นอกจากนั้นยังมีสารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม Microplastics จากอาหาร ที่ปนเปื้อนแค่ประชาชนทำมาหากินแต่ละวันก็ยากลำบากจะแย่อยู่แล้วค่ะ นี่จะต้องมาเผชิญ ความเสี่ยงกับสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าอยู่ในโลกที่สามอีก ท่านประธานที่เคารพคะ น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงได้รับ ตามมติที่สมัชชาใหญ่ แห่งสหประชาชาติเห็นชอบ และประกาศว่าการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่สะอาดดีต่อสุขภาพและ ยั่งยืนเป็นสิทธิมนุษยชนสากล รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ สไลด์ต่อไปได้เลยค่ะ

ในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ได้ให้สิทธิของบุคคลในการ ดำรงชีพอยู่ได้อย่างปกติและต่อเนื่องในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ อนามัย แต่เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน สิทธิ ในสิ่งแวดล้อมที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีได้ถูกตัดทอนหายไป เหลือเพียงการรับรองสิทธิในการจัดการบำรุงรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน ตามวิธีการที่กฎหมาย บัญญัติ ขีดเส้นใต้ตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัตินะคะ คือจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีกฎหมายลูกมา รองรับเลย ดังนั้น สิทธิของบุคคลในมาตรานี้ก็ยังไม่สมบูรณ์อยู่ดี ในเมื่อไม่มีการรับรองสิทธิ ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร จึงทำให้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิทธิในการดำรงชีวิต ในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชนเท่าที่ควร เมื่อเกิดปัญหาหรือคดีเกี่ยวกับผลกระทบ แล้วก็ การปนเปื้อนมลพิษทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฝุ่นพิษ กลิ่นขยะ น้ำมันรั่ว โรงไฟฟ้า ขยะ สารเคมีรั่วไหล ไฟไหม้บ่อขยะ ผลกระทบจากเหมืองหรือแม้แต่ภาวะโลกร้อน การฟ้องร้องดำเนินคดีต่าง ๆ เพื่อปกป้องแล้วก็เรียกร้องการเยียวยาความเสียหายต่อสิทธิใน สิ่งแวดล้อมที่ดีจึงไม่สามารถทำได้ค่ะ เพราะไม่ได้จัดว่าเป็นสิทธิของปวงชนชาวไทย นี่คือ ความจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชน ชาวไทย บางท่านอาจตั้งคำถามว่าไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญจะได้หรือไม่ เพราะว่าเราก็มี กฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้วที่สามารถใช้ได้เช่นกัน อย่างเช่น พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ หรือแม้แต่ พ.ร.บ การสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพคะ กฎหมาย เหล่านี้กำหนดหน้าที่ของรัฐ แต่ไม่ได้ให้สิทธิประชาชนในการเรียกร้องความเสียหายจากรัฐได้ แต่ถ้าเกิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีได้ถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของ ประเทศ ก็จะทำให้คดีความสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ดำเนินการได้ง่ายขึ้น ประชาชน ชุมชน ก็สามารถใช้สิทธิเรียกร้องได้โดยตรง แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องคุ้มครองให้สิทธิในชีวิต แล้วก็ร่างกายของประชาชนต้องดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุขในสภาพแวดล้อมที่สะอาด ดีต่อสุขภาพ แล้วก็ยั่งยืน ดังเช่นคดีมาบตาพุด ประชาชนได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง โดยอ้างว่าหน่วยงานรัฐไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ ที่รับรองสิทธิ ในการมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีของประชาชน และผู้ฟ้องคดีก็ได้รับการยืนยันว่าเป็น ผู้มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยิ่งไปกว่านั้นค่ะ ปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่มลพิษทางดิน น้ำ อากาศ เท่านั้นที่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์กันได้ แต่เรายังจะต้องประสบพบเจอกับภาวะ โลกร้อน โลกรวน ที่หลายแหล่งก็มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อสองเดือนที่แล้ว ICJ หรือที่เราเรียกกันว่าศาลโลก ได้ชี้ว่าการกระทำของรัฐบาลที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศอาจเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศที่ได้รับ ผลกระทบสามารถฟ้องเรียกเงินชดเชยได้ โดยใช้หลักการผู้ปล่อยมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย คือขนาดศาลยุติธรรมระหว่างประเทศยังให้ความสำคัญกับสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีขนาดนี้ แล้วทำไมรัฐไทยจึงไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ล่ะคะ ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ความเจ็บปวดของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้มีแค่สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีที่โดนทอดทิ้งไป แต่ยังมีสิทธิอื่น ๆ ที่ยังถูกเพิกเฉย แล้วก็กลไกรัฐต่าง ๆ ที่บิดเบี้ยวอีกด้วย ดังนั้นจึงมีความ จำเป็นที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยมีสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชนมาดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่เพื่อกลุ่มก้อนทาง การเมืองแต่เพื่อสะท้อนความต้องการของประชาชนที่แท้จริง รวมถึงสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ที่ควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ประชาชนไม่สามารถย้ายบ้านหนีมลภาวะที่เป็นพิษไปไหนได้ แต่รัฐสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับประชาชนได้ เพราะสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ขอบคุณค่ะท่านประธาน